30 ธ.ค. 2022 เวลา 01:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ
เจาะอุตสาหกรรมพืชเส้นใย (fiber plants)
ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุจากธรรมชาติ รวมไปถึงพืชเส้นใยที่สามารถทดแทนการผลิตพลาสติกบางชนิด เป็นส่วนช่วยในการรักษาสิ่งแวดล้อม และเป็นการประหยัดทรัพยากรน้ำมันที่มีค่าได้อย่างมาก วัสดุส่วนใหญ่ที่นำมาผลิตพอลิเมอร์มาจากน้ำมันและถ่านหิน แต่น้ำมันสำรองทั้งโลกมีเพียง 80,000 กว่าล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น ทุกปีมีการใช้น้ำมันไปกว่า 30,000 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี
คาดว่าจะสามารถสำรองสำหรับการใช้งานได้อีกไม่กี่ปี ทรัพยากรน้ำมันโลกจะค่อยๆหมดลง ถึงแม้ว่าทั่วโลกจะมีการกักตุนท่านหินมากขึ้น แต่ก็มีทรัพยากรให้ใช้ได้ไม่ถึงหนึ่งศตวรรษ ทุกปีทั่วโลกมีการสังเคราะห์พลาสติกจากน้ำมันกว่า 140 ล้านตันต่อปี โดยประเทศจีนมีการใช้น้ำมันผลิตพลาสติกเฉลี่ย 8 ล้านตันต่อปี การใช้วัสดุจากพืชเส้นใยเพียงแค่ 1% ทดแทนการผลิตจากพลังงานแบบเดิม จะสามารถทดแทนทรัพยากรน้ำมันและพัฒนาเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ได้
พืชเส้นใย (fiber plants) หมายถึงพืชที่ให้เส้นใย “เส้นใย” สิ่งที่มีลักษณะเป็นเส้นยาวเรียว เส้นใยธรรมชาติซึ่งได้จากพืชจะมีส่วนประกอบทางเคมีส่วนใหญ่เป็นเซลลูโลส ซึ่งได้จากหลายส่วนของพืช
“เซลลูโลส” มีส่วนประกอบทางเคมีพวกคาร์โบไฮเดรต ( สารพวกเดียวกันกับแป้งและน้ำตาล ) โมเลกุลของเซลลูโลสเรียงตัวกันในผนังเซลล์ของพืช เป็นหน่วยเส้นใยขนาดเล็กมาก เกาะจับตัวกันเป็นเส้นใย เป็นโมเลกุลที่ย่อยสลายตัวได้ยาก ซึ่งเส้นใยเหล่านี้สามารถพบได้ในส่วนต่างๆของพืช ไม่ว่าจะเป็น ใบ ลำต้น ราก ผล รวมไปถึงส่วนเปลือกของผลที่สามารถผลิตเส้นใยจากธรรมชาติ
พืชเส้นใยมีความสัมพันธ์ต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์อย่างใกล้ชิด เส้นใยจากพืชเป็นวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเกิดจากการใช้แกลบข้าว ฟางข้าว ฟางข้าวสาลี ฟางข้าวโพด เศษไม้ เศษไม้ไผ่ เป็นต้น มาผลิตเป็นผงไฟ เบอร์ แล้วผ่านกระบวนการพิเศษ เพื่อผลิตเป็นวัตถุดิบแบบผสมผสาน (Mixed material) แล้วน้ำไปอัดหรือฉีดขึ้นรูป โดยส่วนประกอบที่มาจากธรรมชาตินั้นมีสัดส่วนสูงถึง 60-90% สามารถนำไปผลิตเป็น ถ้วย ชาม แก้วแบบใช้แล้วทิ้ง สินค้าหัตถกรรมของใช้ในชีวิตประจำวันวัสดุก่อสร้าง และบรรจุภัณฑ์ต่างๆเชิงอุตสาหกรรม
ลักษณะพิเศษของวัสดุเส้นใยจากพืช วัสดุพืชเส้นใยส่วนใหญ่มาจากพืชทางการเกษตรที่โตและสามารถเก็บเกี่ยวได้เร็ว สามารถเป็นทรัพยากรทดแทนที่หาได้ง่ายตามธรรมชาติ การวิจัยพัฒนาเพื่อใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติเป็นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ลักษณะเฉพาะของวัสดุเส้นใยจากพืช เป็นวัสดุที่มีความแข็งแรงสูง ผิวเรียบเป็นธรรมชาติ สีสันหลากหลาย เหมาะสำหรับการผ่านกระบวนการแปรรูปหลายครั้ง และยังสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำ และยังสามารถใช้ทดแทนวัสดุต่างๆ อาทิ พลาสติก กระจก เครื่องปั้นดินเผา และ เซรามิก เป็นต้น ซึ่งจะสามารถเป็นส่วนช่วยในการประหยัดทรัพยากรด้านพลังงานและน้ำมัน
สถานการณ์และการพัฒนาอุตสาหกรรมพืชเส้นใยในจีน
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาด้วยการส่งเสริมและผลักดันจากภาครัฐอุตสาหกรรมพืชเส้นใยในประเทศจีนเริ่มพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง เข้าสู่ช่วงการพัฒนาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน โดยจะเริ่มพัฒนาเขตพื้นที่มณฑลซานตง เจียงซูและจี๋หลินให้เป็นพื้นที่รวบรวมอุตสาหกรรมพืชเส้นใยในประเทศ
จากข้อมูลจากศุลกากรของจีนระบุว่า ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงกรกฎาคม 2563 จีนนำเข้าสินค้าหัตถกรรมที่ใช้วิธีการถักทอโดยวัสดุพืชเส้นใยจากธรรมชาติปริมาณ 1,348.7 ตัน (ลดลงร้อยละ 2.3) มูลค่าการนำเข้าอยู่ที่ 6.71 ล้านเหรียญสหรัฐ (ลดลงร้อยละ 11.5) ปริมาณการส่งออกอยู่ที่ 74,238.5 ตัน (ลดลงร้อยละ 9.6) มูลค่า การส่งออกอยู่ที่ 523.77 ล้านเหรียญสหรัฐ (ลดลงร้อยละ 12.5)
การแปรรูปจากสินค้าจากวัสดุพืชเส้นใยของจีน คิดเป็นสัดส่วนมากว่าร้อยละ 50 ของทั่วโลก การส่งออกเสื้อผ้าของจีนจัดเป็นอันดับ 1 ของทั่วโลก ครองส่วนแบ่งการตลาดทั่วโลกถึง 2 ใน 3 จากการปฏิรูปด้านอุตสาหกรรมกว่า 20 ปี เศรษฐกิจจากเส้นใยโพลีเอสเตอร์ของจีนได้รับความสนใจจากทั่วโลก
ส่งผลให้อุตสาหกรรมพืชเส้นใยในประเทศเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน และการปรับปรุงมาตรฐานการครองชีพของผู้คน เป็นส่วนช่วยทำอุตสาหกรรมสิ่งทอในประเทศพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มช่องว่างในการพัฒนาในอุตสาหกรรม
ความเห็นสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน
หลายประเทศทั่วโลกใช้ทรัพยากรและความหลากหลายทางชีวภาพสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งผลของการพัฒนาดังกล่าวต้องแลกด้วยความเสื่อมโทรมของทรัพยากรและการลดลงของความหลากหลายทางชีวภาพ เกิดของเหลือทิ้งที่สร้างมลพิษ ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาสุขภาพ ปัจจุบันประเทศจีนเริ่มให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม การพัฒนาพลังงานสะอาด รวมไปถึงการใช้ทรัพยากรจากธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ประเทศจีนเริ่มมีการปลูกฝังความคิดด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น ผู้คนค่อยๆรับรู้และเห็นความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ จากการตระหนักรู้ส่งผลให้ผู้คนเริ่มยอมรับและหันมาบริโภคสินค้าจากวัสดุธรรมชาติเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย แผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนของประเทศไทยโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy : BCG Model) เศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว ที่ประกอบด้วย
1. อนุรักษ์ ฟื้นฟู พัฒนา เพิ่มพูน ทรัพยากร ความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรม
2. บริหารจัดการ การใช้ประโยชน์และบริโภคอย่างยั่งยืน
3. ลดและใช้ประโยชน์ของทิ้งจากกระบวนการผลิตสินค้าและบริการ
4. สร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่มูลค่า ตั้งแต่ภาคเกษตรที่เป็นต้นน้ำจนถึงภาคการผลิตและบริการ
5. สร้างภูมิคุ้มกันพึ่งพาตนเองและเพิ่มสมรรถนะในการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว คาดว่าเป็นจะแนวทางในการพัฒนาสินค้าของประเทศไทยในอนาคตต่อไป
Reference
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน
โฆษณา