1 ธ.ค. 2022 เวลา 10:00 • ความคิดเห็น
เหมือนแค่ไหน? เรียกว่า "ก๊อปปี้" ว่าด้วยการลอก-ผลิตซ้ำคอนเทนต์ออนไลน์
เหมือนแค่ไหน? ถึงเรียกว่า "ก๊อปปี้" ว่าด้วยเรื่องการลอก-ผลิตซ้ำคอนเทนต์ออนไลน์ ทุกวันนี้มีสื่อออนไลน์ให้เลือกอ่านคอนเทนต์ได้หลากหลาย แต่บางครั้งก็พบว่าหลายสื่อมีข้อมูลคล้ายกัน จนอาจนำไปสู่การฟ้องร้องด้านลิขสิทธิ์ได้ ดังนั้น ก่อนผลิตงานเผยแพร่บนโลกออนไลน์ต้องรู้ “กฎหมายลิขสิทธิ์” เช็กที่นี่!
เหมือนแค่ไหน? เรียกว่า "ก๊อปปี้" ว่าด้วยการลอก-ผลิตซ้ำคอนเทนต์ออนไลน์
ปัจจุบันสื่อออนไลน์มีการแข่งขันสูง ทั้งการแข่งขันกันในเรื่องความรวดเร็วในการนำเสนอเหตุการณ์แบบปัจจุบันทันด่วนและในเรื่องของการคัดกรอง “คอนเทนต์” ที่จะต้องถูกต้องครบถ้วน และลดความผิดพลาดให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ในเวลาอันจำกัด หากเป็นการรายงานข่าวสถานการณ์ใหญ่ๆ ระดับประเทศหรือระดับโลก ก็ไม่แปลกที่สื่อทุกสำนักจะเผยแพร่ข่าวในเนื้อหาที่ใกล้เคียงกัน เพราะจุดเกิดเหตุเป็นจุดเดียวกัน
แต่ถ้าไม่ใช่การรายงานข่าวในกรณีข้างต้น การผลิตคอนเทนต์ประเภทอื่นๆ ในบางครั้งพบว่าอาจมีข้อมูลซ้ำกันได้ แล้วทำอย่างไรจึงจะไม่เข้าข่ายทำผิดกฎหมาย “ลิขสิทธิ์”
📌กฎหมายลิขสิทธิ์สำหรับครีเอเตอร์แบบเข้าใจง่าย
ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า “ลิขสิทธิ์” หมายถึง สิทธิ์ที่เจ้าของผลงาน “ได้เริ่มต้นทำงานด้วยตนเอง โดยการใช้สติปัญญาความรู้ ความสามารถ และความวิริยะอุตสาหะ เพื่อการสร้างสรรค์ผลงาน โดยไม่ลอกเลียนงานของผู้อื่น” ซึ่งงานที่ผลิตต้องเป็นงานตามประเภทที่กฎหมายลิขสิทธิ์ให้คุ้มครอง เมื่องานเสร็จแล้ว “ผลงานจะได้รับความคุ้มครองทันทีที่สร้างสรรค์โดยไม่ต้องจดทะเบียน”
สำหรับกฎหมายด้านลิขสิทธิ์ไทยนั้น เริ่มใช้ตั้งแต่ พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521 จนมีการตราพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ที่ยังคงบังคับใช้จนถึงปัจจุบัน แต่ก็มีการปรับปรุงเพิ่มเติม เป็นพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2558 และพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2561 เป็นฉบับล่าสุด เพื่อความทันสมัยและครอบคลุมในเรื่องของผลงานมากขึ้น
1
📌นักก๊อปปี้โดนแน่ ทำแบบนี้มีความผิด
ใน พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ได้ให้นิยามของการทำซ้ำและดัดแปลงผลงานไว้ดังนี้ โดย “ทำซ้ำ” คือ การคัดลอกไม่ว่าโดยวิธีใด เลียนแบบ ทำสำเนา ทำแม่พิมพ์ บันทึกเสียง บันทึกภาพ หรือบันทึกเสียงและภาพจากต้นฉบับ จากสำเนา หรือจากการโฆษณา ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ส่วนที่เกี่ยวกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ระบุว่า การคัดลอกหรือทำสำเนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์จากสื่อบันทึกใด ไม่ว่าด้วยวิธีใด ในส่วนสาระสำคัญ โดยไม่ได้สร้างงานขึ้นใหม่ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ถือว่าผิดทั้งหมด
ส่วนการ “ดัดแปลง” คือ ทำซ้ำโดยเปลี่ยนรูปแบบใหม่ ปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม หรือจำลองงานต้นฉบับในส่วนสาระสำคัญโดยไม่ได้ทำงานขึ้นมาใหม่ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ที่สำคัญไม่ว่าจะ ทำซ้ำ หรือ ดัดแปลง หากไม่ได้ขออนุญาตจากเจ้าของผลงานโดยตรง หรือไม่มีการอ้างอิงถึงผลงานต้นฉบับ ถือว่ามีความผิดทั้งหมด
นอกจากการคัดลอกโดยตรงแล้ว การกระทำอีกอย่างที่ถือว่ามีความผิดเช่นกัน ได้แก่ การนำงานนั้นไปเผยแพร่ต่อสาธารณชน ให้เช่าต้นฉบับ หรือทำสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียง และผลงานนั้นให้ประโยชน์ที่เกิดจากลิขสิทธิ์กับผู้ที่นำผลงานไป
สำหรับบทลงโทษที่ผู้ลอกเลียนแบบผลงานจะได้รับนั้น ในหมวดที่ 8 พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ระบุไว้ว่า หากเจ้าของผลงานแจ้งความเอาผิดแล้ว ผู้ลอกเลียนแบบจะได้รับโทษสูงสุด คือ จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน – 4 ปี ปรับตั้งแต่ 100,000-800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ต่อมามีการปรับปรุงบทลงโทษใน พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2558 ผู้ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ตามมาตรา 28/1 จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน- 4 ปี ปรับตั้งแต่ 100,000-800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
อ่านประเภทงานที่รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์และวิธีรับมือหากถูกคัดลอก:
โฆษณา