13 ม.ค. 2023 เวลา 12:42 • ความคิดเห็น
ในคำว่า บรรพชา นั่นหมายถึง การลอยอารมณ์ ลอยสิ่งที่เรายึดถือเยี่ยงอย่างฆราวาส ที่ชีวิตวนเวียนกับเรื่องการทำมาหากิน ลอยการกิน การนอน ที่เพลิดเพลิน อยู่กับกามารมณ์ทั้งหลาย รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส เหมือนกับที่องค์พระสิทธัตถะ ท่านหนีจากเวียงวัง ไปอยู่ป่า ละทิ้งเรื่องราว ลาภยศสรรเสริญ ทรัพย์สินเงินทองทั้งหมด นั่นคือผู้ที่มีปัญญาธรรม เห็นสิ่งเหล่านี้ แล้วเบื่อหน่าย เบื่อหน่ายที่ต้องเฝ้าทรัพย์สมบัติ เบื่อหน่ายในข้าทาสบริวาร วันนี้เค้าทำให้เรา วันหน้าเราก็ต้องไปทำให้เค้า ชดใช้กันเหมือนเป็นหนี้ไม่จบไม่สิ้น
นั่นเป็นเรื่องราวของจิตที่มีปัญญา มองเห็นการเกิด นั่นเป็นทุกข์ จิตเกิดมาอาศัยกาย ก็ต้องอยู่กับกายไปจนสิ้นอายุขัย กายเจ็บกายหิว ก็ต้องไปหาของกินมาให้กายอิ่ม แล้วก็ไปหาใหม่ ก็วนเวียนไปจนตาย
เมื่อไปหาก็ต้องใช้อารมณ์ มีกายวาจาใจ คล้องเวรกรรม ไปยึดถือสิ่งนั่นสิ่งมาเป็นภาระให้แก่จิต ไปเอาของๆโลกมายึด ทั้งสิ่งมีชีวิตไม่มีชีวิต เกินคำว่า ประทังสังขาร นั่นเป็นสะสมกรรม บันทึกเรื่องราวว่า จิตนี้ยังยึดเพลิดเพลินในกามารมณ์ ที่วิญญาณนั่นไปสัมผัสรับเข้ามาให้จิตนั่นยึดถือ เมื่อรับเรื่องราวต่างหรือไปกระทำเรื่องราวต่างๆ ด้วยกายวาจาใจ ..ดีชั่วอะไร ก็บันทึกลงไปเป็นสีเวรสีกรรมติดกับธาตุทั้งสี่
นั่นจึงเป็นเรื่องราวที่ต้องมีกายชำระสะสาง ฟอกกายฟอกจิต ปฏิบัติธรรมให้กายนิ่ง จิตนิ่ง สิ่งต่างๆที่ไหลออกมาจากเรือนกาย ก็ไม่ไปยึดถือ ด้วยจิตที่เฉย เป็นมัชฌิมาของจิต ให้จิตนั่นขยับขยาย โตขึ้นมา ปลดปล่อยอารมณ์ ที่เป็นทุกข์ทำจิตให้ทุกข์ เป็นตัวทุกข์ ก็เพียรพยายาม ให้จิตไม่ไปยึดทุกข์ที่ไหลออกมาจากธาตุทั้งสี่
หากเราอยากรู้จักอารมณ์ ก็ทดลองปฏิบัติได้ ทำกายให้นิ่ง จิตให้นิ่ง นิ่งให้เหมือนต้นไม้ ท่อนซุงไปเลย ยิ่งดีๆ แต่ต้องมีสติรู้สึกตัวตลอดเวลา ..แล้ว เราจะค่อยเข้าใจเรื่อง กายอารมณ์จิต ..จิตที่มีกรรม กับ จิตที่มีธรรม นั่นแตกต่างกันอย่างไร ต้องลงมือทำเอง ให้จิตเราได้เรียนรู้จักอารมณ์ รู้จักให้ประจักษ์ว่าพิษของอารมณ์ ทำลายจิตอย่างไร
เคยมีผู้ถามคำถามแบบนี้ เหมือนกัน https://www.blockdit.com/posts/639097cf3863a45ff9a61d73
โฆษณา