‘รอนนี โอซุลลิแวน’ นักสนุกเกอร์ชาวอังกฤษผู้หาตัวจับยาก เป็นที่รู้จักในสไตล์แทงเร็วที่เด็ดขาด มีลีลาการแทงเร้าใจ มีความเป็นศิลปิน และเป็นตัวของตัวเองสูง ด้วยฝีมืออันเก่งกาจทำให้เขาได้รับฉายาว่า ‘เดอะร็อกเก็ต’ (The Rocket) ซึ่งปัจจุบันเขาสามารถคว้าแชมป์โลกมาครองได้ถึง 7 สมัย และถูกยอมรับว่าเป็นหนึ่งในนักสนุกเกอร์ที่เก่งที่สุดตลอดกาล
แต่ในความเก่งระดับพรสวรรค์นั้นกลับแฝงเร้นด้วยอาการซึมเศร้าที่เขาต้องพบเจอมาตลอดทั้งชีวิต มันทำให้เขากลายเป็นคนใจร้อน มีอารมณ์แปรปรวน และชอบทำอะไรที่คาดไม่ถึงเสมอ
รอนนีต้องต่อสู้กับภัยร้ายที่คอยทำลายสมาธิของเขาอย่างหนัก แต่ทว่าในเวลาเดียวกันเขาก็ต้องสู้กับคู่แข่งในระหว่างการแข่งขันสนุกเกอร์ไปด้วย นี่จึงเป็นสิ่งที่น่าเรียนรู้ว่าเขาทำเช่นนั้นได้อย่างไร ?
1
Main Stand จึงขอพาท่านท่องไปในโลกแห่งการต่อสู้อันหนักหน่วงทั้งภายในและภายนอก ของยอดนักสนุกเกอร์ที่เก่งที่สุดในโลก ติดตามได้ที่นี่
โดดเดี่ยวและซึมเศร้า
หลังจากตัดสินใจก้าวเข้าสู่เส้นทางนักสนุกเกอร์อาชีพด้วยวัยเพียง 16 ปี รอนนีก็ต้องพบกับข่าวร้าย เมื่อทราบว่า ‘‘รอนนี โอซุลลิแวน ซีเนียร์’ คุณพ่อของเขา ผู้คอยให้การสนับสนุนมาตลอด ถูกจับในข้อหาทะเลาะวิวาทและทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซ้ำยังเป็นคดีเกี่ยวกับการเหยียดสีผิว ซึ่งถือเป็นคดีร้ายแรงของสังคม ทำให้ รอนนี ซีเนียร์ ถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลายาวนานถึง 18 ปี
จากนั้นไม่นานข่าวร้ายของครอบครัวกลับกระหน่ำซ้ำเติมเป็นครั้งที่สอง เมื่อ ‘มาเรีย โอซุลลิแวน’ คุณแม่ของเขา ถูกตัดสินจำคุกในข้อหาหนีภาษี ทำให้ต้องเข้าไปใช้ชีวิตในคุกเป็นเวลา 1 ปี
โลกพังทลายทันที เมื่อเด็กหนุ่มอายุเพียง 18 ปีถูกทอดทิ้งให้เผชิญหน้ากับชะตากรรมเพียงลำพัง และต้องรับภาระเลี้ยงดูน้องสาว รวมถึงทำหน้าที่ดูแลกิจการเซ็กส์ช็อปของครอบครัวควบคู่กับการเล่นสนุกเกอร์ไปด้วย
นอกจากนั้นเขายังรัก ๆ เลิก ๆ กับหญิงสาวหลายคน ทำให้มีปัญหาเรื่องการหย่าร้าง ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในช่วงที่เขาอายุยังไม่ถึง 21 ปีบริบูรณ์ด้วยซ้ำ
อีกทั้งความเครียดจากสภาวะกดดันในระหว่างการแข่งขันทำให้รอนนีกลายเป็นคนอารมณ์แปรปรวนได้ง่าย เขาเริ่มหันหน้าเข้าหาสิ่งเสพติด และปล่อยใจไปตามความรู้สึกด้านมืดที่ยากต่อการควบคุม จนในปี 1996 เขาถูกขับไล่ออกจากการแข่งขัน เนื่องจากมีการตรวจพบว่าเขาเสพกัญชาก่อนลงทำการแข่งขันอีกด้วย
รอนนี เล่าว่า
“สนุกเกอร์ทำให้ผมซึมเศร้า … ผมไม่เพียงต้องตื่นขึ้นมาแล้วพูดว่า ‘แม่งโคตรหดหู่’ ซึ่งผมเกลียดตัวเองในตอนนั้น แต่ผมก็ต้องอยู่กับมันทุกวัน”
รอนนีแอบร้องไห้คนเดียวโดยไม่ให้ใครเห็น เขาไม่อาจบอกให้ผู้คนเข้าใจได้ว่าตัวเองต้องต่อสู้กับความหนักหน่วงของชีวิตอย่างไรบ้าง เขาจำเป็นต้องแสดงความเข้มแข็งต่อหน้าผู้คน ทั้งที่ข้างในจะแทบระเบิดเป็นจุล ความโดดเดี่ยวที่ต้องเผชิญร้ายแรงไม่ต่างจากความพ่ายแพ้ในเกมที่เขาสมควรชนะ
ต่อสู้กับความจริง
รอนนี ถูกรอนนี ซีเนียร์ คุณพ่อของเขาฝึกให้เป็นนักสู้มาตั้งแต่ยังเด็ก เขาต้องตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อออกวิ่งในระยะทางหลายกิโลเพื่อฝึกระเบียบวินัย และฝึกความอดทนที่โหดหินเกินกว่าที่เด็กทั่วไปจะทำได้ และเขายังคงวิ่งเป็นประจำมาจนถึงทุกวันนี้
ความทรหดจากการวิ่งทำให้รอนนีเรียนรู้ที่จะไปให้ถึงจุดหมาย แม้จะต้องเหนื่อยล้า หรือต้องกระเสือกกระสนเพียงใดเขาก็ไม่เคยหยุดพักกลางทาง
ครั้งหนึ่งรอนนีเคยกล่าวว่า
“ถ้าคุณรักงานของคุณ ไม่ว่างานไหนก็ตามคุณจะไม่ทุกข์กับมัน เว้นแต่ว่าคุณจะแยกความรู้สึกได้ ซึ่งผมเรียกมันว่าภาวะซึมเศร้าแบบกีฬาบนกระดาน”
รอนนีเป็นคนที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เขาเรียนรู้ที่จะอยู่กับความโดดเดี่ยวเพียงลำพังด้วยหัวใจที่แข็งแกร่ง แม้เขาจะเคยรู้สึกไม่ชอบตัวเอง แต่ไม่มีเลยสักครั้งที่เขาจะหนีความจริงที่ตัวเองกำลังเผชิญหน้าอยู่
เขาหลงใหลในสนุกเกอร์พอ ๆ กับเกลียดมัน ทุกครั้งที่รู้สึกหมดกำลังใจในการเเข่งขันเขาจะพยายามรวบรวมสมาธิแล้วบอกกับตัวเองว่า สิ่งเลวร้ายที่พบเปรียบเสมือนอุปสรรคที่ต้องเเทงลงหลุมไปให้ได้
อีกหนึ่งวิธีที่รอนนีมักใช้ต่อสู้กับภาวะซึมเศร้าอยู่บ่อยครั้งคือการเรียนรู้หลักธรรมคำสอนของศาสนาต่าง ๆ เขาเคยเข้ามัสยิดเพื่อเรียนรู้หลักคำสอนของศาสนาอิสลาม และยังเคยทดลองปฏิบัติตนเป็นชาวคริสต์ที่เคร่งครัดเป็นเวลา 3 เดือน อีกทั้งยังเคยศึกษาหลักคำสอนของศาสนาพุทธอย่างจริงจัง เพราะมองว่ามีคำสอนที่ช่วยให้อยู่กับตัวเอง โดยเฉพาะการทำสมาธิที่ช่วยให้หัวใจของเขาผ่อนคลายลงได้อย่างน่าประหลาด
ปรัชญาจากศาสนาทำให้รอนนีอยู่กับความจริงได้มากขึ้น เขาเรียนรู้ที่จะปล่อยวางในบางสถานการณ์ เพราะเข้าใจดีว่าเขาเป็นเพียงมนุษย์ตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งที่ไม่สามารถควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างได้ และความผิดหวังโศกเศร้า บางครั้งมันก็เป็นสิ่งงดงามของชีวิตได้เช่นกัน
รอนนียังแนะนำอีกว่า “มันขึ้นอยู่กับคุณว่าจะหาวิธีไหนจัดการกับความเศร้า ส่วนผมจะเลือกทำอะไรสักอย่างให้รู้สึกดีขึ้น เช่น กินอาหารที่ดี เข้าสปาหรือซาวน่า แล้วจ้องมองดูพวกมันค่อย ๆ หายไป”
ทุกครั้งที่มีความเครียด เขาเลือกที่จะทำอะไรสักอย่างที่ไม่เกี่ยวกับการฝึกซ้อมและทิ้งตัวตนความเป็นรอนนีไปชั่วขณะ เพื่อฝึกหายใจอย่างมีสมาธิ … เขาให้เวลาเยียวยาจิตใจของตัวเองให้หายจากความโศกเศร้าทั้งปวง แม้จะไม่ช่วยให้
ความเครียดหายขาดได้แต่ก็ยังดีกว่าปล่อยให้สมองคิดฟุ้งซ่านจนทำร้ายตัวเองอีก ซึ่งเขาค้นพบแล้วว่ามันไม่คุ้มค่าเลยที่จะทำอะไรแบบนั้น
“ทุกวันนี้ผมมีหลายสิ่งให้ทำเยอะแยะนะ … แต่คุณรู้ไหม ผมแทบไม่ได้คิดอะไรเลย” รอนนี กล่าว
คำพูดข้างต้นแสดงให้เห็นว่ารอนนีสามารถเรียนรู้ที่จะอยู่กับภาวะซึมเศร้าของตัวเองได้อย่างเข้มแข็ง เขาสามารถเปลี่ยนอุปสรรคให้กลายเป็นความสำเร็จได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ปัจจุบัน แม้รอนนีจะยังไม่หายขาดจากภาวะโรคซึมเศร้า แต่ในวัย 47 ปีเขากลายเป็นตำนานที่ยังหายใจอยู่ ด้วยการหนึ่งในนักสนุกเกอร์ที่ประสบความสำเร็จสูงสุด และสามารถคว้าแชมป์โลกมาครองได้ถึง 7 สมัย ซึ่งเขายังคงเดินหน้าทำลายทุกสถิติอย่างบ้าคลั่ง
และนี่คือเรื่องราวการต่อสู้ของยอดนักสอยคิวเจ้าของฉายา ‘เดอะร็อกเก็ต’ ที่ยังคงสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนทั่วโลกได้ในเรื่องมุมมองต่อชีวิต และแม้จะถูกนำมาเล่าซ้ำใหม่อีกกี่ครั้งก็ยังคงสนุกเสมอ
20ถูกใจ
6แชร์
7.8Kรับชม
แสดงความคิดเห็นของคุณ...
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      บัตรเครดิตของลิซ่า บัตรที่มีแค่เงินเพียงอย่างเดียวก็ยังไม่สามารถเป็นเจ้าของได้ กลายเป็นประเด็นเล็ก ๆ ที่กำลังถูกแฟนคลับหยิบมาพูดถึงเลยล่ะ
      รู้จัก ALLY REIT ช่องทางลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ในยุคนี้ ยุคนี้ใคร ๆ ก็สามารถเป็นเจ้าของศูนย์การค้า หรือคอมมูนิตี้มอลล์ได้ แม้จะมีเงินทุนในมือไม่มาก..
      • 10 Facts สนุก ๆ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน #213
      BREAKING ค่าเงินบาท อ่อนค่าลงอย่างเร็วในคืนนี้ ล่าสุดอยู่ที่ 33.42 บาทต่อดอลลาร์
      ดูทั้งหมด