11 ม.ค. 2023 เวลา 04:00 • ข่าว
ให้พระเจ้าลงโทษอย่างหนัก! กรณีนักวิชาการไทย ซื้องานวิจัยของผู้อื่นแล้วแอบอ้างชื่อตนเองลงไปแทน ทั้งๆ ที่ไม่ได้ลงมือทำจริง เคสแบบนี้ต้องโดนลงโทษอย่างไรบ้าง?
ซื้องานวิจัยของผู้อื่นแล้วแอบอ้าง โดนลงโทษอย่างไรบ้าง?
ร้อนแรงชั่วข้ามคืนสำหรับประเด็น “นักวิจัยไทย” “ซื้องานวิจัย” หลายชิ้นจากต่างประเทศ แล้วเอามาสวมชื่อตนเองใส่เข้าไป ทั้งๆ ที่ไม่ได้ลงมือทำเองจริง เรื่องนี้สร้างแรงกระเพื่อมสะเทือนไปถึงความน่าเชื่อถือของวงการนักวิชาการ อาจารย์ และนักวิจัยในไทย
ยิ่งพอขุดลึกลงไปก็ยิ่งพบความผิดปกติชัดเจน คือ แต่เดิมในปี 2019 นักวิชาการคนนี้เคยมีงานวิจัยแค่ชิ้นเดียว แต่ถัดมาปี 2020 กลับมีงานวิจัยเพิ่มขึ้นมากผิดปกติถึง 40 ชิ้น และเพิ่มเป็น 90 ชิ้น ในปี 2021 นำไปสู่ #การทุจริต โดยการนำเอาผลงานวิจัยเหล่านั้น ไปเบิกเงินค่าวิจัยสูงกว่าความเป็นจริง เช่น ซื้องานวิจัยคนอื่นในราคา 30,000 บาท แต่เบิกเงินค่าทำวิจัยกับมหาวิทยาลัย 1.2 แสนบาท ได้เงินส่วนต่าง 90,000 บาท เป็นต้น
ลองนับจำนวนดูเล่นๆ ว่า งานวิจัยที่ซื้อมาทั้งหมด เมื่อนำไปแล้วคูณกับจำนวนเงินส่วนต่างจากการเบิกค่าทำวิจัยกับมหาวิทยาลัยแล้ว ผลลัพธ์ออกมาเป็นยอดเงินจำนวนหลายล้านบาทเลยทีเดียว
คำถามต่อมาคือ แล้วนักวิชาการที่ทำทุจริตอย่างในเคสนี้ ต้องโดนบทลงโทษทางวินัยอะไรบ้าง?
ล่าสุด.. มีข้อมูลจาก ศ.ดร.นพ. สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงอุดมศึกษาฯ (อว.) กล่าวว่า ตาม พ.ร.บ.การอุดมศึกษา พ.ศ.2562 มาตรา 70 ระบุว่า
1
ห้ามมิให้ผู้ใด จ้าง วาน ใช้ให้ผู้อื่นทำผลงานทางวิชาการ เพื่อไปใช้ในการเสนอเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาในหลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษา หรือเพื่อใช้ในการทำผลงาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขอตำแหน่งทางวิชาการ หรือเสนอขอปรับปรุงการกำหนดตำแหน่ง การเลื่อนตำแหน่ง การเลื่อนวิทยฐานะหรือการให้ได้รับเงินเดือนหรือเงินอื่นในระดับที่สูงขึ้น
1
หากผู้ใดฝ่าฝืนจะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นอกจากนี้ “กรุงเทพธุรกิจ” พบว่ามีเคสลักษณะนี้เกิดขึ้นในต่างประเทศเช่นกัน และมีบทลงโทษชัดเจน โดยมีข้อมูลจากเว็บไซต์ Skandy.co ที่กล่าวถึงการฉ้อฉลในรูปแบบ Plagiarism หรือ การคัดลอกแอบอ้างผลงานทางวิชาการ ระบุไว้ว่า
1
มหาวิทยาลัยต่างๆ ทั้งในสหรัฐอเมริกา แคนาดา บริเตนใหญ่ ออสเตรเลีย และอินเดีย มีการลงโทษกรณีลอกเลียนผลงานวิชาการที่เข้มงวดและรุนแรง
หากฝ่ายบริหารของมหาวิทยาลัยตรวจสอบพบว่าเอกสารวิจัยใดๆ ก็ตามที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์ของบุคคลอื่น หรือไม่ใช่ต้นฉบับของจริงของผู้ลงมือวิจัยเองก็จะถูกลงโทษอย่างหนักและเข้มงวดที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เช่น ไล่ออกจากมหาวิทยาลัย, ไล่ออกจากสังกัดงานบริการชุมชน รวมไปถึงต้องรับผิดทางอาญาตามกฎหมายอย่างการถูกจำคุกและเสียค่าปรับด้วย
ทั้งนี้ ระดับการลงโทษขึ้นอยู่กับกฎหมายของประเทศที่คุณอาศัยอยู่ สำหรับในสหรัฐอเมริกา หากกระทำผิดในลักษณะนี้จะต้องได้รับโทษทางกฎหมาย คือ #จำคุก เป็นเวลา 1 ปี ในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ หากความพยายามในการลอกเลียนแบบของคุณทำให้คุณได้รับเงินด้วย บทลงโทษอาจเพิ่มเป็น 10 ปี
ในประเทศอังกฤษ หากพบการละเมิดลิขสิทธิ์งานเขียนใดๆ ก็ตาม (รวมถึงงานวิชาการ/ผลงานวิจัย) จะต้องขึ้นศาล และหากศาลพิจารณาว่ามีความผิดจริงก็จะมีโทษจำคุกหรือปรับสูงสุด 50,000 ดอลลาร์ หากงานที่ไม่ใช่ต้นฉบับสร้างกำไรให้กับผู้เขียน (มากกว่า 2,500 ดอลลาร์) ค่าปรับจะสูงถึง 250,000 ดอลลาร์ และเพิ่มโทษจำคุกเป็น 10 ปี
ขณะที่ ออสเตรเลีย หากตรวจสอบพบการคัดลอกหรือการละเมิดลิขสิทธิ์โดยเจตนาเกือบทุกชนิด จะนำไปสู่การเลิกจ้างและการไล่ออกทันที
อ้างอิง : Punishment-for-Plagiarism https://bit.ly/3XlWMrx
กราฟิก : วิชัย นาคสุวรรณ
โฆษณา