18 พ.ย. 2022 เวลา 12:00 • ไลฟ์สไตล์
8 วิธีปลดล็อก “สมอง” ให้ทำงานได้เต็มศักยภาพ
1
เคยสงสัยไหมว่าทำไมคนคนหนึ่งถึงทำงานได้มีประสิทธิภาพกว่าและรวดเร็วกว่าอีกคน ทั้งๆ ที่ได้รับปริมาณงานและเวลาเท่ากัน แถมพวกเขายังเก่งพอๆ กันด้วย?
หนึ่งปัจจัยที่เป็นไปได้ คือ บางทีคนคนแรกอาจใช้งานสมองได้อย่าง “เต็มขีดความสามารถ” ก็เป็นได้
สมองของคนเราเป็นอวัยวะที่มีศักยภาพกว่าที่เราคิดมาก แต่เชื่อไหมว่า.. หลายๆ คนนำพลังสมองมาใช้เพียงแค่เศษเสี้ยวเดียวเท่านั้น
1
แล้วถ้าหากเราอยากใช้งานสมองได้อย่างเต็มพลังที่มีบ้างล่ะต้องทำอย่างไร? บทความ 8 Habits of People Who Unlock Their Brain’s Full Potential จากเว็บไซต์ Medium.com ได้แนะนำ 8 วิธีปลดล็อกสมองมาแบ่งปัน เรามาดูกันว่าคนที่ใช้งานสมองได้เต็มที่นั้นมีเคล็ดลับอะไรบ้าง
1) พวกเขาจัดระเบียบชีวิตเป็นอย่างดี
“ความวุ่นวาย” และ “ความไม่เป็นระเบียบ” คือศัตรูหลักของสมอง สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้ระดับความเครียดของเราสูง คอยดึงพลังงานและสมาธิของเราไปในทิศทางอื่นตลอด อีกทั้งยังทำให้เรารู้สึกกังวลและท่วมท้นเหมือนว่าทุกอย่างมันเยอะไปหมด
หากคิดไม่ออก ลองจินตนาการว่าถ้าเราต้องทำงานบนโต๊ะรกๆ ในห้องรกๆ ที่มีเสียงคนคุยจอแจดู
และจริงๆ แล้วความไม่เป็นระเบียบไม่ได้หมายถึงแค่สภาพแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังหมายถึงปริมาณงานที่มากเกินไป การทำอะไรหลายอย่างพร้อมๆ กัน และการทำงานที่ไม่รู้เป้าหมายด้วย
ดังนั้นก่อนเริ่มทำงาน ลองใช้เวลาจัดระเบียบสภาพแวดล้อมและตารางงานบ้าง และถ้าเป็นไปได้ให้ทำงานในสภาพแวดล้อมที่ดี ไม่มีสิ่งรบกวน ไม่ตอบตกลงรับทำทุกงาน และที่สำคัญไม่ควรทำหลายอย่างพร้อมกัน
เท่านี้ก็ลดความเครียดให้สมองได้มากแล้ว
2) พวกเขาเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ
การเอาตัวเองไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย เรียนรู้เรื่องใหม่ๆ หรือลองทำอะไรที่ไม่เคยทำมาก่อน ช่วยให้สมองเราได้เผชิญกับอะไรใหม่ๆ และกระตุ้นให้เกิด “การ Rewire สมอง” หรือการเชื่อมโยงนิวรอนของสมองนั่นเอง
แต่ก่อนเราเชื่อว่าพออายุถึงจุดหนึ่ง นิวรอนจะลดลงไปเรื่อยๆ หรือเสื่อมไป แต่งานวิจัยใหม่พบว่า เราสามารถออกกำลังกายสมองเพื่อเพิ่มนิวรอนได้ ยิ่งสมองถูกกระตุ้น การเชื่อมต่อระหว่างเซลล์ประสาทสมองยิ่งเพิ่มขึ้น เรายิ่งคิดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเอง
1
ดังนั้นถ้าอยากเก่งกว่าเดิมก็ลองเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ดู จะเป็นงานอดิเรก ภาษา หรือทักษะใหม่ก็ได้ทั้งนั้น
3) พวกเขามีกิจวัตรประจำวันที่ดี
เคยไหม ทานอาหารฟาสต์ฟูดแล้วรู้สึกตื้อสุดๆ อยากนอนสุดๆ แถมคิดอะไรไม่ออก?
หรือเคยไหม? รู้สึกเหนื่อย ไม่มีแรงทำอะไร เพราะจริงๆ แล้วเราไม่ออกกำลังกายเลย
กิจวัตรประจำวันอย่างการออกกำลังกายเป็นประจำและทานอาหารที่ดีเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะมันช่วยให้สมองสุขภาพดีและทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โภชนาการที่ดีจะช่วยบำรุงสมอง ส่วนการออกกำลังกายจะช่วยทั้งเพิ่มออกซิเจนให้สมอง และช่วยให้การทำงานของสมอง (หรือ Cognitive Function) ทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย
อีกกิจวัตรดีๆ ที่อยากแนะนำคือการนั่งสมาธิ เพียงแค่นั่งสัก 5-10 นาทีต่อวันก็เป็นประโยชน์ต่อเราหลายด้าน ทั้งร่างกายและจิตใจ
4) พวกเขานอนอย่างมีคุณภาพ
ทุกคนรู้ดีว่าการไม่นอนหรือนอนดึกส่งผลต่อการทำงานของสมองอย่างมาก ทั้งเหนื่อย คิดไม่ออก และหลงๆ ลืมๆ แต่ที่น่าแปลกคือ “การนอนดึก” ยังเป็นสิ่งที่หลายต่อหลายคนทำอยู่ประจำ โดยบางคนพยายามแฮ็กสมองและเพิ่มประสิทธิภาพด้วยวิธีอื่นแทน อย่างการดื่มกาแฟหรือทานอาหารเสริม
แต่สิ่งเหล่านี้เทียบไม่ได้เลยกับการนอนอย่างเต็มอิ่ม
สมองที่เหนื่อยนั้นทำงานอย่างไรก็ไม่เต็มประสิทธิภาพ ดังนั้นแทนที่จะเสียเงินไปกับวิตามิน อาหารเสริม หรือกาแฟแก้วละ 80-100 บาทต่อวัน ลองหันมานอนให้เต็มอิ่ม 7-8 ชั่วโมงดู ผลลัพธ์การทำงานจะออกมาต่างกันอย่างเห็นได้ชัด
5) พวกเขาจดบันทึก
รู้กันหรือไม่ว่าสมองไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อจดจำอะไรมากมาย จึงไม่แปลกหากเราจะลืมบ่อยๆ ในตอนที่มีสิ่งต้องทำเยอะแยะ แต่เราไม่ยอมจด
3
การจดสิ่งที่ต้องทำช่วยแบ่งเบาภาระให้สมองได้มาก ทำให้สมองมีพื้นที่ในการเอาไปคิด วิเคราะห์ และสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ
เท่านั้นยังไม่พอ การจดบันทึกสิ่งที่เราคิดมากในหัวหรืออารมณ์ของเรา ณ ขณะนั้น ที่เรามักจะเรียกกันว่าเทคนิค “Braind Dump” ช่วยให้เรากังวลน้อยลง กลัวน้อยลง และเครียดน้อยลง เราจึงรู้สึกว่าสามารถก้าวต่อไปทำสิ่งที่ต้องทำได้ โดยไม่ติดอยู่ในวงเวียนความคิดแย่ๆ
1
6) พวกเขาช่างสังเกต
สิ่งที่คนเก่งๆ มักมีเหมือนกัน คือ การเป็นคนช่างสังเกตและรู้จักตั้งคำถาม เราทุกคนเองก็สามารถฝึกตัวเองให้เป็นคนช่างสังเกตได้ แต่อันดับแรกเราต้องรู้จักอยู่กับปัจจุบันเสียก่อน
ในยุคนี้การจะอยู่กับปัจจุบันเป็นเรื่องยากเพราะเรามีสิ่งรบกวนรอบตัวเยอะไปหมด โดยเฉพาะสมาร์ตโฟนที่ไม่ว่าจะเดินทางไปไหนหรือทำอะไร เราก็เอาแต่เล่นโทรศัพท์ จนการก้มหน้ากลายมาเป็นคอมฟอร์ตโซนใหม่
แม้การเล่นโทรศัพท์จะไม่ได้ผิดก็จริง แต่มันพรากโอกาสการสังเกตโลกรอบๆ ตัวของเราไปไม่น้อยเลย
7) พวกเขาทำให้สมอง Active อยู่เสมอ
ร่างกายต้องการการออกกำลังกายถึงจะทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ สมองก็เช่นกัน ดังนั้นอย่าลืมออกกำลังกายสมองเป็นประจำ อาจทำผ่านการอ่านหนังสือ การเล่น Crosswords หรือ Puzzles เพิ่มความท้าทายให้สมอง และการทำงานอดิเรกอย่างการวาดรูป ประดิดประดอย เป็นต้น
8) พวกเขารับมือกับความเครียดได้ดี
ในโลกของการทำงาน เราเจอกับความเครียดเป็นประจำอยู่แล้ว เรารู้กันดีว่าพอเครียดแล้วจะรู้สึกเหนื่อย รู้สึกเหมือนถูกดูดพลัง และหลงลืมบ่อยๆ หลายคนที่เจอแบบนี้มักจะยอมแพ้ ไม่อยากใช้สมองเยอะ ทำงานแค่ให้มันเสร็จไปวันๆ ก็พอ
อย่างไรก็ตาม คนที่รับมือกับความเครียดได้ดีมักจะรู้จักลิมิตของตัวเอง พวกเขารู้จักพักเบรกและผ่อนคลาย ซึ่งการรู้จักเติมพลังตัวเองนี่แหละ ทำให้งานออกมาดี กว่าการฝืนทำตอนเหนื่อย
และนี่ก็คือ 8 วิธีที่เราสามารถนำไปปรับใช้ได้ ส่วนใหญ่มนุษย์เรามักจะดูแลแค่อวัยวะที่เรามองเห็นอย่างเดียว แต่อย่างสมองของเราเองที่ไม่เคยมองเห็น เรามักจะมองข้ามและละเลยจนมันทำงานได้ไม่เต็มที่
ลองหันมาดูแลสมองของเราบ้าง เพื่อเพิ่มศักยภาพการทำงานให้ถึงขีดสุด แถมหลายๆ ข้อมันคือการดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจไปพร้อมๆ กันด้วย ดังนั้นเราได้ประโยชน์กลับไปไม่ทางใดก็ทางหนึ่งแน่นอน
อ้างอิง
8 Habits of People Who Unlock Their Brain’s Full Potential - http://bit.ly/3EgPe2E
#worklife
#softskill
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast
โฆษณา