วิธีระงับกิเลสมันยากที่จะอธิบาย เพราะระดับของกิเลส หรือระดับการเปิดรับกิเลสของแต่ละคนไม่เท่ากัน
1
การระงับกิเลสของแต่ละคน แตกต่างกันไปตามทักษะการตระหนักรู้หรือการรู้เท่าทันกิเลส
บางคนตระหนักรู้เท่านี้ ก็คงระงับกิเลสได้เท่านี้ตามกำลังความสามารถของบุคคล
การบอกหรือชี้แนะ บางทีอาจเป็นเรื่องยากเพราะระดับการตกผลึกด้านความคิดของแต่ละคนนั้นมีความแตกต่างกัน
คงต้องปล่อยให้แต่ละคนใช้ชีวิตด้วยตัวเอง ลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง เรียนรู้ความอยากได้อยากมีด้วยตัวเอง
ระดับ”ความอยาก”ที่ว่านี้ มันจะถูกจัดสรรลดหลั่นกันไปตามธรรมชาติ จนกระทั่งวันหนึ่ง วันที่วิถีชีวิตของเราเริ่มเปลี่ยนไปตามระดับปัญญา
2
วันที่เราเริ่มรู้สึกว่าทำไมสิ่งของที่ไม่จำเป็นในชีวิตมันเยอะแยะเต็มไปหมด จนเริ่มรู้สึกว่าอยากตัดมันออกไปทีละอย่างโดยไม่ใช้วิธีหักดิบ หรือบังคับฝืนใจ แต่ให้ค่อยๆระงับกิเลสไปตามกำลังความสามารถของเรา
ระงับได้ช้าหรือเร็ว มันขึ้นอยู่กับใจเรา เพราะเหตุนี้ในสังคมของเราจึงมีความแตกต่างกันไปตามบุคคล
ข้อดีของการรับรู้ว่ากิเลสคือกิเลส อย่างน้อยเราก็สามารถพิจารณามันได้ว่ามันเป็นกิเลสระดับไหน..
เช่น เรารู้ว่าเราอยากกินชีสเค้ก เราก็พิจารณามันตามกำลัง..หลังจากพิจารณาเสร็จ เราก็กินมันอย่างเอร็ดอร่อยตามระดับกิเลสของเราที่ยังคงมีอยู่..
4
หรือ เรารู้ว่าเราอยากได้รถคันใหม่ แต่รถคันเก่ามันก็ยังใช้งานได้อยู่.. รถมันก็แค่ยานพาหนะที่พาเราไปถึงจุดมุ่งหมายได้อย่างปลอดภัย ไม่จำเป็นต้องซื้อใหม่ก็ได้ เพราะอายุการใช้งานของรถก็ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ…
1
ฯลฯ
จงอยู่ร่วมกับมันไป..พิจารณาตามความเหมาะสมและความสะดวกใจ และปล่อยวางมันไปตามกำลังของเรา แต่พยายามควบคุมมันไว้ด้วยเครื่องมือที่เรียกว่า..สติและความตระหนักรู้
3
ขอบคุณรูปภาพ: https://unsplash.com/photos/
  • 7
โฆษณา