Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Enter to Start
•
ติดตาม
12 ม.ค. 2023 เวลา 13:07 • การตลาด
“เพราะเธอแต่งตัวน้อยชิ้นที่สุด และทุกชิ้นเป็น Dior”
เป็นเหตุผลที่ตัวละคร ‘ฮาโดยอง’ จากซีรีส์ The Glory บอกกับ ‘ยองจิน’ ภรรยาของเขาเมื่อเธอถามว่าเพราะอะไรเขาถึงเลือกแต่งงานกับเธอ ทั้งๆ ที่ดูตัวกับผู้หญิงตั้ง 3 คน ประโยคเดียวสื่อให้เห็นทัศนคติการตัดสินคนของฮาโดยองในมุมกว้าง สะท้อนว่าเขาเห็นภรรยาเป็นเพียงเครื่องตอบสนองทางเพศและตัดสินคนอย่างผิวเผินเพียงจากแบรนด์เสื้อผ้าที่ใส่
คำถามที่น่าสนใจในมุมมองธุรกิจคือแนวทางการสร้างแบรนด์ของ Dior มันส่งผลต่อความรู้สึกของผู้คนได้อย่างไร ส่งผลมากแค่ไหน ทำไมผู้ชายที่ ‘เพอร์เฟค’ อย่างฮาโดยองจึงมองว่าผู้หญิงที่สวมดิออร์นั้น ‘ดีพอ’ ที่จะเป็นภรรยาของเขา เรามาพิจารณากัน
1. ดูรวย
ประการแรกที่เห็นเด่นชัดที่สุดก็คือ Dior เป็นแบรนด์ Luxury ที่มีราคาสูง พิจารณาจากกระเป๋า Dior ที่ราคาถูกที่สุดในปีที่แล้วก็ปาไปที่ราคา 1,140 ดอลลาร์ หรือประมาณ 38,000 บาทเข้าไปแล้ว นั่นหมายถึงนี่ไม่ใช่แบรนด์ที่เข้าถึงคนทุกคนได้ ต้องเป็นคนมีฐานะทางสังคมพอสมควรจึงจะสามารถซื้อ Dior มาใส่ แล้วกับผู้หญิงที่ใส่ Dior ทั้งตัวก็สามารถการันตีได้พอสมควรว่าเธอต้องเป็นคนที่มีฐานะดี
2. ดูสวย
หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้แบรนด์ Dior อยู่มาได้นาน 77 ปีนั่นก็เพราะตัวสินค้าเองมีคุณภาพ ใช้เนื้อผ้าคุณภาพดี มีการตัดเย็บที่หรูหรา ประณีต มีเอกลักษณ์และปลุกความเย้ายวน หนึ่งในตัวอย่างที่โดดเด่นมากๆ คือคอลเลคชั่น New Look เมื่อปี 1947
ตอนนั้นวงการแฟชั่นซบเซาจากสงคราม เสื้อผ้าของผู้หญิงค่อนข้างมีความทะมัดทะแมง แต่ New Look ก็ออกแบบใหม่ให้เสื้อผ้ามีสัดส่วนใหญ่ เอวคอด หน้าอกและสะโพกโต ลดความเป็นแมสคิวลีนลงและเพิ่มความเป็นเฟมินีน เปิดเผยเสน่ห์แห่งความเป็นหญิงและเย้ายวนมากขึ้น สิ่งเหล่านี้ช่วยเพิ่มเสน่ห์และความสวยให้กับผู้หญิง (รูปในคอมเมนท์)
3. ดูดี
อะไรที่ทำให้คนใส่ Dior แล้วดูดี มันก็คือเรื่องเล่าของแบรนด์ ตลอดระยะเวลากว่า 77 ปี Dior สร้างเรื่องเล่าของแบรนด์มาอย่างหลากหลายและช่วยเพิ่มภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์อย่างมาก เริ่มมาตั้งแต่เรื่อง Passion ของผู้ก่อตั้งอย่างคริสเตียน ดิออร์ (Christian Dior) ที่ครอบครัวและสังคมอยากให้เรียนรัฐศาสตร์แต่เขากลับมีความหลงใหลในศิลปะและแฟชั่นจนสามารถสร้างแบรนด์ที่ยิ่งใหญ่ได้
Dior ยังมีภาพลักษณ์แบรนด์ที่ดี ผ่านพรีเซนเตอร์ที่ล้วนเป็นผู้ที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจ มีเสน่ห์และมีเอกลักษณ์ตลอดระยะเวลาอันยาวนาน บุคคลเหล่านั้นได้แก่ วิคตัวร์ ดูเตโร (Victoire Doutreleau), (โจเซฟิน เบเกอร์) Josephine Baker, (นาตาลี พอร์ตแมน) Natalie Portman และเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ (Jenifer Lawrence) ฯลฯ
Dior ยังถูกเล่าเรื่องให้เป็นแบรนด์ที่เหมาะกับชั้นสูง โดย Christian Dior ได้รับเชิญให้ไปจัดแสดงคอลเลคชั่นแก่ราชวงศ์อังกฤษเป็นการส่วนตัวหลายครั้ง เจ้าหญิงมาร์กาเร็ต สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 เจ้าหญิงราเนีย เจ้าหญิงไดอาน่า ฯลฯ ราชวงศ์เหล่านี้ต่างเป็นลูกค้าของแบรนด์ Dior ทั้งนั้น
แน่นอนว่าการตัดสินคนจากแบรนด์เนมที่ใส่ถือเป็นการตัดสินที่ผิวเผินมาก นิฮิล บัคชี (Nikhil Bakshi) ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Dineout เคยกล่าวไว้ว่า “อย่าตัดสินคนจากเสื้อผ้าที่สวม หัวใจที่รุ่มรวยอาจพบได้ใต้เสื้อผ้าที่ยากจน” ดังนั้นคุณค่าของคนไม่ได้ขึ้นอยู่กับแบรนด์เสื้อผ้าที่ใส่ แต่อยู่ที่เนื้อในและตัวตนต่างหาก
แต่กับผู้ชายอย่างฮาโดยองที่มีมุมมองการเลือกภรรยาแบบไม่ต่างจากการเลือกเครื่องประดับทางสังคมสักชิ้น ผู้หญิงอย่างยองจินที่พยายามสร้างภาพให้ภายนอกตัวเองดูรวย ดูสวย และดูดีจึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมมาก
เจฟฟ์ เบโซส์ (Jeff Bezos) ผู้ก่อตั้ง Amazon เคยกล่าวไว้ว่า “แบรนด์ของคุณคือสิ่งที่คนอื่นพูดถึงเมื่อคุณไม่ได้อยู่ในห้อง” และการตัดสินใจเลือกคู่ครองของฮาโดยองโดยพิจารณาแค่ใส่เสื้อผ้าด้วยแบรนด์ Dior ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สื่อให้เห็นว่าผู้คนกำลังพูดถึง Dior อย่างไร
Graphic Ideas:
– ผู้ออกแบบเลือกใช้สีดำเป็นสีพื้นหลัง แทนถึงความเรียบหรูในฉบับของ Dior โดยมีชื่อแบรนด์กำกับอยู่ด้านหลัง
– ข้อความ “เพราะเธอแต่งตัวน้อยชิ้นที่สุด และทุกชิ้นเป็น Dior” เป็นประโยคที่ตัวละคร ‘ฮาโดยอง’ จากซีรีส์ The Glory ตอบกลับ ‘ยองจิน’ ภรรยาของเขาเมื่อเธอถามว่าเพราะอะไรเขาถึงเลือกแต่งงานกับเธอ ทั้งๆ ที่ดูตัวกับผู้หญิงตั้ง 3 คน
– หุ่นลองชุดสวมชุดเจ้าสาวจากแบรนด์ Dior ที่เรียบหรู สง่างามและถูกออกแบบอย่างประณีต ตั้งอยู่บน Platform ยกสูง สอดคล้องกับความเหนือระดับของแบรนด์ Dior เยื้องไปทางขวา มีมือยื่นกล่องใส่แหวนสีแดงกำมะหยี่ เป็นภาพคุ้นตาที่บ่งบอกถึงความต้องการแต่งงานด้วยของอีกฝ่าย
– จัดองค์ประกอบภาพแบบดุลยภาพแบบสมมาตร (Symmetry Balance) หรือความสมดุลแบบซ้ายขวาเท่ากันทั้งสองฝั่ง เพื่อเสริมความหนักแน่นและโดดเด่นของเครื่องแต่งกายภายใต้ชื่อแบรนด์ Dior
– โดยรวมแล้ว งานออกแบบชิ้นนี้จึงสื่อถึง “การตัดสินใจเลือกคู่ครองผ่านเครื่องแต่งกายแบรนด์เนมอย่าง Dior โดยฝ่ายที่หมั้นหมายไม่ได้สนถึงตัวตนของผู้สวมใส่เลยแม้แต่น้อย”
References:
https://blog.theluxurycloset.com/2014/02/27/clothes-christian-dior/
https://www.instyle.com/fashion/history-of-dior
https://artsandculture.google.com/story/kwWhkHJ-Ok8UIg?hl=en
https://mirrorthailand.com/culture/100783
ธุรกิจ
ไลฟ์สไตล์
ข่าวรอบโลก
4 บันทึก
3
4
3
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย