23 ม.ค. 2023 เวลา 19:24 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์

"Homunculus" 2021

เมื่อชายไร้บ้านได้เข้าร่วมการทดลองประหลาด
โดยการเจาะรูที่กระโหลกเพื่อเปิดสัมผัสที่หก
ทำให้เขามองเห็นถึงจิตใจอันวิปลาสและบิดเบี้ยวของผู้อื่น
นำไปสู่การไขปริศนาเพื่อเปิดเผยความจริงที่ซ่อนไว้
"Homunculus"
ผลงานภาพยนตร์จิตวิทยาระทึกขวัญที่สร้างมาจากการ์ตูนมังงะชื่อเดียวกันของอาจารย์ ฮิเดโอะ ยามาโมโตะ เจ้าของผลงานมังงะสุดคัลท์อย่าง Ichi the Killer ซึ่งสำหรับเรื่องนี้ก็ยังคงความแปลกแหวกแนวกับพล็อตเรื่องสุดโต่งอย่างการเจาะกะโหลกศรีษะเพื่อมองเห็นจิตใต้สำนึกรูปลักษณ์ประหลาด หรือที่เรียกว่า 'ฮามังคิวลัส'
ซึ่งในฉบับ Live action นี้ กำกับโดย Takashi Shimizu ที่เคยฝากลวดลายมาแล้วกับตระกูลหนังสยองขวัญอย่าง Ju-On และ The Grudge นำแสดงโดยสองหนุ่มมาดเท่อย่าง Go Ayano และ Ryo Narita ซึ่งทั้งในเวอร์ชั่นมังงะและคนแสดงนั้นก็ค่อนข้างมีความคัลท์เฉพาะกลุ่มพอสมควร ส่วนตัวยังไม่เคยอ่านมังงะ แต่พอจะได้ยินกิตติศัพท์ของอาจารย์ ฮิเดโอะ อยู่บ้าง ว่าโหดเลือดสาดชวนแหวะเลยทีเดียว และด้วยเส้นเรื่องสุดแปลกที่ชวนหลุดโลกน่าติดตามกับแนวจิตๆหลอนๆตามประสาหนังญี่ปุ่นทำให้ต้องลองไปเปิดประสบการณ์กับสัมผัสที่หกในหนังดูสักหน่อย
เรื่องราวของ นาโกชิ (Go Ayano) ชายหนุ่มจรจัดไร้บ้านที่สูญเสียความทรงจำ เขาใช้ชีวิตอย่างเลื่อนลอยไปวันๆอย่างไร้จุดหมายด้วยการนอนในรถ จนได้มาพบกับ อิโตะ (Ryo Narita) นายแพทย์ฝึกหัดที่เชื้อชวนให้เขาเข้าทำการทดลองอย่างลับๆอย่าง Trepanation หรือการเปิดรูบนกะโหลกศีรษะเพื่อดึงศักยภาพของสมองให้ทำงานได้สูงสุดและยังสามารถเปิดสัมผัสที่หกได้อีกด้วย เพื่อแลกกับเงิน 7 แสนเยน โดยมีข้อแม้ว่าต้องเข้าร่วมการทดลองเป็นเวลา 7 วัน
แม้ว่านาโกชิจะไม่ได้ต้องการเงิน แต่สุดท้ายเขาก็ตกกระไดพลอยโจรเข้าร่วมการทดลองเจาะกะโหลกเพื่อตามหาเหตุผลในการมีชีวิตอยู่ และเมื่อรู้สึกตัวอีกที นาโกชิก็สามารถมองเห็น ฮามังคิวลัส หรือจิตใจที่บิดเบี้ยวของผู้คนอื่นๆได้ เขาจึงเริ่มแก้ไขปัญหาให้ผู้อื่นก่อนจะค่อยๆไขปริศนาเรื่องความทรงจำที่หายไปของตัวเอง จนนำไปสู่ความจริงอันน่าตกตะลึง!
ต้องยอมรับเลยว่าพักหลังติดหนังและซีรี่ย์ของเอเชียมากโดยเฉพาะญี่ปุ่น สำหรับ ฮามังคิวลัส ที่เล็งไว้นานจึงได้มีโอกาสดูเสียที แล้วก็ไม่ผิดหวัง แม้จะรู้อยู่แล้วว่าหนังค่อนข้างเฉพาะกลุ่มแต่มันดันถูกจริตเข้าพอดี กับพล็อตเรื่องสุดฉีกเกินวิสัยทำให้หนังดูน่าติดตาม ช่วงต้นถือว่าปูเรื่องได้ดี มีความลึกลับ ชวนหวาดระแวงอยู่ตลอด บรรยากาศที่ดูไม่น่าไว้วางใจ จึงทำให้ขณะดูรู้สึกอึดอัดไปด้วย
แม้ว่าช่วงกลางเรื่องไปถึงท้ายอาจจะมีเนิบๆชวนง่วงไปบ้าง แต่ก็ทดแทนได้ด้วยงานภาพโปรดัคชั่นและ CG ที่ทำออกมาได้ไม่เลว แต่ที่ดีงามไม่ชมไม่ได้ก็คือโทนสี มุมกล้องและอารมณ์ของภาพที่ใช้สีได้สวยงามฉูดฉาด ให้ความรู้สึกคอนทราสแต่ก็ละมุนไปพร้อมๆกัน เพลงประกอบและซาวด์แทร็คก็ถือว่าเข้ากันได้ดีเลยทีเดียว
การแสดงของคุณ โก อายาโนะ ถือว่าเข้าขั้นสุดยอดเลยทีเดียว แบกหนังทั้งเรื่องได้สบายๆ แกเล่นได้มีเสน่ห์น่าค้นหา ทำให้ชวนติดตามลุ้นไปกับตัวละคร นาโกชิ ไปด้วย ส่วนของ เรียว นาริตะคุง ก็สลับบุคลิคได้ชวนหลอน มีความจิตๆตลอดเวลา สะท้อนสังคมชาวญี่ปุ่นที่ถูกกดดันผ่นตัวละครหมออิโตะได้เป็นอย่างดี
ในส่วนของดาราสมทบแต่ละคนก็ไม่เลว ไม่ว่าจะเป็นลุงยากูซ่า หรือดาราสาวอย่าง ยูกิโนะ คิชิอิ ที่เล่นได้น่ารักดีและช่วยเข้ามาเติมเต็มในพาร์ทของ นาโกชิ ได้อย่างสมบูรณ์ แม้จะมีบางจุดที่ค่อนข้างแปลก ดูไม่สมเหตุสมผลไปบ้าง แต่มันมักเป็นธรรมดาของหนังคัลท์ญี่ปุ่นที่ค่อนข้างเหนือจริงอยู่แล้ว เลยไม่รู้สึกติดขัดอะไร
ถ้าจะให้ติละก็คงเป็นช่วงท้ายของเรื่องกับบทสรุปตอนคลี่ปมที่ไม่มีอิมแพ็คเท่าที่ควรเลยทำให้หนังดูดรอปๆลงไปมาก เรียกได้ว่าช่วงต้นเรื่องเล่าได้อย่างพีคแต่มาตกม้าตายเอาตอนจบ ด้วยความยาวของหนังที่มีจำกัด จากมังงะยาว 15 เล่ม เอามาหั่นย่อให้เหลือภายใน 2 ชั่วโมง แถมยังเปลี่ยนฉากจบไม่เหมือนต้นฉบับ ไม่แปลกที่ช่วงท้ายจะดูแผ่วๆไป หนังรีบยัดเรื่องราวให้กับตัวเอกเพื่อคลายปมจนดูยัดเยียดเกินไป จริงๆถ้ายืดได้สัก 2 ชั่วโมงครึ่งเกือบๆ 3 ชั่วโมงได้น่าจะดี
และอีกหนึ่งสื่งที่แตกต่างไปจากมังงะเลยก็คือ ความโหด ซึ่งถือเป็นจุดขายของ อ. ฮิเดโอะ ผู้แต่ง ที่มีมาตั้งแต่สมัย Ichi the Killer หรือก่อนหน้านั้นแล้ว แต่ด้วยความที่เป็นฉบับหนังโรงและเข้าฉายใน Netflix จึงทำให้อ่านต้องเบนกลุ่มผู้ชมให้ดูแมสขึ้นมาหน่อยเลยลดฉากโหดลงไปพอสมควร ซึ่งอาจจะไม่ถูกใจแฟนๆหรือสาวกมังงะสักเท่าไหร่
แม้ส่วนตัวยังไม่เคยอ่านมังงะ แต่ถ้าให้เทียบกับ Ichi the Killer เวอร์ชั่นคนแสดงในปี 2001 แล้ว Ichi เอาชนะขาดในเรื่องของความดิบโหดเถื่อน เลือดสาดกระจาย (สมแล้วที่ถูกแบนในหลายประเทศ) แต่สำหรับ Homunculus ก็ยังถือว่าพอดีๆไม่ได้เบาจนเกินไป หนังยังคงติดเรท โดยเฉพาะฉากที่เอาสว่านเจาะสมองและมีซาวด์ประกอบ ซีนนี้ให้เลยว่าเสียวตามจริงยังกะโดนเจาะเอง
ด้วยความที่เป็นหนังคัลท์เลยอาจจะไม่ได้เหมาะกับผู้ชมทุกกลุ่ม ใครที่ไม่ใช่คอหนังประเภทนี้อาจมีง่วงหรือมึนตึ๊บตามได้ จริงๆหนังมันไม่ได้ซับซ้อนแต่ด้วยความที่มีจิตวิทยาเข้ามาผสม เลยอาจจะต้องอาศัยการตีความในเชิงสัญลักษณ์กันสักหน่อย บางจุดไม่ได้เฉลยหมด แต่เลือกจบแบบปลายเปิด หากไม่โฟกัสดีๆหรือตามให้ทันก็อาจมีมึนกันบ้างเล็กน้อย
สำหรับเจาะกะโหลกเปิดโลกวิปลาส หรือ Homunculus นั้นส่วนตัวให้เลยว่าชอบ เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ทำออกมาได้สนุกลุ้นระทึกดี ถือว่าไม่แลวเลยทีเดียว ใครที่อยากลองชมอะไรแปลกๆหรือฉีกกรอบจากแนวเดิมๆก็ขอแนะนำ บางทีคุณอาจจะค้นพบอะไรใหม่ๆในรสนิยมที่แตกต่างออกไปก็เป็นได้
โฆษณา