19 ม.ค. 2023 เวลา 15:05 • สิ่งแวดล้อม

โค้งตาบาง ป่าชุมชนแห่งแรก สู่ตลาดคาร์บอนเครดิตที่แรกของประเทศไทย

สำหรับการขับเคลื่อนกฎหมายว่าด้วยป่าชุมชน เพื่อฟื้นฟูและป้องกันทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ดีเพื่อส่งต่อให้ลูกหลานไทยในอนาคตนั้น ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2562 ได้กล่าวว่า พระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นกฎหมายด้านป่าไม้ที่เปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมกับรัฐในการดูแลรักษา บริหารจัดการป่าไม้ใกล้หมู่บ้าน รวมไปถึงสามารถใช้ประโยชน์จากป่าได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม ภายใต้ระเบียบและกฎหมายที่กำหนด
โดยมีผู้ที่ริเริ่มไว้เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2538 ในครั้งนั้น คือนายกรัฐมนตรีคนที่ 21 ของประเทศไทยนั้นคือ นายบรรหาร ศิลปอาชา ซึ่งได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยมีนโยบายเร่งรัดการออกกฎหมายว่าด้วยป่าชุมชน นับว่าเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่มีนายกรัฐมนตรีได้มีการแถลงนโยบายด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
โดยการส่งเสริมให้ประชาชน องค์กรประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในรูปแบบของป่าชุมชน และได้ผลักดันกฎหมายป่าชุมชน ขึ้นเป็นกลไกอนุรักษ์ โดยให้คนในชุมชนร่วมกันอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากป่า โดยไม่ตัดไม้ทำลายป่าควบคู่กันไปอีกทางด้วย
ภายหลังจากนั้นต่อมาทางด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มาบริหารจัดการนโยบายป่าชุมชน ต่อและได้มาเป็นรัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ.2562 ต่อไป
สำหรับทางด้าน ดร.ยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และรองหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาได้ให้ข้อมูลว่า สำหรับปัจจุบันทั่วประเทศไทย มีป่าชุมชน 11,327 แห่ง อยู่ในจังหวัดเพชรบุรี 85 แห่ง โดยมี ป่าชุมชนบ้านโค้งตาบาง ต.ท่าไม้รวก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ซึ่งมีเนื้อที่ 3,851 ไร่ เป็นเครือข่ายป่าชุมชนแห่งแรกของประเทศไทย ที่สามารถสร้างรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิต ผ่านโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ (T-Ver)
โดยมีองค์การบริหารจัดการก๊าชเรือนกระจก และกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้การสนับสนุน สำหรับป่าชุมชนบ้านโค้งตาบาง แห่งนี้จะเป็นต้นแบบชุมชนตัวอย่าง ในการขยายพื้นที่ดำเนินการป่าชุมชนเพชรบุรี ขายคาร์บอนเครดิต แห่งแรกของไทยต่อไป
โฆษณา