29 ต.ค. 2022 เวลา 05:50 • ประวัติศาสตร์
"ฟิเดล คาสโตร (Fidel Castro)" กับการเอาชีวิตรอดจากการลอบสังหาร 638 ครั้ง
"ฟิเดล คาสโตร (Fidel Castro)" คืออดีตผู้นำคิวบา ซึ่งปกครองประเทศมานานเกือบ 50 ปี
1
หลายคนก็ชื่นชอบคาสโตร มองว่าเขาต่อสู้เพื่อความเท่าเทียม แต่หลายคนก็มองเขาเป็นเผด็จการและคอมมิวนิสต์ที่น่าหวาดกลัว ซึ่งก็ต่างมุมมองกันออกไป
ในช่วงสงครามเย็น คาสโตรนั้นเป็นหนึ่งในชื่อที่โด่งดังและถูกพูดถึงบ่อยครั้ง โดยถึงแม้คาสโตรจะมีความสนิทและใกล้ชิดกับสหภาพโซเวียต หากแต่เขาก็ระวังตัวและไม่เคยไว้ใจใคร ซึ่งนั่นอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เขารอดพ้นจากการลอบสังหาร โดยเฉพาะจากซีไอเอ (CIA)
คาสโตรนั้นได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในคนที่ถูกหมายหัวมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ โดยสาเหตุที่หลายคนหมายหัวเขา ไม่เพียงแค่เพราะว่าการที่คาสโตรนั้นเป็นอริกับสหรัฐอเมริกาอย่างเปิดเผย แต่เป็นเพราะบุคลิกของคาสโตรที่หลายคนมองว่าแข็งกร้าว และไม่ลงให้ใครง่ายๆ
1
ฟิเดล คาสโตร (Fidel Castro)
คาสโตรนั้นได้รับการบันทึกชื่อลงใน Guinness World Record ในฐานะผู้ที่กล่าวสปีชได้ยาวนานที่สุด โดยในปีค.ศ.1960 (พ.ศ.2503) คาสโตรได้กล่าวสปีช ณ องค์การสหประชาชาติ ซึ่งเป็นเวลายาวนานถึง 4 ชั่วโมง 29 นาที
1
นี่ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการลอบสังหารคาสโตรหลายครั้ง ซึ่งส่วนมากเป็นฝีมือของซีไอเอ เนื่องจากสหรัฐอเมริกาก็มองว่าสหประชาชาติก็ให้ความสนใจในตัวคาสโตรเป็นอย่างมาก และคิดว่าคาสโตรอาจจะมีอิทธิพลต่อโลกได้ หรืออย่างน้อยก็มีอิทธิพลต่อยุโรปตะวันตก ดังนั้น คาสโตรจึงสมควรต้องถูกกำจัด
1
ตั้งแต่ค.ศ.1962 (พ.ศ.2505) ในช่วงที่เกิดวิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา (Cuban Missile Crisis) ซึ่งเป็นการเผชิญหน้าทางทหารระหว่างสหรัฐอเมริกากับสหภาพโซเวียตและประเทศคิวบา ในช่วงเวลาที่สงครามเย็นอยู่ในช่วงความตึงเครียดจนเกือบจะกลายไปเป็นสงครามปรมาณู และเป็นช่วงเวลาที่ความรู้สึกด้านลบที่มีต่อคาสโตรนั้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ฝ่ายอเมริกันมองว่าคอมมิวนิสต์กำลังเข้ามาใกล้ประเทศ และดูท่าชักจะไม่ดี
เหตุการณ์ยิ่งแย่ลงไปภายหลังจากที่ "จอห์น เอฟ เคนเนดี้ (John F. Kennedy)" ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ถูกลอบสังหารในวันที่ 22 พฤศจิกายน ค.ศ.1963 (พ.ศ.2506)
1
จอห์น เอฟ เคนเนดี้ (John F. Kennedy)
หลายคนเชื่อว่าฆาตกรผู้สังหารเคนเนดี้ นั่นคือ "ลี ฮาร์วีย์ ออสวอลด์ (Lee Harvey Oswald)" เป็นมือสังหารที่ถูกคาสโตรจ้างมา
1
และในวันเดียวกับที่เคนเนดี้ถูกลอบสังหาร ก็ได้มีความพยายามจะสังหารคาสโตรเช่นกัน โดยสายลับซีไอเอที่ลอบเข้ามาในคิวบา ได้มอบปากกาด้ามหนึ่งให้แก่คาสโตร แต่ปากกานี้เป็นปากกาอาบยาพิษ ซึ่งจะทำงานเมื่อเปิดปากกา ทำให้พิษกระจายออกมา
หากแต่เป็นโชคของคาสโตร เนื่องจากคาสโตรยังไม่ได้ใช้ปากกาด้ามนั้น ผู้ที่ใช้ก่อนคือเจ้าหน้าที่ของคาสโตร
แต่อันที่จริง ตั้งแต่ยุค 60 (พ.ศ.2503-2512) ซีไอเอก็ได้พยายามจะทำลายชื่อเสียงของคาสโตรมาก่อนแล้ว โดยหวังว่าผู้คนจำนวนมากจะไม่สนับสนุนและต่อต้านคาสโตร
ในช่วงเวลาหนึ่ง ซีไอเอเคยถึงขนาดคิดแผนการที่จะฉีดสารเคมี เช่น LSD ซึ่งเป็นสารเสพติด เข้าไปในห้องจัดรายการที่จะทำการสัมภาษณ์คาสโตร โดยหวังว่าคาสโตรจะมึนเมาและทำอะไรประหลาดๆ ขณะให้สัมภาษณ์ ทำให้ชื่อเสียงของเขาพังทลาย
นอกจากนั้น เหล่าสายลับยังพยายามจะทำลายหนวดของคาสโตร เนื่องจากคาสโตรนั้นหวงหนวดของตน และถือว่าหนวดของตนเป็นเอกลักษณ์ของตนไปแล้ว หากแต่ซีไอเอก็ทำพลาดมาตลอด ไม่สามารถทำลายหนวดของคาสโตรได้
มีการประเมินกันว่ามีความพยายามจะลอบสังหารคาสโตรรวมแล้วทั้งหมดกว่า 638 ครั้ง และในปีค.ศ.2006 (พ.ศ.2549) ก็ได้มีสารคดีที่ชื่อว่า "638 Ways to Kill Castro" หรือแปลเป็นไทยคือ "วิธีการสังหารคาสโตร 638 วิธี"
2
ซีไอเอนั้นก็พยายามทำทุกวิถีทาง ตั้งแต่การให้มือสังหารไปลอบยิงคาสโตร รวมทั้งการวางยาพิษในข้าวของเครื่องใช้ของคาสโตร ไปจนถึงวางระเบิดในบริเวณที่คาสโตรมักจะไปว่ายน้ำ
คาสโตรเองก็ทราบดีว่าตนนั้นโดยหมายหัวหนัก จนครั้งหนึ่ง เขาเคยกล่าวว่า
"หากการรอดจากการถูกลอบสังหารเป็นการแข่งกีฬาโอลิมปิก ผมคงได้เหรียญทองแล้ว"
1
อาจจะพูดได้ว่าสหรัฐอเมริกามองว่าในเวลานั้น คาสโตรคือบุคคลอันตราย จำเป็นต้องสังหารและทำให้ดูเหมือนอุบัติเหตุ ถึงแม้ว่าคิวบาเองจะทราบดีว่าซีไอเอนั้นต้องการให้คาสโตรตายไปให้พ้นๆ
แต่คาสโตรก็รอดมาตลอด ก่อนจะเสียชีวิตในวันที่ 25 พฤศจิกายน ค.ศ.2016 (พ.ศ.2559) ด้วยวัย 89 ปี
โฆษณา