ย้อนหลังไปห้าสิบปี หกสิบปีก่อน..ถนนหนทาง มันไม่ค่อยมี บ้านไหนติดแม่น้ำลำคลอง..หน้าบ้านก็หันออกแม่น้ำลำคลอง ไปไหน ก็ต้องลงเรือพาย จักรยานก็มีน้อย ..ยิ่งอยู่บ้านอก ต้องเดินตามหัวคันนา ..จะเรียนหนังสือหนังหา .ถ้าไม่มีญาติมีที่พัก ในเมือง ก็ต้องไปเป็นเด็กวัด ช่วยปัดกวาด วัดวาอาราม เอาข้าวก้นบาตรมาให้ หมาวัด ไก่วัด (ห้ามกินไก่วัด เพราะทำผิดเงื่อนไขการอยู่วัด )
ทางเหนือ .เด็กที่อยู่ไกล ..อยู่เขาอยู่ป่า ห่างไกล ก็มาบวชเณร อาศัยวัด เรียนโรงนักธรรม ..เณรก็ได้เรียนหนังสือ พออ่านออกเขียนได้ นานๆ พ่อแม่ ก็เอาข้าว มาส่งให้ถุงหนึ่ง พริกหอมกระเทียม เอามาส่งให้ บรรเทาภาระพระในวัด ..ผู้คนที่ใส่บาตร เค้าก็ตักข้าวทัพพีหนึ่ง กับข้าวก็ หมูทอดบ้างไข่ต้ม. ไข่เค็มเนื้อเค็ม (ยุคนั้น ถงพลาสติตไม่มี มีแต่ใบตองสดและแห้ง ) ไม่ได้ใส่กันมากมายเหมือนสมัยนี้ มากเสียจนต้องมีรถมาขน มีมีรถเข็นบาตร ..มากมาย..มากเกินกว่าคำว่า บิณฑบาตมาเพื่อประทังสังขาร ..ดับความหิวกระหาย..
เมื่อเกินเลยแล้ว..มันคืออะไร ..เป็นความโลภใช่หรือไม่ ..แต่ก็นั่นพูดไปมันบาปกรรม เพราะผู้ที่ทำบุญใส่บาตร เค้าต้องการบุญ สำคัญที่ผู้ที่รับ รับให้เกิดบุญ หรือ รับด้วยความโลภ
น้ำที่ใช้ ก็เป็นน้ำบ่อ ตักขึ้นใส่โอ่ง ไปใส่โอ่งนั้นโอ่งนี้ นำดื่มก็มีแต่น้ำฝน ..ฝนเริ่มตก ..ล้างหลังคร ก็ต้องล้างโอ่ง..เพื่อรองน้ำฝน ก็ได้อาศัยน้ำฝนเก็บตุนไว้ดื่มกินได้ทั้งปี ไม่ต้องหาเงินทองมาซื้อน้ำดื่มเหมือนสมัยนี้ คนยุคนั้น อยู่บ้านนอก จุดตะเกียง ..ไม่มีเงินมีทองก็อยู่ได้
พอเราเกิดการพัฒนา ..เปิดการศึกษาบังคับให้ส่งลูกหลานไปโรงเรียน เรียนแล้ว ฉลาดมีเงินมีทอง บันดาลสุข บันดาลอำนาจวาสนา พ่อแม่ก็ต้องดิ้นรน ..มีการก่อตั้งสหกรณ์ตรงนั้นตรงนี้ มียุ่งฉางเก็บ. มีโรงสีสหกรณ์ ..มีอะไรดี แบ่งปันผลให้ ..
แล้วทุนนิยม..ก็ตามมา ..มีธนาคาร..ให้กู้ยืม มี ธกส..เข้ามา สมาชิกสหกรณ์ค่อยๆ หายไปๆ ..ไปเป็นลูกค้าธนาคาร ธกส ..โรงสีสหกรณ์ ก็ล่ม..หายไป.. มีพัฒนากร..เกิดขึ้นมาส่งเสริมอาชืพ เลี้ยงเป็ดและสุกร ไม่มีเงินก็เอา ลูกไก่ไปเลี้ยง ไม่มีอาหารไก่ ก็เอาอาหารไก่ ไปก่อน แต่ต้องมีสัญญามีที่ทางค้ำประกัน ..ทำไปทำมา..ไก่มันโต ไข่ไม่มีออก..หักต้นหักดอก ..หักเอาที่ไป..
พัฒนาแปรรูป รัฐวิสาหกิจ อ้างว่าบริหารไม่ดี มีคอรัปชั่น ..ต้องแปรสมบัติส่วนรวม ถ่ายโอนให้ทุนนั้นทุนนี เข้ามา ..เข้ามาทำอะไร ได้ประโยชน์จากของที่เป็นเหมือนกงสี ..ที่เคยแบ่งกันไปทั่ว หล่อเลี้ยงครอบครัวญาติพี่น้อง แบ่งให้สัดส่วนไปให้กระเป่าใคร ล้วงเงินจากคนในบ้าน ..ไปเป็นของตน ..คนในบ้าน ..ก็เชื่อ ..เชื่อตามที่เค้าบอก..ไม่รู้ว่ามันพัฒนาอะไร พัฒนาประโยชน์ให้แก่กระเป๋าผู้ใด เราก็อาศัยกิน ข้าวมานานหน่อย..ดูคนที่เค้ากินมาก ท้องแตกไป..มากมาย..ตายด้วยเหตุกินมากไป โรคภัยก็ถามหา แบกกายไม่ไหว ล้มตายไป
รุ่นนั้นตายรุ่นนี้ตาย พัฒนา ไปเรื่อย ทางเสื่อมทำลายก็มี ถนนหนทางดี รถก็ยังวิ่งชนกันตายได้..ก็ต้องพัฒนา ..กันไปเรื่อย .เพราะคนขับรถ..ไม่พัฒนา ..แล้วพัฒนาอะไร..ให้มันดี ..มีกายวาจาใจที่ดี..ดีที่อะไร..ตอบไม่ได้ เพราะเกิดมามุ่งมั่นไม่เหมือนกัน..
เรื่องราวที่มันแตกต่าง ..มันมีแต่เรื่องพัฒนา ..ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง พัฒนาไปๆ มาๆ ครอบครัวล่มสลาย..บ้านนอกคอกนา จึงมีแค่ผู้เฒ่าผู้แก่ ด้อยกำลังวังชา ..พัฒนาตัวเองไม่ได้ เพราะมันแก่และเฒ่า มีแต่เสื่อมลงไปๆ .. บ้านนอนคอกนาจึงไม่ค่อยมีใครไปเกิด..บ้านนั่นบ้านนี้ ค่อยๆร้างไปๆ ..แล้วจะพัฒนาอะไร..
โฆษณา