ประสบการณ์ เล่าให้ฟัง?...
สวัสครับ ผมขอแนะนำตัวสักนิดละกัน
ตัวผมนั้นเป็นคนไทยครับ ที่มาทำงานประเทศญี่ปุ่นสักพักแล้ว ด้วยความที่อยากมาสัมผัสการทำงาน สัมผัสความเป็นอยู่ และสิ่งแวดล้อม และอยากท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆที่ อยากสัมผัส จึงหาลู่ทางมาจนได้ครับ
บินไปเดือนพฤษภาคม 2022
ตั้งแต่วันที่ผมมาเหยียบประเทศญี่ปุ่นครั้งแรกตั้งแต่เดือน 5 ที่ผ่านมา จนตอนนี้เดือน12 แล้ว บ้านเค้ากำลังอยู่ในช่วงหน้าหนาว ซึ่งถือว่าหนาวใช้ได้เลยครับ จังหวัดที่ผมอาศัยอยู่คือจังหวัด ชิซูโอกะ นั่นเอง
ว่าแล้วก็เข้าเรื่องกันเลย..
ไม่กี่วันมานี้ ผมกับเพื่อนเกิดอยากดื่มด่ำบรรยาร้านเหล้าบ้านเค้า ว่าจะมีบรรยากาศยังไงน๊าา เราเองก็ไม่เคยสัมผัสจริงๆเลยสักครั้ง จะมีก็แต่ได้ดูผ่านหนัง หรือซีรี่ส์ของญี่ปุ่นบ้าง บางครั้ง
ผมกับเพื่อนเลยลองหาร้านใกล้ๆที่พักจากอากู๋ อ่านรีวิวบ้าง ดูจากรูปบ้าง ว่าบรรยากาศน่าไปมั้ย อาหารน่ากินหรือเปล่า
เออ.... ลืมบอกจุดเริ่มต้นของการอยากไปนั่งร้านเหล้า คือ ตัวผมเองอยากลองไปนั่งกินไก่ทอดกับเบียร์ ว่ามันจะฟินแค่ไหนเชียว เคยเห็นแต่ในหนัง (ทอดกินเองก็ได้แหล่ะ แต่ประเด็นคือ ฟิลต้องได้ด้วย😂 เลยพ่วงไปหาร้านเหล้า)
มาต่อกัน.. หลังจากได้ข้อมูลร้านที่อยากไปแล้ว
วันเสาร์หลังเลิกงานแบบ(เฮ้ย..เพื่อน สักหน่อยมั้ย)
จึง อาบน้ำ แต่งตัว จัดเต็มประมาณหนึ่ง ฮ่าๆๆ
จากนั้นเราก็ออกเดินทางกัน เดินเท้าเลยครับ เพื่อนเช็คในmap ก็ประมาณว่าเออ..หน้าปากซอยนี่เอง แต่พอเอาเข้าจริงประมาณเกือบโลได้ เลย
cr: google
พอถึงหน้าร้านก็เตรียมตัวอีกครั้ง ต้องพูดทักทาย อะไรประมาณไหนซึ่งก็ตื่นเต้นพอสมควรสำหรับครั้งแรกของผม
และพอเปิดประตูเข้าไปปุ๊บ ก็ชะงักเลยย นึกว่าข้างในจะใหญ่ที่ไหนได้ เล็กแบบดูอบอุ่นชะมัดฮ่าๆ
แล้วก็ตะลึงไปอีกเมื่อพบว่าข้างในสาวๆเพียบอารมณ์แบบวัยทำงานมาสังสรรค์กัน
นั่งเมาท์มอยกัน คึกคักเชียว
และเหลือบไปเจอว่ามีโต๊ะว่างตัวนึง ที่นั่งแบบต้องนั่งขัดสมาธิและนั่งล้อมวงกัน เลยเดินเข้าไปหาเจ้าของร้าน เป็นสามี ภรรยากัน ภรรยาก็ปรี่เข้ามาทักถามเป็นภาษาญี่ปุ่น ผมถึงกับงง ไปสองรอบ
ไม่เข้าใจว่าเค้าพูดอะไร พอได้สติจึงเงี่ยหูฟังดีดี
จึงได้จับได้ประมาณว่าเค้าถามว่า ..
"ได้จองมาไหม"
(よやくする ある ? = yoyakusuru aru?
ผมจึงตอบไปว่า
"ไม่มี" (ない=nai)
และถามกลับไปว่า
"นั่งที่นี่ได้ไหม?" (ここ すわって できる ? = koko suwatte dekiru ?)
ภรรยาเขาเลย ตอบกลับมาว่า ไม่สามารถนั่งได้
できないです = dekinai desu)
แล้วก็"ขอโทษ"(ごめんね。=gomenne
ผมพอเข้าใจแล้วจึงบอกว่า
"ไม่เป็นไร ขอบคุณครับ"
(だいじょぶ ありがとうです.=daijoubu arigato desu.)
** (ปล.เป็นบทสนทนาที่เกิดขึ้น ซึ่งจะถูกหลักภาษามากน้อยไหมต้องพิจารณา แต่สำหรับผมคือสื่อสารเข้าใจตรงกันก็พอ😂)
จากนั้นจึงออกมาจากร้านเลย
(สรุปว่าร้านที่ตั้งใจมานั้นอดนั่งโดยปริยาย)
ซึ่งก็เสียดายไปอีกว่าไม่ได้ถ่ายรูปบรรกาศหน้าร้าน หรือภายในร้านเลย เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก เดินกลับแบบเซ็งๆ😂
และระหว่างเดินทางกลับที่พักนั้นผมกับเพื่อนจึงปรึกษากันว่าเอาไงต่อดี วันนี้ดันมีใจอยากดื่มมากไปอีก เพื่อนกับผมจึงมีความคิดตรงกันว่า วันนี้ต้องหาที่ลงให้ได้ ฮ่าๆๆ
จากเดินๆกันอยู่ ก็ผ่านไปเจอร้านหนึ่ง เป็นที่ดูแบบผ่านๆแล้ว ก็พอเดาได้ว่าเป็นร้านขายเหล้าเบียร์ ผมจึงไม่คิดมากและลองเดินเข้าไปดู
ปรากฏว่าข้างในก็คือร้านเบียร์จริงๆ ผมเลยไม่รอช้า สั่งเบียร์สดแบบ ผิดๆ ถูกๆ พร้อมภาษาสากล(ภาษามือ) สื่อสารไป
เบียร์สดแก้วละ 550 เยน
แรกๆนั่งคุยกับเพื่อนด้วยภาษาไทยปกติ
โดยมีคนญี่ปุ่นนั่งอยู่อีกฝั่ง นั่งดื่มไปดื่มมาสักสองสามแก้ว เก่งภาษาญี่ปุ่นเลยทีนี้ หันไปคุยกับคนญี่ปุ่นที่นั่งอยู่อีกด้าน โดยเป็นคุณป้าท่านหนึ่ง
จากนั้นบทสนทนาก็เป็นไปอย่างธรรมชาติ ต่างคนต่างพยักหน้ายิ้มรับ-ตอบกลับไปเป็นช่วงๆ
เริ่มจากคุยแนะนำตัว คุยเรื่องดินฟ้าอากาศ ที่มีคำศัพท์ที่จำได้และสื่อสารง่าย แล้วเรื่องกำแพงภาษาที่กังวลก็หายไป กลายเป็นค่ำคืนที่ได้มานั่งดื่มแบบเข้าถึงความเป็นบ้านเค้าในระดับหนึ่งเลย😄
ตั้งใจอยากกินไก่ทอดแต่ในกินไข่ทอดแทน😂
**ปล.(ที่ร้านนี้ผมพูดคุยไปเยอะมากแบบเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างหลายสารพัดคำศัพท์และด้วยเมาแล้วในระดับนึงจึงไม่สามารถไล่เรียงบทสนทนาไหว😅)
เรื่องนี้จึงสอนให้รู้ว่า ความกลัวและการกังวลเป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นเอง เอาชนะด้วยการดื่มได้😁
1
ขอบคุณผู้อ่าน
  • 4
โฆษณา