2 ม.ค. 2023 เวลา 14:00 • ไลฟ์สไตล์
"การเลียนแบบ คือ "เรื่องตลก" ถอดความหมาย Parody ที่อยู่คู่ความ "บันเทิงไทย"
ทำไม"การเลียนแบบ" จึงเป็นแนวทางการสร้างคอนเทนท์ที่ยังได้รับความนิยมในหมู่คนดู? ถอดความหมายของกลวิธีการเลียนแบบ (Parody) ในความบันเทิงไทยแบบฉบับคนไทยที่ยืนยงและแน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
"การเลียนแบบ คือ "เรื่องตลก" ถอดความหมาย Parody ที่อยู่คู่ความ "บันเทิงไทย"
ถ้าใครได้ลองสไลด์โทรศัพท์ เสพวีดีโอคอนเทนท์ในโซเชียล เช่นใน TikTok, Facebook, Instagram เชื่อเถอะว่าหนึ่งในเนื้อหาที่จะพบได้คือคอนเทนท์สายตลก โดยที่วิธีการเรียกเสียงหัวเราะที่ไม่น้อยไปกว่าวิธีไหนคือ “การเลียนแบบคนดัง”
1
ที่มาแรงในช่วงสิ้นปี หนีไม่พ้นการเต้น Cover ท่าสตาร์ทรถของ “โตโน่” ศิลปินชื่อดังในการแสดงบนเวทีแห่งหนึ่ง ซึ่งจากนั้น ได้มีผู้ทำคลิปเลียนแบบนับสิบนับร้อย ยิ่งเฉพาะในรายการ โจ๊กเกอร์แฟมิลี่ ซึ่งมี “แจ๊สชวนชื่น” รับบทเป็น “โตโย่” ซึ่งกลายเป็นคลิปที่ถูกแชร์เป็นจำนวนมาก ไม่ต่างอะไรจากคลิปเลียนแบบคนดังในข่าวก่อนหน้าที่รายการนี้นำเอามานำเสนอ และมักสร้างความตลกขบขันได้ในทุกๆครั้ง
1
ทำไม “การเลียนแบบ” ถึงอยู่คู่ความตลก? นั่นก็อธิบายได้ง่ายๆว่า คนดังที่ถูกเลียนแบบเหล่านี้มีความใกล้ชิดกับผู้คน ขณะที่คาแรกเตอร์ของพวกเขาคือภาพจำ สามารถเชื่อมโยงกับผู้คนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ซึ่งเมื่อนำเอาคาแรกเตอร์มาสื่อสารได้อย่างถูกที่ถูกเวลาได้ จึงทำให้ การเลียนแบบ-ล้อเลียน เป็นคอนเทนท์ที่ใครๆก็อยากติดตาม เช่น รายการสภาโจ๊ก (เลียนแบบประชุมรัฐสภา) การเล่นเป็นเงาเสียงนักร้องดัง (เสียงเหมือน), การเล่นเป็นก๊อปปี้โชว์ (เลียนแบบการแสดง)
พี่ตูน บอดี้สแลม, เสก โลโซ, น้าหมู พงษ์เทพ, แอ๊ด คาราบาว, คุณชูวิทย์, นายกรัฐมนตรี, นักการเมือง และอีก ฯลฯ คนดัง ล้วนเคยถูกเลียนแบบมาแล้วแทบทั้งสิ้น ทั้งในรูปแบบพาณิชย์ในวงการบันเทิง หรือการเป็นมุขตลกเฉพาะในหมู่เพื่อนฝูง ทั้งนี้ที่แพร่หลายไปมากนั่นก็เพราะการล้อเลียนอยู่ในอารมณ์ขันของผู้คน
ขณะที่ใจความสำคัญของการ Parody ซึ่งก็คือการสร้างผลงานเพื่อเลียนแบบ หรืออาจหมายความถึงการหยิบยืมเค้าโครง แนวคิด หรือเอกลักษณ์บางอย่างของงานสร้างสรรค์ชิ้นต้นแบบมาดัดแปลง ทำซ้ำในเชิงเสียดสี ยียวน ก็ล้วนเป็นหลักการที่ใครๆก็เข้าถึงได้
หากมองอย่างผิวเผิน การล้อเลียนหรือการ Parody อาจถูกปักป้ายให้ไปอยู่ในด้านลบมากกว่าด้านบวก แต่เมื่อลองพิจารณา จะพบว่าการล้อเลียนเป็นสิ่งที่มีความหมายอย่างมากในงานสร้างสรรค์และงานศิลปะ โดยเฉพาะกับ “โลกศิลปะ”
ซึ่งกล่าวกันว่า วรรณกรรม ภาพยนตร์ ดนตรี หรืองานศิลปะชิ้นใดก็ตาม จะประสบความสำเร็จหรือไม่ ขอให้ดูจากงานที่สร้างขึ้นมาล้อเลียน โดยหากมีงานชิ้นใดถูกล้อเลียนก็ขอให้เชื่อได้เลยว่า งานชิ้นนี้ได้เข้าไปอยู่ในใจของมหาชนเป็นที่เรียบร้อย…และแน่นอนว่าท่าเต้นสตาร์ทรถของโตโน่ในปี 2565 ก็อยู่ในใจคนไปแล้วเช่นกัน
ในสังคมไทย การล้อเลียนเป็นมากกว่าอารมณ์ขัน โดยเฉพาะการแสดงแบบ ”ก๊อบปี้โชว์” ที่บูมมากในหมู่นักจัดงานต่างๆ เช่นในโอกาสงานปีใหม่ สงกรานต์ งานวัด ฯลฯ
รายงานข่าวระบุว่า ในเทศกาลสำคัญต่างๆ เมื่อนักร้องมีค่าจ้างที่สูง งานที่เจ้าภาพไม่สามารถจ้างนักร้องดังๆ ตัวจริงมาแสดงได้ ก็จะมีก๊อปปี้โชว์มาเป็นทางเลือก และบางความเห็นถึงขนาดบอกว่า หากนักร้องดังๆ คิวแน่น แต่เจ้าภาพยังยืนยันจะอยากได้ศิลปินท่านนั้น กลุ่ม “ก๊อบปี้โชว์” จะเป็นทางเลือก ช่วยผ่อนหนักเป็นเบาให้กับผู้จัดงานได้
นั่นเพราะเวลาแสดงนักร้องก๊อปปี้โชว์ก็จะแต่งตัวเหมือนกับศิลปินตัวจริง และเมื่อคนดูได้ฟังเพลง ได้เต้นกับท่าทางที่ชอบอย่างสนุกสนาน ความสำคัญของการเห็นตัวจริงหรือตัวปลอมก็ค่อยๆลดลง และผู้จัดงานก็จะแฮปปี้ไปตามๆกัน
การล้อเลียน เสียดสีจึงอยู่มาทุกยุคทุกสมัย ตั้งแต่ในความตลกในเวทีงานวัด จนไปถึงโลกออนไลน์ที่คลิปวีดีโอสั้นๆ ถูกเสพกัน แต่ถึงเช่นนั้นความตลกที่ถูกนำเสนอก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หากแต่เป็นความตั้งใของผู้ผลิตเนื้อหา การฝึกซ้อมของนักแสดง เพราะถ้า “ไม่เหมือน” ก็จะไม่มีใครตลก
มีงานวิจัยจำนวนไม่น้อย ศึกษาว่า ความตลกเป็นเรื่องบริบทของแต่ละพื้นที่ เพราะประเทศหนึ่งอาจขำในมุขตลกอย่างหนึ่งแต่กับอีกประเทศอาจไม่เข้าใจ
สำหรับสังคมไทย มุขตลกที่ถูกรวบรวมและเป็นเงื่อนไขที่จะทำให้คนหัวเราะ ส่วนใหญ่ประกอบด้วยการล้อเลียนและเสียดสี, การสร้างความเหนือกว่าและต่ำกว่า, การพูดหรือแสดงความเห็นที่น่าหัวเราะ, บุคลิกตัวละครที่ผิดแปลกไปจากรูปแบบที่ควรจะเป็น, การสร้างความเอะอะโครมคราม, การใช้ภาษาชาวบ้านหรือการบ่นด่าด้วยถ้อยคำรุนแรง
ที่ขาดไม่ได้คือ อารมณ์ขันที่ทำให้คนไทยหัวเราะต้อง “ง่าย”และ “ไม่คิดมาก” เพื่อให้ผู้ชมสามารถตลกได้ในทันที เช่น การตีหัวด้วยถาดแล้วมีเสียงดัง การซูมภาพเข้าไปใกล้แล้วเห็นความผิดปกติต่างจากคนอื่นๆ ซึ่งผู้ชมไทยจะเกิดอารมณ์ขันกับการเจ็บตัวและความผิดปกติดังกล่าวในทันที โดยที่ลักษณะดังกล่าวอาจมีสาเหตุมาจากสภาพสังคมไทยในปัจจุบันที่ผู้คนต่างมีความเครียดและมีความเร่งรีบในการใช้ชีวิต
ความต้องการความบันเทิงแบบง่าย ๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก จึงเป็นสิ่งที่สร้างเสียงหัวเราะได้อยู่เสมอ
อ้างอิง: วิกิพีเดีย, “ศิลปินก๊อบปี้โชว์งานเข้าโดนข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์” เว็ปไซต์คมชัดลึก , บทความ “การสื่อสารอารมณ์ขันที่สะท้อนการเลือกปฏิบัติในสังคมไทย” สืบค้นเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.65
โฆษณา