27 ธ.ค. 2022 เวลา 08:35
ฎีกาที่ 1188/2564
การที่จำเลยยื่นคำร้องขอสละสิทธิในการบังคับคดีเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2561 ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1440/2556 ของศาลจังหวัดสระบุรี เป็นเวลาภายหลังจากที่โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพิพาทเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 ในคดีนี้แล้ว ทั้งไม่ปรากฏหลักฐานว่าผู้คัดค้านชำระเงินให้แก่จำเลยตามคำพิพากษาของศาลจังหวัดสระบุรีอย่างไร
ประกอบกับข้อเท็จจริงได้ความว่าผู้คัดค้านเป็นบุตรของจำเลย พฤติการณ์ของจำเลยและผู้คัดค้านดังกล่าวน่าเชื่อว่าการสละสิทธิในการบังคับคดีเกิดจากการสมยอมกันเพื่อยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินให้พ้นจากการบังคับคดีของโจทก์ ที่ดินพิพาทจึงยังคงเป็นของจำเลย ส่วนที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีและให้เจ้าพนักงานบังคับคดีออกคำสั่งอายัดก่อน
เมื่อที่ดินพิพาทตกเป็นของจำเลยแล้วจึงให้ยึดเพื่อขายทอดตลาดต่อไปนั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์ยื่นคำร้องว่าเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 โจทก์ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพิพาทมีชื่อนางสาวนิตยา เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ โดยศาลจังหวัดสระบุรีพิพากษาให้นางสาวนิตยาผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทแทนจำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้จำเลย ตามคำพิพากษาศาลจังหวัดสระบุรี คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1440/2556
แต่เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ดำเนินการให้อ้างว่าจำเลยไม่ใช่ผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท ขอให้มีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพิพาทคำร้องของโจทก์ดังกล่าวเป็นกรณีที่โจทก์ขอให้ยึดทรัพย์สินที่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอ้างว่าเป็นของจำเลยลูกหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งมีชื่อบุคคลอื่นเป็นจ้าของในทะเบียน แต่เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งงดการยึด โจทก์จึงใช้สิทธิยื่นคำร้องต่อศาลขอให้มีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทำการยึดทรัพย์สินนั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 298 วรรคสาม
หาใช่กรณีที่จะกระทำได้โดยมีคำสั่งอายัดก่อนดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาไม่ ที่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 และมาตรา 252

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา