20 พ.ย. 2022 เวลา 05:54 • ปรัชญา
มีผู้ที่พูดให้ฟังว่า มัวแต่หลบ.. เหตุ กิเลสไม่หมด ..เรื่องมันก็มีตัวอย่างให้ดู ..บุคคลที่ไปเข้าวัดปฏิบัติธรรม มีการอธิษฐาน..ปิดวาจาไม่พูดกับใคร แล้วก็นั่งปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิเดินจงกรม..บ้างก็เก็บเนื้อเก็บตัว ไม่เจอะเจอใคร ..แล้วทำแบบนี้ ..มันได้อะไรมั้ย ..เมื่อจะปิดวาจา ..เราก็ไปเลย ..เห็นเค้าคุยกัน..เรื่องนั้นเรื่องนี้ เราก็ไปนั่งฟัง ..ฟังเพื่ออะไร ฟังเพื่อจะดูอารมณ์ ที่เกิดขึ้น จากหูเราฟัง ตาเราเห็น ..มีความรู้สึกนึกคิดของเราเป็นอย่างไร
..แล้วที่เราสํญญาปิดวาจา ..ก็เพื่อให้จิตเราว่างจากอารมณ์นึกคิด ..แล้วเราไม่คิดตามเค้าได้มั้ย ทำจิตเฉยๆ ไม่ยึดเรื่องราวที่เค้าพูด ..เราเฉย เราว่างได้มั้ย ในขณะที่ฟังเค้า ..ที่เราบอกว่าปิดวาจา ..เราแล้วก็นำมาพิจารณา พิจารณาอารมณ์ที่เกิดขึ้น ในตัวเรานั้น เป็นอย่างไร มีอะไรเกิดขึ้นมาบ้างในขณที่เราไปฟังเค้าคุยกัน เพื่อที่เราจะได้ค่อยๆเรียนรู้จักอารมณ์ ที่เกิดขึ้นในตัวเรา เพื่อสำรวจตรวจสอบจิตกับอารมณ์ของตัวเอง
เรื่องอดข้าว ..ก็เหมือนกัน ..เห็นเค้ากินข้าว .เราก็ไปนั่งดูเค้ากิน …เราก็นั่งดูจิตดูอารมณ์ที่มันเกิดขึ้น มีความหงุดหงิด มีความหิว.. อยากเอร็ดอร่อย ..เปรี้ยวหวานมันเค็ม ที่อยู่แค่ลิ้นสัมผัส ผ่านเลยลงคอก็ไม่รับรู้แล้ว ..แล้วเราก็ดู ..จิตของเรามีเผลอสติอย่างๆบ้าง เราก็ดูกายดูจิต ไม่ให้มีอะไรได้มั้ย บังคับกายอารมณ์ได้มั้ย เมื่อยังไม่ได้ จิตเราไม่เข้มแข็งต่ออารมณ์แบบ ก็ต้องหาวิธีละอารณ์นั้นออกไป เพียรพยายาม ที่เค้าเรียกว่า จับตนค้นตน เพื่อสละละอารมณ์ออกไปจากจิตของเรา
จิตจะเป็นสุขได้ ก็พ้นปราศจาก อารมณ์กรรมตัวกระทำได้ จิตก็ไม่ต้องเป็นทาสของอารมณ์ แต่มันยากนัก ที่จิตจะทำได้ ..ก็ต้องอาศัยจิตผจญอารมณ์ ด้วยสติสัมปชัญญะ ละทิ้งอารมณ์นึกคิด ที่ไม่เป็นสาระออกไป จิตก็จะสงบ ว่าง..ไม่มีอารมณ์มากวนจิต
การปิดวาจา..เค้ากระทำเพื่อ..ศึกษาดูอารมณ์นึกคิดในตัวเอง ดูอารมณ์ที่มันวุ่นวาย ภายในกาย มีอารมณ์หงุดหงิดโมโห ..อารมณ์อะไรบ้างที่เกิดขึ้น ต้องคอยสำรวจจิตอารมณ์และกายของตน ..เพื่อจะรู้จักอารมณ์ ตีแผ่คลี่คลายอารมณ์ออกไปจากกายจากจิตของตน เวลาอารมณ์มันเกิด ..อยากจะพูดอะไร…ก็มีสติยับยั้ง ไม่ไปยึดถืออารมณ์
โฆษณา