8 พ.ย. 2022 เวลา 09:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ
จ่ายไม่ไหว! ชาวญี่ปุ่นหันไปซื้อ ‘iPhone มือสอง’ หลังรุ่นใหม่แพงขึ้น 20% ผลจาก ‘ค่าเงินเยน’ ที่ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 32 ปีเมื่อเทียบกับดอลลาร์
หลายคนมักจะซื้อสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดเพราะอยากได้เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น แต่สำหรับชาวญี่ปุ่นหลายคนกลับหันไป ‘iPhone มือสอง’ เพราะมองว่ารุ่นใหม่ราคาแพงเกินไป โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าเงินเยนที่อ่อนค่าอย่างรุนแรง
สำหรับ Apple มันเป็นที่รู้กันว่าขายสมาร์ทโฟนไฮเอนด์ ดังนั้นจึงมีราคาที่สูงอยู่แล้ว แต่ในญี่ปุ่นยักษ์ใอทีได้ขึ้นราคา iPhone 13 รุ่นเริ่มต้นเกือบ 20% ขณะที่ iPhone 14 มีราคาที่แพงขึ้นไปถึง 20% ของ iPhone 13 สวนทางกับราคาในสหรัฐฯ จะทรงตัวที่ 799 ดอลลาร์
แม้ว่าเงินดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินทั่วโลกในปีนี้ แต่เงินเยนกลับถูกกระทบโดยลดลง 22% ซึ่งเป็นการร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 32 ปีเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ทำให้สินค้านำเข้าต่างๆ มีราคาที่แพงขึ้น
Kaoru Nagase ต้องการโทรศัพท์เครื่องใหม่แต่ด้วยเงินเดือนของเขา ราคา iPhone 14 ซึ่งเริ่มต้นที่ 119,800 เยน กลายเป็นสิ่งที่แพงเกินไป เขาจึงได้ซื้อ iPhone SE 2 มือสอง ที่จ่ายด้วยราคาไม่ถึง 1 ใน 3 แทน
“ด้วยราคามากกว่า 100,000 เยน iPhone 14 นั้นแพงเกินไป และผมไม่สามารถจ่ายได้” เขากล่าวพร้อมเสริมว่า แม้ iPhone SE 2 ที่วางจำหน่ายในปี 2020 จะไม่มีกล้องหลังคู่ของ iPhone 14 แต่ราคาที่จ่ายไปก็สมเหตุสมผลแล้ว
นักวิเคราะห์กล่าวว่า ตัวเลข 100,000 เยน กลายเป็น ‘อุปสรรคทางจิตวิทยาที่สำคัญ’ สำหรับลูกค้าที่ต้องควักเงินในกระเป๋าออกมา แม้ว่าหลังจากการขึ้นราคา iPhone 14 ที่ขายในญี่ปุ่นนั้นถูกที่สุดใน 37 ประเทศแล้วก็ตาม แต่การที่เงินเยนออนค่ามากขึ้นอาจทำให้ Apple ตัดสินใจขึ้นอีก ซึ่งอาจจะเข้ามากระทบกับส่วนแบ่งตลาด 50% ของ iPhone ในแดนซามูไร
Apple ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้กับ Reuters แต่รายงานพบว่า ยอดขายของญี่ปุ่นลดลง 9% ในปีสิ้นสุดวันที่ 24 กันยายน เนื่องจากค่าเงินเยนอ่อนค่าลง
Luca Maestri ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Apple ระบุว่า ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าได้นำไปสู่การขึ้นราคาสำหรับผลิตภัณฑ์ในบางประเทศ แต่ยอดขายยังคงเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักในอินโดนีเซีย เวียดนาม และตลาดอื่นๆ ที่เผชิญกับความท้าทายด้านค่าเงิน
MM Research Institute เปิดเผยว่า ยอดขายสมาร์ทโฟนมือสองเติบโตเกือบ 15% ในญี่ปุ่นเป็นประวัติการณ์ 2.1 ล้านเครื่องในปีงบประมาณที่แล้ว และมีแนวโน้มว่าจะสูงถึง 3.4 ล้านเครื่องภายในปี 2026
โฆษณา