การมีชีวิตคือการถือกำเนิดขึ้นมาภายใต้เงื่อนไขอะไรใครจะรู้ ตลอดเวลาที่ร่างกายและจิตใจได้เติบโตผ่านช่วงเวลาอันแสนยาวนาน 10 ปี 20 ปีและต่อเนื่องไปจนถึงเวลา..สิ้นสุด
เด็กน้อยถือกำเนิดเสียงร้องจ้าอย่างหวาดกลัว หนาวเหน็บเกินไป หิวโหยหรือไม่ แขนที่ไกว่ไหว แตะถีบไขว้ขว้า คล้ายแสวงหาไออุ่นความสุขสบายที่จากมา หรือกำลังหวาดกลัวสิ่งที่ได้สัมผัส ณ ขณะนี้
เงื่อนไขของชีวิตได้ถูกกำหนดไว้ในทันทีที่ถือกำเนิดแล้ว #มนุษย์ตัวน้อย
ร่างกายและจิตใจของเจ้าจะต้องถูกเลี้ยงดู เจ้าจะต้องตายถ้าถูกทอดทิ้งไว้อย่างเดียวดาย เพราะไม่สามารถก้าวออกไปหาอาหารประทังชีวิตได้เยี่ยงเดรัจฉานน้อยที่ถือกำเนิดออกมาบนโลกใบนี้ ก็พร้อมจากไปจากจุดกำเนิดโดยไม่หันกลับมามอง เจ้ามนุษย์น้องต้องพึ่งพาต้องมีใครสักคนเลี้ยงดูป้อนข้าวน้ำจนเติบโตแข็งแกร่ง พร้อมจะดูแลตนเองได้
เติบโตเถิดหนา ร่างกายน้อยๆเติบใหญ่ตามกาลเวลาที่ล่วงเลย จิตใจที่ไร้เดียงสาถูกทับถมเพื่อตอบสนองความต้องการของใครบางคน บางคนที่หลงรักมนุษย์น้อยสุดหัวใจ ประคบประหงมทุ่มเทความรักให้อย่างท่วมท้นในทุกๆวันที่เฝ้าดูการเติบโตอย่างชื่นใจ ร่างกายที่ถูกเลี้ยงดูอย่างไร จิตใจย่อมเติบใหญ่ไปพร้อมกัน เลี้ยงร่างกายดีใช่จะได้จิตใจที่ดี เหตุผลของเงื่อนไข สร้างมนุษย์ให้แตกต่างจากการผสมผสานเงื่อนไขบนโลกใบใหญ่
ร่างกายเติบโตถึงขีดสุดแล้ว เวลาผ่านมาช่วงหนึ่งแล้ว ต่อไปร่างกายจะเสื่อมถอย เพราะร่างนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้ ไม่อาจมีคำว่ายาวนานชั่วนิจนิรันดร ไม่มีใครที่ฝืนเป็นอมตะได้จริง
# จิตใจเล่าโตมากแค่ไหนแล้ว ถึงขีดสุดแล้วหรือยัง จะเติบโตต่อไปแม้สังขารกำลังร่วงโรย หรือนี้คือสิ่งที่ดีที่สุดของมนุษย์
เมื่อการเติบใหญ่จนถึงขีดสุดของร่างกายแล้ว ร่างกายจะเสื่อม แต่จิตใจกลับพุ่งทะยานเพราะเวลายาวนาน ได้สร้างการเรียนรู้การเลียนแบบการมีชีวิตรอดต่อไปให้สังขารนี้ การก้าวไปข้างหน้าของจิตใจเพื่อฉุดรั้งแบกพันธนาการที่หนักอึ้งตามไป จนถึงวันสุดท้าย วันแตกดับของสังขารถึงเวลาแล้ว แต่เพราะแบกมานาน อาลัยอาวรณ์เสียใจมิอาจปล่อยวางได้..
ดวงจิตแท้ที่ถูกปรุงแต่งผ่านกาลเวลา จะเติบโตไปจนถึงวันที่ต้องจากลาเพื่อละจากร่างกายนี้ในวันหนึ่ง มีเพียงดวงจิตเดิมที่จะหลุดลอยออกไป
มีความจริง ความฝัน ความคิดที่สับสน เราทุกคนที่มีความเชื่อว่าดวงจิตเป็นอิสระจากร่างกาย เมื่อกายดับ จิตถึงเวลาเปลี่ยนถ่าย
ณ เวลาของการเปลี่ยนถ่าย การควบคุมความสงบของดวงจิตให้ได้ การละสังขารอย่างมีจุดมุ่งหมาย การรวมดวงจิตให้ได้ และปล่อยให้สังขารนี้จากไปอย่างสงบ
การแตกดับของสังขาร เป็นสิ่งฉุดรั้งดวงจิตจริงหรือ ผู้ที่ได้พัฒนาจิตให้สูงแล้วสามารถละสังขาร อย่างไม่อาวรณ์มีจริงหรือ เราต่างไม่ใช่สิ่งเดียวกันจริงหรือ เพราะเราจะดับไปพร้อมๆกัน หรือไม่ใช่
ผู้โง่เขลาเหง้าที่จมดินใต้น้ำ คงจะรู้ได้ในวันที่มาถึง
ขอบคุณภาพจาก VIU series
4 ถูกใจ
8 แชร์
3.2K รับชม
แสดงความคิดเห็นของคุณ...
  • 4
    โฆษณา