Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Is Life
•
ติดตาม
4 ม.ค. 2023 เวลา 01:00 • ข่าว
นกยูงไทยกำลังจะสูญพันธุ์ ทั้งในธรรมชาติ และในคลังความรู้
บันทึกแต่เก่าก่อนระบุว่า คนไทยสามารถพบเห็น ‘นกยูงไทย’ ได้ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นบริเวณแม่น้ำแควน้อย ลุ่มน้ำปิง ลุ่มแม่น้ำยม ตามป่าที่ราบต่ำ ชายหาดริมลำธารในป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง
แต่เดี๋ยวนี้ หากอยากเห็นนกยูงไทย ต้องอาศัยเข้าชมตามสวนสัตว์
หรือไม่ก็ต้องดั้นด้นไปเฝ้ารอตามป่าอนุรักษ์ - เฉพาะจุด - เพียงไม่กี่แห่ง
รายงานการพบเห็นนกยูงในป่าธรรมชาตินั้นยังพอพบได้ในป่าห้วยขาแข้ง แม่วงก์ ดอยภูนาง ดอยอินทนนท์ ห้วยฮ่องไคร้ ป่าวียงลอ ป่าบ้านโฮ่ง
[ไม่แน่ใจว่าที่แก่งเสือเต้นสูญพันธุ์ไปหรือยัง]
เหตุที่เราพบนกยูงไทยได้น้อย เป็นเพราะการล่าของคนไทยในอดีต อันเป็นช่วงเวลาที่นกยูงยังไม่ได้รับการประกาศเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง
2
เราล่านกยูงเพราะขนของมันสวย และคิดเอาเองว่าเหมาะสำหรับใช้เป็นเครื่องประดับตกแต่ง
[ผู้เขียนจำได้ว่าตอนเด็กๆ พบเห็นการขายขนนกยูงกันเกลื่อนทั้งในงานวัด งานกาชาด งานประจำจังหวัด ไม่ทราบว่าเป็นของจริงหรือปลอม แต่ก็สะท้อนความนิยมในยุคสมัยหนึ่งได้เป็นอย่างดี]
1
มีทั้งการล่าโดยตรง หรือไม่ก็ขโมยไข่มาฟัก แล้วส่งขายพ่อค้า
ในงานวิจัยเรื่อง ลานรักษ์ ช่วงนกยูง : ต้นแบบแห่งวิถีอนุรักษ์นกยูงไทย สู่การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศโดยชุมชนในจังหวัดพะเยา ยังระบุถึงการล่านกยูงมาเป็นอาหาร
สาเหตุอีกอย่าง คือ เรื่องสุดคลาสสิคอย่างการสูญเสียพื้นที่ป่า
1
โดยเฉพาะป่าที่ราบริมน้ำ ซึ่งถูกคนเราแย่งชิงมาใช้เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยและเปลี่ยนแปลงที่ดินเป็นแหล่งเกษตรกรรม
ตามธรรมชาติ นกยูงจะใช้หาดริมลำห้วยเป็นที่หากิน ก้มจิกเมล็ดหญ้า และใบอ่อนของพืชล้มลุกหลายชนิด เช่น กก แห้วหมู พง อ้อ ผักโขมใบหนาม กุ่มน้ำ ละว้าตีเมีย โสนดง หงอนไก่ป่า ใบบอน
รวมถึงยังกินแมลงชนิดต่างๆ ตลอดจน กบ เขียดขนาดเล็ก
แต่เมื่อคนเราเข้ายึดถือครองที่ดิน นกยูงก็ไม่มีแหล่งอาหาร จนลามไปจนถึงที่อยู่อาศัยและวางไข่
ขณะที่ปัจจุบัน โครงการพัฒนาในพื้นที่ป่าของภาครัฐ ก็เป็นอึกหนึ่งภัยที่จะทำให้นกยูงสูญพันธุ์ไปจากป่าธรรมชาติ - ต่อไปในอนาคต
เช่น โครงการก่อสร้างป่าในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ที่เคยเป็นเรื่องราวใหญ่โตเมื่อ 10 ปีก่อน - แต่ฝ่ายนักอนุรักษ์ก็คานเอาไว้ได้ - ปัจจุบันอยู่ในช่วงการชะลอโครงการ ยังมิได้ยกเลิกแต่อย่างใด
และตอนนี้ยังมีโครงการอ่างเก็บน้ำแม่เมาะ ที่จะสร้างอุทยานแห่งชาติดอยภูนาง จ.พะเยา ป่าอีกแห่งที่มีนกยูงไทยอาศัย
จากการสำรวจพบว่า บริเวณที่มีการสร้างอ่างเก็บน้ำแม่เมาะมีนกยูงไทยอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น
นี่คือเรื่องราวพื้นฐานของภัยคุกคามนกยูงที่เราทราบ
แต่… ชะตากรรมอันมืดมนของนกยูงไทยยังไม่หมดเพียงเท่านี้
ปัจจุบัน พบว่าสายพันธุ์นกยูงไทยกำลังมีสภาพร่างกายผิดเพี้ยน จากการผสมพันธุ์กับนกยูงสายพันธุ์อินเดียที่ถูกปล่อยสู่ธรรมชาติ ทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ
นกยูงอินเดียนั้นเดิมอาศัยอยู่ในประเทศอินเดีย ปากีสถาน เนปาล บังกลาเทศ ภูฏาน และศรีลังกา
นกยูงไทยและนกยูงอินเดียถูกตัดขาดความสัมพันธ์ทางสายพันธุ์มาเนิ่นนาน โดยมีเทือกเขาหิมาลัยเป็นปราการธรรมชาติ ไม่ให้นกยูง 2 ชนิดมาผสมข้ามสายพันธุ์
แต่เป็นเราที่นำนกยูงอินเดียเข้ามาเพาะเลี้ยงในประเทศไทย เพราะนกไทยหายาก และนกยูงอินเดีย เชื่องกว่า เพาะเลี้ยงง่ายกว่า
และด้วยความประมาทเลินเล่อ จึงมีนกยูงอินเดียหลุดเข้าสู่ป่าธรรมชาติ
คนบางกลุ่ม ดันไปคิดว่านกยูงกำลังจะสูญพันธุ์ก็รีบเพาะเลี้ยงและปล่อยสู่ป่า โดยไม่สนหลักฐานทางชีววิทยา ข้อมูลวิชาการ ว่านี่เป็นสายพันธุ์ตามธรรมชาติตรงตามถิ่นที่อยู่อาศัยหรือไม่
ผลที่ตามมาจึงกลายเป็นการถือกำเนิดของลูกหลานนกยูงสายพันธุ์ใหม่ ที่เรียกว่าสัตว์ลูกผสม
และหาได้เป็นสิ่งที่เรียกว่าวิวัฒนาการตามธรรมชาติไม่
นกยูงไทย กับ นกยูงอินเดีย ต่างกันอย่างไร
ความแตกต่างระหว่างนกยูงไทย นกยูงลูกผสม และนกยูงอินเดีย ภาพจาก FB: Rungsrit Kanjanavanit
นกยูงไทย (Green Peafowl) สีตัวทั้งตัวผู้และตัวเมียจะเป็นสีเขียวเข้ม ‘หงอนพู่ตั้งตรง’ คอของนกยูงไทยจะยืดสูงกว่านกยูงอินเดีย แก้มจะเป็นสีเหลืองชัดเจนทั้งตัวผู้และตัวเมีย ปีกมีสีน้ำเงินเขียว
ส่วนนกยูงอินเดีย (Indian Peafowl) ตัวผู้จะสีน้ำเงินสด ส่วนตัวเมียจะสีน้ำตาลไม่สดใส แก้มเป็นสีขาว ‘หงอนพู่ตั้งขึ้นเป็นพัด’ ซึ่งแตกต่างจากนกยูงไทยชัดเจน มีขนาดตัวเล็กกว่านกยูงไทยเพียงเล็กน้อย ส่วนปีกมีสีขาวดำสลับกันเป็นรอยบั้ง
แต่สิ่งที่พบในป่าไทยในปัจจุบันหลายแห่ง เช่นในดอยอินทนนท์ ห้วยฮ่องไคร้ กลับพบนกยูงที่เรียกว่าลูกผสมเป็นเสียส่วนใหญ่
นกยูงลูกผสม (Hybrid Peafowl) ระหว่างนกยูงไทยกับนกยูงอินเดีย จะมีลักษณะตัวเมียมีขนที่คอสีน้ำตาล และตัวผู้มีสีน้ำเงิน ซึ่งได้ลักษณะนี้มาจากนกยูงอินเดีย ส่วนหงอนพู่จะมีลักษณะเกือบตั้งตรง ซึ่งเป็นลักษณะของนกยูงไทย และปลายหงอนเป็นขนมีลักษณะคล้ายนกยูงอินเดีย
การเปลี่ยนแปลงลักษณะทางพันธุกรรมของนกยูงไทยที่ไม่ได้เกิดจากการคัดเลือกโดยธรรมชาติ แต่มีมนุษย์เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง กำลังนำพาให้พันธุ์นกยูงไทยสูญหายไป
นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ นักดูนก และนักอนุรักษ์ แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้เอาไว้ว่า
“ผมไม่แน่ใจว่า สังคมแคร์แค่ไหนว่านกยูงไทยแท้กำลังจะหมดไป หลายคนอาจมองว่า นกยูง ก็คือ นกยูงนั่นแหละ ไม่เห็นจะแตกต่างกันเลย
“นกยูงไทย มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นมรดกธรรมชาติอันมีค่ายิ่งของไทย ทั้งทางชีวภาพ และ วัฒนธรรม
“หากเราปล่อยให้มีการปนเปื้อนทางพันธุกรรม (genetic contamination) ต่อไป นกยูงพันธุ์ไทยแท้ๆ ก็จะหมดไปจากประเทศในที่สุด เหลือแต่นกยูงพันธุ์ทาง เลือดผสมก็จะเป็นความสูญเสีย และเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างที่สุด”
ในความน่าเสียดายที่เกิดขึ้นนี้ ยังมีอีกเรื่องที่น่าเสียดายอย่างขมขื่น
พวกเราทราบกันหรือไม่ว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมา (ไม่แน่ใจว่ายาวนานแค่ไหน) ข้อมูลเกี่ยวกับนกยูงไทย ในสารานุกรมสาธารณะบนโลกอินเทอร์เน็ทอย่างเว็บไซต์วิกิพีเดีย ได้ลงภาพของนกยูงไทยผิด
โดยมีการลงรูปนกยูงพันธุ์ผสมลงไปแทน
1
ข้อมูลที่ผิดก่อนหน้านี้
นกยูงไทยในธรรมชาติว่าหายากแล้ว แต่ในอินเทอร์เน็มกลับอาจกลายเป็นเรื่องยากยิ่งกว่า…
ปัจจุบันข้อมูลดังกล่าวเพิ่งได้รับการแก้ไข จากมูลนิธิสืบนาคะเสถียร
ก่อนปี ค.ศ. 2023 หากใครเซฟภาพนกยูงไทยจากวิกิพีเดียไป หรือใช้ภาพดังกล่าวอ้างอิงข้อมูล ขอแจ้งตรงนี้ว่าท่านได้รับข้อมูลที่ผิด โปรดอัพเดทข้อมูลโดยด่วน
เพื่อรับสารที่ถูกต้อง
และนำไปสู่การอนุรักษ์สายพันธุ์นกยูงไทยไม่ให้ผิดเพี้ยนอีกต่อไป
ใครหลายๆ คนมักกล่าวอ้างว่า ‘ไม่รู้คือไม่ผิด’ แต่หากมองไปถึงผลลัพธ์ของการกระทำที่ไม่รู้ ความเสียหายอาจเกิดขึ้นอย่างมหาศาล
จะบอกว่าไม่ผิดก็คงไม่ได้
สิ่งแวดล้อม
เรื่องเล่า
ความรู้รอบตัว
2 บันทึก
8
1
1
2
8
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย