นักเตะเบอร์ 10 ทีมชาติญี่ปุ่น : เลือกเพราะฝีเท้าหรือการตลาด ? | Main Stand
การได้สวมเสื้อแข่งเบอร์ 10 ไม่ว่าจะกับทั้งทีมชาติหรือสโมสร นักเตะรายนั้น ๆ จะเปรียบเสมือนเป็นไอคอนคนหนึ่งของทีม ทั้งยังทรงอิทธิพลต่อผลงานในสนามไปจนถึงเรื่องนอกสนามอย่างมีนัยสำคัญ
เห็นได้จากเหล่าตำนานผู้ที่เคยสวมชุดแข่งหมายเลขดังกล่าว เช่น เปเล่, ดิเอโก้ มาราโดน่า, ซีเนดีน ซีดาน, ลิโอเนล เมสซี่ ไปจนถึง ชินจิ คางาวะ ที่เคยสวมเสื้อเบอร์นี้ลงบู๊ให้ทีมชาติญี่ปุ่นใน ฟุตบอลโลก 2018
แต่กับช่วงเวลาปัจจุบันที่ทัพซามูไรบลูกำลังเตรียมทีมลุยฟุตบอลโลก 2022 มีข้อสังเกตหนึ่งที่น่าสนใจ นั่นคือการเลือกเสื้อหมายเลข 10 ให้กับผู้เล่นทีมชาติ โดยมีชื่อของ ทาคุมิ มินามิโนะ, คาโอรุ มิโตมะ, ไดอิจิ คามาดะ หรือแม้แต่ ทาเคฟุสะ คุโบะ ที่ล้วนอยู่ในข่ายจะได้ครองเบอร์นี้ ก่อนจะเป็นมินามิโนะที่ได้ไป
เห็นชื่อของมินามิโนะกับเสื้อเบอร์ 10 ก็คงจะไม่ผิดแปลกขนาดนั้น เพราะ "ทาคิ" ก็เป็นแข้งตัวหลักของทีมชาติอยู่แล้ว เป็นนักเตะสารพัดประโยชน์ในแนวรุก แถมยังลงเล่นให้ทีมดังในลีกเอิงอย่าง อาแอส โมนาโก
ทว่าเมื่อมองชื่อของมิโตมะ, คามาดะ และคุโบะ ที่ก่อนจะมาฟุตบอลโลกนั้นต้องยอมรับว่าแต่ละคนฟอร์มโดดเด่นกับสโมสรแบบไม่น้อยหน้ากัน
เสื้อแข่งหมายเลข 10 ของทีมชาติญี่ปุ่นสำคัญขนาดไหน มีเหตุผลอื่นใดเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจบ้าง Main Stand ขอชวนคอลูกหนังมาตั้งข้อสงสัยและร่วมหาคำตอบไปพร้อม ๆ กัน
ซามูไรบลูหมายเลข 10
"ตามธรรมเนียมแล้วเสื้อหมายเลข 10 จะมอบให้กับผู้เล่นเพลย์เมกเกอร์ หรือสตาร์มิดฟิลด์ตัวรุก เป็นหมายเลขที่ไม่ควรมองข้าม" เว็บไซต์ Goal.com ได้ให้ความหมายของนักเตะหมายเลข 10 ไว้
ชุดแข่งขันหมายเลข 10 เป็นหนึ่งในเสื้อเบอร์สำคัญของทั้งนักเตะในระดับทีมชาติและสโมสร ชื่อของตำนานลูกหนังโลกมากมายเคยใช้เสื้อเบอร์นี้สร้างปรากฏการณ์ในเกมฟุตบอลมานักต่อนัก
สำหรับวงการฟุตบอลญี่ปุ่นเองโดยเฉพาะกับทีมชาติ เรื่องของชุดแข่งหมายเลข 10 ก็มีอิมแพ็กต์ในตัวเองเช่นกัน แน่นอนว่าเมื่อนักเตะรุ่นใหม่คนใดมีโอกาสได้สวมเสื้อเบอร์นี้ย่อมมีเรื่องของความขลังและความภาคภูมิใจอยู่อย่างเต็มเปี่ยม เพราะนี่คือเบอร์เสื้อที่เหล่าตำนานลูกหนังแดนอาทิตย์อุทัยเคยใช้มาก่อน
ยิ่งเจาะไปยังตำแหน่งของนักเตะหมายเลข 10 ของทีมชาติญี่ปุ่น โดยเฉพาะในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ก็จะเห็นว่าเจ้าของเบอร์เสื้อนี้เกือบทั้งหมดเป็นมิดฟิลด์ที่เล่นเกมรุก
ฮิโรชิ นานามิ เป็นเจ้าของเสื้อเบอร์ดังกล่าวคนแรกของทัพซามูไร ในสมัยลงเล่นฟุตบอลโลกหนแรกเมื่อปี 1998 โดยตำนานนักเตะ จูบิโล อิวาตะ รายนี้เป็นผู้เล่นตำแหน่งมิดฟิลด์ที่เล่นได้ทั้งตัวกลางและเพลย์เมกเกอร์
ขณะที่เจ้าของเสื้อเบอร์ 10 ในฟุตบอลโลกครั้งต่อ ๆ มาในปี 2006 และ 2010 เป็นของ ชุนซุเกะ นากามูระ ส่วนเจ้าของเสื้อเบอร์นี้ในฟุตบอลโลก 2014 และ 2018 คือ ชินจิ คางาวะ ที่สวมเบอร์นี้ลงบู๊ แน่นอนว่าทั้งสองต่างก็เป็นผู้เล่นตำแหน่งเพลย์เมกเกอร์ธรรมชาติ (ส่วนปี 2002 ตกเป็นของ มาซาชิ นากายามะ ผู้เล่นตำแหน่งกองหน้า)
"สุดยอดนักเตะอย่าง ชุนสุเกะ นากามูระ ที่เพิ่งเลิกเล่นไป รวมถึง ชินจิ (คางาวะ) ที่ผมให้ความเคารพนับถือ ล้วนแต่เคยสวมเสื้อหมายเลขนี้ (หมายเลข 10) ผมก็อยากคว้าโอกาสนี้และพิสูจน์ให้เห็นว่าหมายเลข 10 ทีมชาติญี่ปุ่นภายใต้แนวทางการเล่นของผมนั้นมันวิเศษมากแค่ไหน" ทาคุมิ มินามิโนะ เจ้าของเสื้อหมายเลข 10 คนปัจจุบัน กล่าวกับ kyodonews
แรงบันดาลใจจากกัปตันสึบาสะ
อิทธิพลของเสื้อเบอร์ 10 ของทีมชาติญี่ปุ่นยังสอดคล้องกับการ์ตูนชื่อดังอย่าง "กัปตันสึบาสะ" ที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับนักฟุตบอลหลาย ๆ คนด้วยอีกทางหนึ่ง
ในขณะที่ฟุตบอลรอบโลกมีชื่อของ เปเล่ และ มาราโดน่า และอื่น ๆ เป็นไอคอนลูกหนังหมายเลข 10 ของนักเตะรุ่นหลัง และในประเทศญี่ปุ่นการเกิดขึ้นของมังงะชื่อดัง กัปตันสึบาสะ ซึ่งถูกตีพิมพ์ลงนิตยสาร โชเนน จัมป์ หนแรกในปี 1981 จากปลายปากกาของอาจารย์ โยอิจิ ทาคาฮาชิ ได้สร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ต่อแวดวงฟุตบอลแดนอาทิตย์อุทัย และเป็นแรงผลักดันจนก่อให้เกิดนักเตะหน้าใหม่ขึ้นมาสู่ทีมชาติอีกมากมาย
และยังไม่นับการที่ โอโซระ สึบาสะ ตัวเอกของเรื่อง เป็นผู้เล่นตำแหน่งกองกลางจอมถล่มประตู ทั้งยังสวมเสื้อหมายเลข 10 มาโดยตลอดในหลาย ๆ ภาค ก็เป็นอีกหนึ่งอิทธิพลที่ส่งมายังนักเตะหลาย ๆ คนที่มีการ์ตูนเรื่องนี้เป็นแรงบันดาลใจชั้นดี
นับแต่ตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษที่ 1990s เราจะเห็นชื่อของ ฮิเดโตชิ นากาตะ, ชุนสุเกะ นากามูระ, ชินจิ โอโนะ, เคสุเกะ ฮอนดะ, ชินจิ คางาวะ ตลอดจน ไดอิจิ คามาดะ ในช่วงยุค 2010s เป็นต้นมา นักเตะเหล่านี้ล้วนแต่เป็นนักเตะซูเปอร์สตาร์ระดับแถวหน้าของประเทศที่มีชื่อติดทีมชาติและเล่นตำแหน่งเพลย์เมกเกอร์
ต่อให้บางคนไม่ได้สวมเสื้อหมายเลข 10 ลงเล่นให้ทีมชาติ ทว่าบทบาทและสไตล์การเล่นฟุตบอลก็ไม่ได้ "แตกต่าง" ไปจากคุณสมบัติตามแบบฉบับของนักเตะเบอร์ 10 ที่เน้นบทบาทเรื่องการสร้างสรรค์เกมรุก จ่ายบอลแม่นยำ พร้อมเทคนิคอันแพรวพราว หรือแม้แต่การเป็นนักเตะที่เป็นหัวใจสำคัญในเกมรุกทีม เหมือนกับที่ โอโซระ สึบาสะ ทำไว้ในโลกของการ์ตูนแต่อย่างใด
เมื่อการตลาดกีฬาเข้ามาเกี่ยวโยง
ปัจจุบันแนวคิดเรื่องการตลาดกีฬา (Sports Marketing) ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมกีฬาโลกอย่างเต็มตัว และกลายเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกันอย่างผสมกลมกลืนไปแล้ว
ท่ามกลางสถานการณ์การแข่งขันทางการตลาดระหว่างแบรนด์กีฬาที่มีให้เห็นอยู่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับยุคดิจิทัลที่ทำให้แบรนด์กีฬาหลาย ๆ แบรนด์จำเป็นต้องรักษาฐานกลุ่มผู้สนับสนุนเดิม ไปจนถึงการทำการตลาดเพื่อซื้อใจผู้บริโภครายใหม่ผ่านการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก (Awareness) สู่การเข้ามามีส่วนร่วม (Engagement) นำมาซึ่งการตัดสินใจซื้อ (Conversion) ให้ได้อย่างสม่ำเสมอ
สำหรับสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่น หรือ JFA ได้บรรลุข้อตกลงเป็นพาร์ตเนอร์กับแบรนด์กีฬาสัญชาติเยอรมนีอย่าง อาดิดาส (Adidas) มาตั้งแต่ปี 1999
ซึ่งก่อนศึกฟุตบอลโลก 2022 จะแข่งขัน นักเตะทีมชาติชุดปัจจุบันอย่าง ทาคุมิ มินามิโนะ, ทาเคฟุสะ คุโบะ และ ทาคุมะ อาซาโนะ ก็ได้เป็นพรีเซนเตอร์ (Presenter) ให้กับแบรนด์ดังกล่าว โดยได้ร่วมโปรโมตสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับทีมชาติญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นชุดแข่งขันทั้งเหย้าและเยือน ไปจนถึงชุดลำลอง ฯลฯ และยังไม่นับเรื่องการใช้คอนเซ็ปต์การเล่าเรื่อง (Storytelling) ผ่านแนวคิดจากชุดแข่งขัน
อย่างในฟุตบอลโลก 2022 นี้ ชุดแข่งขันของทีมชาติญี่ปุ่นได้รับแรงบันดาลใจมาจากนกพับกระดาษโอริงามิให้มาอยู่บนชุดแข่ง เรียกได้ว่าเป็นการผสมผสานวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ชาติให้มีเรื่องราวในตัวเอง ตลอดจนใช้มังงะดังแห่งยุคนี้อย่าง "Blue Lock ขังดวลแข้ง" และ "Giant Killing" ในการโปรโมต
เหล่านี้ล้วนแต่เป็นการใช้กลวิธีเพื่อดึงให้แบรนด์เป็นที่สนใจ ขายได้ และครองใจผู้บริโภค
เพราะเหตุผลทางการตลาดนี้เองที่ทำให้ประเด็นนี้ถูกตั้งคำถามด้วยข้อมูลที่น่าสนใจจากแฟนบอล รวมถึงสื่อในประเทศญี่ปุ่น
Nikkan Gendai DIGITAL ได้เผยแพร่คำถามเกี่ยวกับการเลือกเบอร์เสื้อแข่งหมายเลข 10 ของทีมชาติญี่ปุ่น ก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 จาก "แหล่งข่าวรายหนึ่ง" โดยเหตุผลที่มินามิโนะได้ชุดแข่งหมายเลขนี้ก่อนแนวรุกเพื่อนร่วมทีมรายอื่นเป็นเพราะดาวเตะคนปัจจุบันของ อาแอส โมนาโก ที่ลงสนามรวมทุกรายการให้ทีมไป 14 นัด ยิง 1 ประตูกับอีก 3 แอสซิสต์ "มีแบรนด์กีฬาอาดิดาสเป็นผู้สนับสนุนหลัก"
ขณะที่นักเตะอย่างมิโตมะที่ก่อนจะเดินทางมาเล่นให้ทีมชาติ เจ้าตัวเพิ่งจะโชว์แกร่ง ยิง 2 จ่าย 1 ให้ทีมในช่วง 5 เกมหลังสุด รวมทุกรายการให้ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน และ ไดอิจิ คามาดะ เกมบุกจาก ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต ที่พกสถิติยิง 12 ประตูกับอีก 4 แอสซิสต์ ตลอดการลงเล่นให้ทีมอินทรีแดงดำในฤดูกาล 2022-23 นี้ที่ "ไม่ได้" มีแบรนด์กีฬาชื่อดังจากเมืองเบียร์เป็นผู้สนับสนุนหลัก
ด้วยเหตุนี้ทำให้ มิโตมะ ได้เสื้อแข่งหมายเลข 9 ส่วน คามาดะ รับเบอร์ 15 ไปตามลำดับ
"เหตุผลที่มินามิโนะยังคงได้ใส่เสื้อเบอร์ 10 เป็นเพราะสัญญาใจที่ระบุว่า นักเตะที่สวมเสื้อเบอร์ 10 ต้องมีสัญญากับ Adidas ซึ่งเป็นสปอนเซอร์หลักและกระดูกสันหลังของสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่น ดังนั้นมินามิโนะที่มีสัญญากับ Adidas จึงได้ใส่มัน ในขณะที่คามาดะที่มีสัญญากับ Nike ต้องโยกไปใส่เบอร์ 15 แทน" ข้อความบางส่วนจาก Nikkan Gendai DIGITAL แปลโดยเฟซบุ๊กแฟนเพจคิดไซด์โค้ง
ด้าน Dan Orlowitz นักข่าวกีฬาจาก The Japan Times ก็ได้ทวีตข้อความซึ่งอ้างอิงมาจากบทความดังกล่าว ระบุว่าเคยมีข่าวลือในลักษณะเดียวกันกับเหตุการณ์นี้มาแล้วในสมัย ฟุตบอลโลก 2010 อย่างการเรียกตัว ชุนสุเกะ นากามูระ มาติดทีมชาติไปลุยเวิลด์คัพที่แอฟริกาใต้
"อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด มีการพูดถึงอยู่บ่อย ๆ ว่าอาดิดาสกดดัน JFA ให้นำนักฟุตบอลดาวดังเข้ามาติดทีมชาติไปฟุตบอลโลกแม้ช่วงเวลานั้นพวกเขาจะยังฟอร์มตกอยู่ก็ตาม มีข่าวลือมากมายเกี่ยวกับ ชุนสุเกะ นากามูระ ที่ถูกเรียกติดทีมชาติในปี 2010 เป็นต้น" Orlowitz เผย
อาจเป็นเพราะในระหว่างนั้นอดีตเพลย์เมกเกอร์รายนี้อยู่ในช่วงระหว่างการกลับมาเรียกความมั่นใจกับสโมสร โยโกฮามา เอฟ มารินอส เรียกได้ว่าเป็นการกลับมาเล่นในเจลีก 1 อีกครั้งในรอบ 8 ปี หลังล้มเหลวในการไปเล่นให้ เอสปันญอล ช่วงเลกแรกของฤดูกาล 2009-10 นั่นเอง
ขณะที่ ทาเคฟุสะ คุโบะ เจ้าของผลงาน 2 ประตูกับอีก 4 แอสซิสต์ในทีม เรอัล โซเซียดาด แม้จะมีอาดิดาสเป็นผู้สนับสนุนหลักเช่นกัน แต่แหล่งข่าวที่ให้ข่าวกับ Nikkan Gendai DIGITAL ชี้ว่าคุโบะยินดีที่จะสวมเสื้อหมายเลข 11 แทน เพราะเจ้าตัวให้ความเคารพมินามิโนะในฐานะแข้งรุ่นพี่
แม้จะมีการตั้งคำถาม มีข้อมูลที่ได้รับการเผยแพร่จากสื่อถึงประเด็นการเลือกเบอร์ 10 ของนักเตะทีมชาติ ทว่านั่นก็ไม่ได้ทำให้สปิริตของขุนพลทัพซามูไรบลูเสียไป โดยเฉพาะกับเจ้าของเสื้อเบอร์ 10 อย่างมินามิโนะที่ยืนกรานว่าผลประโยชน์สูงสุดของทีมมาเหนือสิ่งอื่นใด
"ผลการแข่งขันของทีมเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในฟุตบอลโลก" ทาคิ ยืนยัน "ต่อให้ผมต้องนั่งเป็นสำรอง ผมก็จะทำหน้าที่โดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของทีมอยู่เสมอ"
บทความโดย พชรพล เกตุจินากูล
แหล่งอ้างอิง
1.7K รับชม
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      ลอยด์ ออสติน แข็ง อีกแล้ว รัฐมนตรีกลาโหม ลอยด์ ออสติน แสดงท่าที่แข็งกร้าวต่อจีนอีกครั้ง เมื่อเขาออกมาพูดเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาในงาน Reagan Nationanl Defense Forum ว่า..
      ขยายเวลาดาว ใน Blockdit เพิ่มโอกาสสร้างรายได้มากขึ้น แพลตฟอร์ม Blockdit ได้เพิ่มฟีเชอร์ “Startime” เข้ามาเป็นตัวเลือกที่จะช่วยเพิ่มโอกาสการได้รับ ”ดาว” ได้ง่ายขึ้น
      เปิดชีวิตคนขับรถส่งอาหารท่ามกลางวิกฤติล็อกดาวน์จีน การเป็นพนักงานขับรถส่งอาหารปกติต้องทำงานหนัก เงินเดือนน้อย และงานน่าเบื่ออยู่แล้ว แต่ชีวิตของพนักงานที่ชืื่อ “หวัง” นามสมมุติ ต้องเจอปัญหาหนักหน่วงยิ่งขึ้นเมื่อจู่ๆ ทางการล็อกดาวน์ตึกที่พักในกรุงปักกิ่งของเขาเมื่อหลายวันก่อน
      หญิงสาวคนนี้ถูกรัฐบาลอิหร่านสั่งรื้อถอนและทำลายบ้านที่เธออาศัยอยู่กับครอบครัวจนพังยับเยิน จากเหตุผลเพราะ เธอไม่สวมฮิญาบขณะเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติที่เกาหลีใต้ ..
      ดูทั้งหมด