20 พ.ย. 2022 เวลา 11:00 • ครอบครัว & เด็ก
กระต่ายน้อยฟูฟู
อักษิภรณ์ ศรีแตง
ดนุพล กิ่งสุคนธ์
นิทานสำหรับเด็กเรื่องนี้เล่าเรื่องง่ายๆ เช่น มิตรภาพและการช่วยเหลือกัน บอกเรื่องที่ยากขึ้นอีกนิดหนึ่งได้แก่เรื่อง ความมุ่งมั่นและความกตัญญู นอกเหนือจากเรื่องที่เล่ายังมีรูปที่วาดที่ช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมทั้งหมด
นิทานประกอบภาพเรื่องหนึ่งสามารถบอกข่าวสารได้หลากหลายมุมมองและหลายระดับ จะชวนมองนิทานเรื่องนี้ในอีกบริบทหนึ่งคือเรื่องการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษาไทย
การศึกษาสมัยใหม่ควรมีเป้าหมายที่การเรียนรู้ของเด็กๆ มากกว่าที่จะมอบความรู้มากมายที่ไม่สัมพันธ์กับชีวิต
การเรียนรู้ที่ดีที่สุดได้จากการเล่นและการทำงาน ด้วยข้อเท็จจริงที่ว่าการเล่นคือการทำงานชนิดหนึ่ง และการทำงานที่สนุกสนานคือการเล่น
การเล่น การทำงาน และการเรียนรู้จึงเป็นเรื่องเดียวกัน
การศึกษาที่ดีควรให้เด็กๆได้เรียนรู้จากการทำงาน การทำงานที่ดีคือการทำงานเป็นทีม
การทำงานเป็นทีมดีอย่างไร ดีที่หนึ่งคือเด็กๆได้เรียนรู้ร่วมกันไปพร้อมๆกัน ดีที่สองคือเด็กๆได้ใช้ความถนัดและความสามารถของตนเอง ดังคำกล่าวที่ว่าเราไม่มีวันสอนปลาปีนต้นไม้ได้
นิทานเรื่องนี้ชี้ให้เห็นความสามารถเฉพาะตัวของกระต่าย กระรอก นาก ตัวตุ่น ช้าง เต่า และม้าน้อย ไม่มีใครสามารถนำแครอทยักษ์กลับบ้านได้ด้วยตัวคนเดียว มีแต่การทำงานและเรียนรู้ร่วมกันจึงทำได้
การศึกษาที่ดีไม่ตำหนิที่เด็กคนหนึ่งทำอะไรไม่ได้ ดังที่เราคงไม่นึกตำหนิที่กระต่ายน้อยว่ายน้ำไม่ได้หรือทำงานทั้งหมดนี้คนเดียวไม่ได้
แต่เรามองหาความถนัดของเด็กแต่ละคนแล้วเริ่มต้นที่ตรงนั้น การได้ทำอะไรสำเร็จแม้เพียงเล็กน้อยในสายตาของผู้ใหญ่แต่จะเป็นความภาคภูมิใจยิ่งใหญ่ของเด็กๆเสมอ
หากการศึกษาเข้าใจข้อนี้ การศึกษามีหน้าที่คอยหล่อเลี้ยงความภาคภูมิใจนี้ไว้ด้วยการเรียนรู้จากการทำงานเป็นทีม
ความภูมิใจในตนเองหรือเซลฟ์เอสตีมนั้นเองที่ดึงแครอทยักษ์ขึ้นได้และนำกลับบ้านไปช่วยแม่ได้
ที่สำคัญเท่าๆกับการลงมือทำงานคือการร่วมกันคิดวิเคราะห์เพื่อแก้ไขปัญหาและอุปสรรค
ดังที่กระต่ายน้อยและกระรอกน้อยต้องทำตั้งแต่ต้นเรื่องจนจบ ความหลากหลายของความคิดไม่เพียงรวมศูนย์ไปที่แครอทยักษ์ แต่ยังแตกหน่อออกเป็นอาหารหลากหลายชนิดในตอนท้ายได้อย่างน่าทึ่งอีกด้วย
Cr.นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์
โฆษณา