19 ต.ค. 2022 เวลา 00:11 • ความคิดเห็น
เรื่องของคำว่า กิเลส มันก็คือ กรรมเป็นอณูเล็กๆติดอยู่กับธาตุทั้งสี่ ที่เราใช้กายวาจาใจ ไปตามอารมณ์ ไปยึดไปถึดในสิ่งที่มีชีวิตไม่มีชีวิต เกิดอารมณ์พอใจไม่พอใจ มันยึดเข้ามาตลอด สะสมกันมาทุกชาติที่เกิดมามีกาย สิ่งที่เป็นกิเลส ..ก็ค่อยๆ ไหลออกมา เป็นวิบากกรรม เป็นอารมณ์..นึกคิด มีของเก่า ของใหม่คือกรรมที่ใช้อารมณ์ในชาตินี้ มันมีการสะสม โดยไม่รู้ตัว เค้าจึงบอกว่า ให้สร้างบุญ สร้างกุศล สละปัจจัยที่เราใช้อารมณ์กรรม มีความโลภโกรธหลง ไปเสาะแสวงหามา หาเงินหาทอง หาลาภยศ มันสะสมอารมณ์โลภโกรธหลง เพิ่มพูนขึ้น
เราก็นำปัจจัยนำเจียดออกมาแบ่งปัน แปรสภาพเป็นบุญเป็นทาน เพื่อให้จิตเราขยับขยายออกไป ไม่คับแคบ แบ่งปันอะไรไม่เป็น ช่วยลดละความเห็นแก่ได้ออกไป เพือจะให้เกิดเป็นความเห็นอกเห็นใจ ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ซึ่งจะนำพาสิ่งที่ดีให้เกิดขึ้น แล้วเราต้องรู้จักทำบุญทำทานให้เป็น ระลึกคำว่าพระคุณบิดามารดาที่จิตเราอาศัยอยู่
สิ่งเหลานี้จะช่วยให้เรา ได้มีโอกาสรู้จักอารมณ์ แล้วคลี่คลายอารมณ์ออกไป ไม่อย่างนั้นจิตเรามันก็ยึดกรรม ยึดอารมณ์อยู่อย่างนั้นแหละ พูดคำว่าอารมณ์ได้ แต่เวลาอารมณ์มันเกิดขึ้นมา ทิฐิไม่ยอม ..อะไรเกิดมา แต่จิตเราไม่มีกำลังไป หยุดยั้งอารมณ์ได้เลย..
แล้วชีวิตของเรามันก็ไม่แน่นอน บางช่วงมีสุขก็หลงสุข บางช่วงทุกข์ ..เจ็บป่วย..จิตใจมันก็ป่วยไปกับอารมณ์ทุกข์นั้น การที่เราจะรู้จักอารมณ์ได้ เราก็ต้องมีสติ..สร้างสติที่ดี เพื่อเตือนจิต ..ระมัดระวังอารมณ์ที่ไม่ดีเกิดขึ้น ..อารมณ์ที่ไม่ดีคิดไม่ดี เราก็ละมันทิ้งไป ไม่มีประโยชน์..แก่จิตของเราเลย
โฆษณา