19 ธ.ค. 2022 เวลา 03:18 • ประวัติศาสตร์
ผู้หญิงที่เป็นโรคหลายบุคลิกถึง 2,500 บุคลิก เพราะถูกพ่อตัวเองทารุณและข่มขืนร่วม 7 ปี
บทความนี้จะเป็นบทความที่มีเนื้อหารุนแรงอาจกระทบจิตใจผู้อ่านได้ แต่เชื่อว่าบทความจะเป็นแรงบันดาลใจด้วยว่าความยุติธรรมมีอยู่จริง ทาง Moving Book จะขอนำเสนอบทความเรื่องผู้หญิงที่เป็นโรคหลายบุคลิกถึง 2,500 บุคลิก เพราะถูกพ่อตัวเองทารุณและข่มขืนร่วม 7 ปี
1
เรื่องนี้เป็นเรื่องราวชีวิตผู้หญิงที่โคตรแตกสลาย เด็กผู้หญิงคนนึงมีถึง 2,500 บุคลิกภาพในตัวเอง! เพราะเธอถูกพ่อตัวเองทารุณและข่มขืนร่วม 7 ปี จนจิตใจเด็กคนนึงต้องสร้างตัวตนใหม่ขึ้นมาซ้ำๆ แถมยังโดนพ่อล้างสมองว่าอ่านใจเธอได้จนรู้สึกไม่ปลอดภัยแม้กระทั่งในความคิดตัวเอง
ในปี 1974 มีเด็กผู้หญิงคนนึงชื่อว่าเจนี เฮย์เนส (Jeni Haynes) น้องเจนีเป็นเด็กสี่ขวบ วันนึงพ่อก็บอกน้องว่า “รู้มั้ยพ่อมีพลังวิเศษ” พลังวิเศษที่ว่าก็คือการอ่านใจน้องได้ แต่พ่อไม่ได้เป็นฮีโร่สำหรับน้องเลย เพราะพ่อเริ่มล่วงละเมิดน้องและบอกว่าถ้าไปฟ้องใครพ่อจะรู้ทันที
1
เจนี เฮย์เนส ผู้หญิงที่เป็นโรคหลายบุคลิกถึง 2,500 บุคลิก
น้องเจนีที่เป็นเด็กก็ไม่เข้าใจแต่ก็กลัว พ่อยังขู่ว่าถ้าไปบอกแม่แม่จะตาย ให้น้องเลี่ยงกิจกรรมที่โรงเรียนเพื่อไม่ให้ใครผิดสังเกต พ่อทำร้ายน้องเจนีเต็มที่ ข่มขืนล่วงละเมิดจนน้องเลือดไหล อวัยวะภายในถูกกระทบกระเทือน แต่พ่อไม่เคยพาน้องไปหาหมอเลยและยิ่งได้ใจทำร้ายหนักกว่าเดิม
พ่อพอใจที่เห็นน้องเจ็บปวด ยิ่งวันเกิดน้องพ่อจะยิ่งทำมากกว่าเดิมจนน้องเกลียดวันเกิดตัวเอง วันนึงพ่อจะเข้ามาทำร้ายน้อง อยู่ดีๆ น้องก็เหมือนวาร์ป รู้ตัวอีกทีคือพ่อไปแล้ว และนั่นคือครั้งแรกที่น้องได้รู้จักกับเสียงในหัวหรือตัวตนอีกคนชื่อว่า ‘ซิมโฟนี
น้องเจนีโดนพ่อทำร้ายจนเป็นโรคหลายบุคลิกแต่ไม่รู้ตัว หลังจากนั้นเวลาพ่อมาทำร้าย ซิมโฟนีที่เป็นตัวตนเด็กอีกคนก็จะมาแทนที่ตัวตนน้องเจนีเพื่อถูกทำร้ายแทน แต่เวลาผ่านไปพ่อก็ยิ่งทำร้ายน้องหนักเข้าทุกวัน ทำให้ตัวตนของน้องเจนีมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนน้องมีตัวตนร่วม 2,500 ตัวตน
1
เจนีในวันเด็ก
ตัวตนของน้องมีตั้งแต่ซิมโฟนีที่รับหน้าที่เป็นเด็กที่ถูกทำร้ายแทน มัสเซิล-เด็กผู้ชายที่รับหน้าเวลาพ่อใช้ความรุนแรง ลินดา-ผู้หญิงฉลาดมั่นใจที่รับหน้าเวลาน้องไปโรงเรียน ฯลฯ น้องถูกทำร้ายต่อเนื่องจนกระทั่งปี 1981 พ่อก็หย่ากับแม่น้องและแยกทางกัน แต่ฝันร้ายของน้องเจนีก็ไม่ได้จบลง
เนื่องจากน้องถูกข่มขืนทำร้ายร่างกายมา 7 ปี ไม่ได้รับการรักษา ทำให้มีผลกระทบในระยะยาว น้องเจนีโตขึ้น สภาพร่างกายและจิตใจพังทลาย เชิงกราน ก้นกบ รูทวาร ลำไส้ ดวงตา ถูกกระทบ ต้องผ่าตัดเปิดทวารเทียมเพื่อขับถ่าย! แม้ว่าจะเรียนจบถึงระดับปริญญาโทแต่ก็ทำงานไม่ได้
เจนีตอนที่จบปริญญาโท
น้องอยากมีลูกมากแต่ก็มีไม่ได้เพราะพ่อ น้องเจนีที่โตมาเป็นคุณเจนีต้องพึ่งเงินสวัสดิการของรัฐ พอเธอตัดสินใจไปหาหมอ หมอกลับหาว่าเธอแต่งเรื่องมาหลอกเขา เวลาผ่านไปหลายปี ในปี 2009 คุณเจนีเลยคิดว่ามันคงถึงเวลาแล้วที่เธอต้องทวงคืนความยุติธรรม
คุณเจนีโชคดีได้เจอกับตำรวจดีคนนึงชื่อพอล จ่าพอลเป็นตำรวจสายสืบที่เชื่อทุกอย่างที่คุณเจนีเล่าและไม่ตัดสินเบลมเหยื่ออะไรทั้งสิ้น เขาเข้าใจคุณเจนีทุกอย่างว่าทำไมเธอถึงป่วย และจ่าพอลยังเป็นตำรวจคนแรกที่ตกลงจะช่วยคุณเจนีด้วย
จ่าพอล เป็นตำรวจที่ช่วยทำคดีให้เจนี
ขณะเดียวกันมันก็ยากมากที่จะให้คนอื่นเชื่อว่าคุณเจนีป่วยเป็นโรคหลายบุคลิก ก็มีการรวบรวมหลักฐาน จนในปี 2019 ผ่านมาถึงสิบปีเต็ม คุณเจนี พ่อ กับพยานทุกคนก็มาขึ้นศาลออสเตรเลีย แต่ว่าในศาลนั้นมีแค่สามคนเท่านั้น เพราะพยานทุกคนอยู่ในตัวของคุณเจนี พยานก็คือตัวตนทุกคนนั่นเอง
แต่แล้วพยานทุกคนก็เล่าทุกฉากที่ถูกทำร้ายอย่างละเอียดบวกกับหลักฐานบนร่างจนสุดท้ายพ่อก็ยอมรับผิด ศาลตัดสินให้ติดคุก 45 ปี (ติดตอนอายุ 74 ก็คือติดจนตาย) คุณเจนีกับกองทัพตัวตนร่วม 2,500 ตัวตนที่สู้กับสงครามเงียบครั้งนี้มาตลอดทั้งชีวิตได้เป็นอิสระ คุณเจนีประกาศให้ทุกตัวตนรู้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้มันจบลงแล้ว เราทุกคนชนะแล้ว! เราเป็นอิสระแล้ว
คุณเจนีได้รับเงินชดเชยและมีบ้านเป็นของตัวเองแล้ว ไม่นานมานี้เธอก็ได้เปิดใจและเจอกับความรัก ตอนนี้เธอมีแฟนแล้วนะ ปัจจุบันคุณเจนีได้เขียนหนังสือเล่าเรื่องราวทั้งหมดไว้และกลายเป็นแรงบันดาลใจของใครหลายคน
3
หนังสือ The Girl In The Green Dress
โฆษณา