“ตลาดมืด” ปลายทางของอาวุธที่หลั่งไหลส่งเข้าไปในยูเครน
มีความเป็นไปได้มากน้อยขนาดไหน
เครดิตภาพปก: Sgt. Thomas Mort/US Army
มันไม่ใช่ครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่มีการส่งอาวุธจำนวนมาก (โดยเฉพาะอเมริกาเป็นคนส่ง) เข้าไปสนับสนุนยังสนามรบในสงครามของยุโรป
ยูเครนจอมตื๊อเฝ้าอ้อนวอนขอสนับสนุนกำลังอาวุธจากทั่วโลก ซึ่งก็ถือว่าผู้นำอย่าง “เซเลนสกี” ทำได้ดีทีเดียว ตีหน้าเศร้าบ้าง บางครั้งก็ขึงขังตามสถานการณ์ จนได้รับอาวุธมาช่วยต้านกับรัสเซียไม่น้อย โดยมีลูกพี่ใหญ่อย่างอเมริกาส่งกำลังยุทโธปกรณ์เข้าช่วยรบเป็นอันดับหนึ่งของโลก (เรียกว่าไม่แอบแล้ว) ดั่งกับว่าเป็นคู่สงครามเสียเอง (หรือว่าใช่)
2
ปธน. ยูเครน “เซเลนสกี” เครดิตภาพ: Kyiv Post
  • แต่ปริมาณอาวุธที่หลั่งไหลเข้ามาในประเทศที่มีปัญหาคอร์รัปชันมายาวนานอย่างยูเครน ทำให้เกิดความกังวล ว่าหมอกแห่งสงครามสามารถให้ความคุ้มครองการค้าอาวุธผิดกฎหมายที่เฟื่องฟูอยู่เบื้องหลังหรือไม่
1
  • ตุลาคม พ.ศ. 2565 ทางการเครมลินได้คาดการณ์และมีความกังวลว่า อาวุธที่ใช้กับกองกำลังที่ต่อต้านกับทางรัสเซียนั้น ปลายทางอาจสิ้นสุดที่การขายให้กับผู้เสนอราคาซื้อสูงสุดและท้ายที่สุดก็ตกอยู่ในมือของอาชญากรหรือพวกหัวรุนแรง
“อาวุธส่วนใหญ่เหล่านี้ ‘ได้เข้า’ หรือ ‘กำลังจะเข้า’ สู่ตลาดมืดในไม่ช้า” Maria Zakharova “มาเรีย ซาคาโรวา” โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียกล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อเดือนนี้ – Reuters รายงาน
Maria Zakharova “มาเรีย ซาคาโรวา” โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย เครดิตภาพ: stratpol.com
สื่อที่เป็น “โปร-รัสเซีย” ได้ออกอากาศโดยอ้างว่ามีการผันอาวุธจำนวนมากออกจากแนวหน้า โดยสื่อบางรายนี้ได้อ้างถึงรายงานข่าวของ CBS ที่ถูกเพิกถอน ซึ่งอ้างว่ามีเพียง 30% ของอาวุธที่ส่งไปยังยูเครน ที่ไปถึงสนามรบ (แล้ว 70% หายไปไหน?)
2
บ้างก็มีการกุข่าว เช่น เป็นเวลาหลายปีแล้วที่รัสเซียเองมีการส่งอาวุธจำนวนมหาศาลเข้าไปในยูเครน โดยมอบให้ตัวแทนท้องถิ่นในดอนบัส (Donbas) โดยที่เห็นล่าสุดเป็นหลักฐานคือ ทหารรัสเซียได้ทิ้งอาวุธยุทโธปกรณ์ไว้หลังจากถอนกำลัง อย่าง รถยานเกราะ ปืนครก เครื่องยิงจรวด และอื่นๆ
1
ข่าวดีก็คือ ตามรายงานของทางการและผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมอาวุธที่กล่าวไว้กับ Insider ดังนี้ “ความกลัวว่าอาวุธของตะวันตกที่ส่งไปยังยูเครนจะก่อให้เกิดการค้าอาวุธที่ผิดกฎหมาย โดยอาวุธที่ตั้งใจส่งไปให้ทหารที่สนามรบนั้น จริงๆแล้วถูกใช้เพื่อตอบโต้กองกำลังรัสเซีย”
1
เครดิตภาพ: PAULA BRONSTEIN/Getty Images
Elias Yousif “อีเลียส ยูซิฟ” นักวิเคราะห์และวิจัยของ Stimson Center ประจำที่วอชิงตัน ซึ่งศึกษาประเด็นด้านความปลอดภัยระหว่างประเทศ กล่าวในการให้สัมภาษณ์ เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ว่า
1
  • “มีการบิดเบือนข้อมูลเป็นจำนวนมาก ผมไม่คิดว่าเราเคยเห็นการเบี่ยงเบนประเด็นจริงๆ โดยเฉพาะนอกประเทศ”
  • “ตราบใดที่ยังคงมีความต้องการอาวุธขนาดเล็กในแนวหน้า ผมคิดว่ามันจะเป็นการตรึงอาวุธเหล่านั้นให้ยังคงอยู่ในสนามรบ และมีการวางแผนที่จะใช้มันในวันถัดๆไป”
เขายังได้ร่วมเขียนบทความที่เรียกร้องให้ทางอเมริกาและยูเครนพัฒนาแผนการสะสมอาวุธเมื่อสิ้นสุดความขัดแย้งครั้งนี้ ตามลิงค์ด้านล่าง
  • ความกังวลต่อการลักลอบนำอาวุธที่ได้ไปขายในตลาดมืด
1
ปัจจัยใหญ่คือความหลากหลายของอาวุธต่อสู้ที่ส่งไปยังแนวรบหน้าในยูเครน ซึ่งส่งออกมาจากหลายชาติ อย่างไรก็ตามอาวุธเหล่านี้สามารถระบุแหล่งที่มาต้นทางได้ไม่ยาก และถ้าหากจะถูกลักลอบเอาไปขายตลาดมืดจริงๆ มันก็เหมือนเป็นการ “ทรยศ” ต่อชาวยูเครนที่หลายคนพยายามส่งมันมาช่วยพวกเขา
1
ทหารของกองกำลังทหารยูเครนเคลื่อนย้ายขีปนาวุธ FIM-92 Stinger ผลิตจากอเมริกา ซึ่งเป็นระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบพกพา (MANPADS) ที่ยิงขึ้นสู่อากาศแบบอินฟราเรด เพื่อโจมตีให้เครื่องบินข้าศึกตก เครดิตภาพ: SERGEI SUPINSKY/AFP via Getty Images
แม้แต่อาวุธเพียงเศษเสี้ยวเล็กน้อยที่ส่งมอบให้ยูเครน ซึ่งเป็นประเทศที่มีปัญหาคอร์รัปชันมานานหลายทศวรรษ การลักลอบนำเข้าสู่ตลาดมืดก็อาจสร้างความเสียหายใหญ่หลวงได้
1
อาวุธขนาดเล็ก เช่น ปืนไรเฟิลและปืนพก ก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่ยูเครนยังได้รับการจัดหาระบบอาวุธขั้นสูง ซึ่งผู้บริจาคบางครั้งไม่เคยจะส่งมอบให้กับผู้อื่นมาก่อนเลย
อ้างอิงจากรายการอาวุธยุโธปกรณ์ที่ทางอเมริกาส่งให้ทางยูเครน อัพเดทเมื่อ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2565 ตามรายการในลิงค์ด้านล่างนี้
...
1
  • อเมริกาได้จัดส่งระบบต่อต้านอากาศยาน Stinger แบบยิงประทับบ่า หรือ “MANPADS” ให้กับกองกำลังติดอาวุธของยูเครนมากกว่า 1,400 ชุด ซึ่งมีความสามารถใช้ยิงถล่มเครื่องบินพาณิชย์ได้
  • ความกลัวว่าอาวุธเหล่านี้จะตกอยู่ในมือของกลุ่มหัวรุนแรง ทำให้ CIA เข้าแทรกแซงในซีเรีย เพื่อป้องกันไม่ให้กบฏที่ต่อสู้กับ “ฝ่ายอัลละซาด” ได้รับมันไป
1
  • ฝ่ายบริหารของไบเดนยังได้ส่งมอบเครื่องยิงลูกระเบิดและอาวุธขนาดเล็กมากกว่า 10,000 เครื่อง ให้กับยูเครน พร้อมกับกระสุนมากกว่า 60,000 นัด
  • ในทำนองเดียวกัน อังกฤษได้ส่งขีปนาวุธต่อต้านรถถัง NLAW แบบระบุพิกัดแล้วยิงมากกว่า 5,000 ลูก ไปยังยูเครน ซึ่งเป็นอาวุธที่สามารถกำหนดเป้าหมายและทำลายยานพาหนะซึ่งเคลื่อนที่ได้เกือบทั้งหมด
ยูเครนยังได้รับอาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมาก ซึ่งมักจะนำเข้าจากรัสเซีย ผ่านทางเพื่อนบ้านอย่างโปแลนด์
ความจริงที่ว่าอาวุธซึ่งส่งเข้าไปให้ทางยูเครนในปริมาณระดับนี้ เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า ทางอเมริกาและพันธมิตรชาติตะวันตกมีความกังวลสำหรับการนำไปใช้ในกองทัพผ่านส่วนกลาง “น้อยกว่า” การนำไปใช้ในกองกำลังของเครือข่ายกบฏที่กระจายตัวในภูมิภาค
2
ประการหนึ่ง พันธมิตรเหล่านี้สามารถส่งกำลังพลจำนวนหนึ่งเข้าไปในยูเครน เพื่อทำการตรวจสอบจำนวนอาวุธที่บริจาคโดยพวกเขาว่าได้รับตรงกันไหม
  • ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เพนตากอน (กระทรวงกลาโหมของอเมริกา) กล่าวว่า กำลังพิจารณาส่งทีมเข้าไปในยูเครน เพื่อดำเนินการ “ตรวจสอบการใช้งานอาวุธของผู้ใช้ปลายทาง” “end-use monitoring"
  • 28 ตุลาคม พ.ศ. 2565 “กระทรวงการต่างประเทศของอเมริกา” ประกาศแผนช่วยเหลือยูเครนและเพื่อนบ้านบางส่วนในการทำบัญชีอาวุธที่นำเข้ามา โดยเฉพาะ “MANPADS” และ “ขีปนาวุธต่อต้านรถถัง” เพื่อช่วยพวกเขาในการตรวจจับการลักลอบนำไปขายให้ตลาดมืด
Man-Portable Air Defense Systems (MANPADS) เครดิตภาพ: wired.com
  • ยูเครนยังได้จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อติดตามการไหลเข้าของอาวุธและสร้างความมั่นใจให้กับพันธมิตรว่า อาวุธที่ส่งมากำลังถูกใช้ในสนามรบจริงๆ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของยูเครน กล่าวกับ BBC ว่า “อาวุธบางชนิดมีเครื่องติดตาม GPS ติดตั้งอยู่ในตัวด้วย”
1
แม้ว่าจะมีการห้ามค้าอาวุธของทางตะวันตก ซึ่งต่อมาได้แพร่กระจายไปทั่วยุโรป ในปี ค.ศ. 2015 การศึกษาโดย Flemish Peace Institute ซึ่งเป็นกลุ่มวิจัยที่ติดตามการไหลของอาวุธในยุโรป พบว่าอาวุธส่วนใหญ่ในตลาดมืดมาจากคาบสมุทรบอลข่าน
“ผู้อำนวยการของสถาบันดังกล่าว” พูดในทำนองเดียวกันกับ “เจ้าหน้าที่ควบคุมอาวุธตามชายแดนของยุโรป” ว่า
  • ในตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานของการลักลอบนำอาวุธที่ใช้ในสงครามแบบปริมาณมากออกจากยูเครนเพื่อไปขายยังประเทศอื่น พวกมันส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในยูเครน
  • แต่เมื่อมีการหยุดยิงหรือการยุติความขัดแย้งอาจนำไปสู่การลักลอบขนอาวุธออกนอกประเทศเพิ่มขึ้น
1
  • เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อต่อสู้กับภัยคุกคามนี้ สหภาพยุโรปได้ประกาศว่ากำลังสร้าง “ศูนย์กลางแห่งใหม่” ใน “มอลโดวา” เพื่อต่อสู้กับการลักลอบค้าอาวุธ โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงเดินทางไปที่นั่น เพื่อช่วยเหลือเรื่องการบังคับใช้กฎหมายในท้องถิ่น
1
  • “มอลโดวา” ไม่ได้เป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป แต่ประเทศที่มีพรมแดนติดกับยูเครน โดยถูกมองว่าเป็นศูนย์รวมของการต่อสู้กับผู้ค้าอาวุธที่ผิดกฎหมาย
ในความเป็นจริงมันอยู่ในระดับที่น้อยมาก
  • เดือนกันยายนที่ผ่านมา “กระทรวงกิจการภายในของมอลโดวา” ได้ประกาศจัดตั้งหน่วยงานใหม่ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อปราบปรามการค้าอาวุธที่ผิดกฎหมายโดยเฉพาะ ในการแถลงข่าวระบุว่า มีการค้าเพิ่มขึ้นในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา โดยตำรวจยึดอาวุธได้มากเป็น 12 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี ค.ศ. 2021
ในการแถลงข่าว “กระทรวงกิจการภายในของมอลโดวา” ประกาศจัดตั้งหน่วยงานใหม่ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อปราบปรามการค้าอาวุธที่ผิดกฎหมายโดยเฉพาะ เครดิตภาพ: seesac.org
จำนวนอาวุธทั้งหมดที่ยึดได้ชี้ให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของการค้าอาวุธ แต่ไม่ใช่แบบท่วมท้น -- โดยรวมแล้ว มีอาวุธ 24 ชิ้น ที่ถูกยึดหลังจากรัสเซียบุกยูเครน เจ้าหน้าที่ของมอลโดวากล่าว เมื่อเทียบกับเพียงสองชิ้นในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งยังไม่เกิดสงคราม
เรียบเรียงโดย Right SaRa
28th Oct 2022
  • แหล่งข่าวและข้อมูลอ้างอิง:
  • 34
โฆษณา