16 ก.พ. 2023 เวลา 10:00 • ไลฟ์สไตล์

ทำไม “งานอดิเรก” ถึงดีต่อใจ ในยุคที่ชีวิตมีแต่ความเร่งรีบ

“งานอดิเรก” หรือ “กิจกรรมยามว่าง” สิ่งที่หลายคนมองข้ามและไม่มีเวลาทำ แต่รู้หรือไม่แท้จริงแล้วมีประโยชน์ต่อสุขภาพจิต การสร้างแรงบันดาลใจและการสร้างความภาคภูมิใจให้ตนเอง นอกจากนี้ยังมีทริคสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มหางานอดิเรกทำมาฝากอีกด้วย
การมีงานอดิเรก กิจกรรมทำนอกเวลางานเป็นสิ่งสำคัญต่อทั้งสุขภาพและอาชีพของเรา ทำให้เรามีจุดมุ่งหมายนอกเหนือจากการทำงานและช่วยลดระดับความเครียดของเราจนสามารถอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ โดยความสนใจในกิจกรรมต่าง ๆ นอกเหนือจากการทำงานนี้สามารถหาความเชื่อมโยงใหม่ ๆ หรือสร้างข้อมูลเชิงลึกที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่การงาน เป็นตัวเชื่อมกลมกลืนระหว่างชีวิตและการทำงาน
นอกจากนี้ งานวิจัยหลายชิ้นยังแสดงให้เห็นว่า การทำงานอดิเรกนั้นเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพจิตของคุณ และทำให้ความเป็นอยู่โดยรวมของคุณดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาทักษะของบุคคล จะช่วยเพิ่มความรู้สึกที่ดี ด้วยการกระตุ้นให้สารโดพามีนหลั่ง ทำให้ “อารมณ์ดี” ตามไปด้วย
ขณะที่งานวิจัยอื่น ๆ พบว่า เวลาที่ใช้ในกิจกรรมเกี่ยวกับงานอดิเรกนั้นสัมพันธ์กับความดันโลหิต ดัชนีมวลกาย และรอบเอวที่ลดลง นอกจากนี้ยังสามารถทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยล้าน้อยลง และเพิ่มการรับรู้เกี่ยวกับการทำงานทางร่างกายที่ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจรู้สึกว่า ตนเองไม่มีเวลาที่จะทำสิ่งที่ตนสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมเมืองของประเทศไทยที่กว่าจะทำงานและเดินทางกลับบ้านก็ใช้เวลาแทบจะหมดวันแล้ว ทำให้งานอดิเรกมักถูกผลักไสไปอยู่ลำดับท้าย ๆ ของสิ่งที่ต้องทำ และกลายเป็นสิ่งที่จะทำเมื่อ “มีเวลา” เท่านั้น
กรุงเทพธุรกิจ รวบรวมเคล็ดสำหรับผู้ที่ต้องการจะเริ่มต้นทำงานอดิเรก แล้วคุณจะพบว่าการเริ่มต้นทำสิ่งที่รักนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย
🖌️ มองหากิจกรรมที่อยากทำ
ถามตัวเองว่าสิ่งที่คุณอยากทำคืออะไร ซึ่งมีวิธีสำรวจความต้องการที่แท้จริงของคุณผ่านการคิดถึงสิ่งที่คุณอยากทำในวัยเด็ก แต่ไม่มีโอกาสได้ทำ หรืออยากลองกลับไปทำ หรือบางทีคุณอาจต้องการเรียนรู้ทักษะใหม่ เช่น การเล่นเครื่องดนตรี การเรียนรู้ภาษาที่ 3 การอบขนม การทำเครื่องปั้นดินเผา
นอกจากนี้ คุณยังสามารถพิจารณาจากสิ่งที่คุณชอบทำในเวลาว่าง เพราะการสร้างงานอดิเรกจากกิจกรรมที่คุณชอบหรือสิ่งที่ทำอยู่แล้วอาจจะเป็นเรื่องที่ง่ายกว่าไปเริ่มต้นใหม่ รวมไปถึงการเข้าร่วมกลุ่มเฟซบุ๊กที่มีความสนใจคล้าย ๆ กัน ที่มีผู้ใช้มาแบ่งปันประสบการณ์และแชร์กิจกรรมที่น่าสนใจเกี่ยวกับงานอดิเรกนั้น ๆ ก็จะช่วยให้คุณรู้สึกอยากเข้าร่วมได้ง่ายยิ่งขึ้น
🕛 จัดการเวลาให้สมดุล
เหตุผลหลักประการหนึ่งที่ผู้คน “เลิกทำงานอดิเรก” คือ พวกเขารู้สึกว่า “ไม่มีเวลา” แต่ในความเป็นจริง มีแนวโน้มว่าคุณมีเวลามากกว่าที่คุณคิด เพราะมีเวลาแฝงที่คุณเสียไปกับการเล่นโซเชียลมีเดียไปหลายชั่วโมงโดยไม่รู้ตัว
จากข้อมูลของ We Are Social ที่สรุปสถิติการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลทั่วโลก พบว่า ในปี 2565 คนไทยเข้าถึงอินเทอร์เน็ตผ่านสมาร์ทโฟนมากที่สุด ถึง 96.2% นั่นแสดงว่าคนไทยใช้เวลาไปกับการดูคอนเทนต์ต่าง ๆ บนสมาร์ทโฟน ซึ่งอาจจะเป็นช่วงเวลาระหว่างการเดินทาง หรือเวลาว่างก่อนนอน
คุณสามารถนำเวลาตรงนี้ไปทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่ใช้สมาร์ทโฟนเหมือนกัน แต่ช่วยให้ผ่อนคลายได้มากกว่า เช่น ระบายสี อ่านหนังสือผ่าน E-Book หรือเรียนภาษาผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ แม้กระทั่งการถักนิตติ้ง หรืออ่านหนังสือแบบเล่ม ระหว่างการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะก็เป็นการฆ่าเวลาที่ได้ประโยชน์กับตัวเองด้วยเช่นกัน
🎻 เปลี่ยนมุมมอง
ในโลกปัจจุบัน มนุษย์หมกมุ่นอยู่กับวัฒนธรรมที่ขับเคลื่อนด้วยความสำเร็จ ทำให้คนเรายากที่จะสลัดจากแรงกดดันในแต่ละวัน ลองปล่อยวางสิ่งเหล่านั้นและหันมาใช้เวลากับงานอดิเรกที่คุณเลือก เพียงใช้เวลาวันละ 15-30 นาที สามารถช่วยให้คุณผ่อนคลายและเติมเต็มพลังให้คุณได้อย่างแท้จริง
แน่นอนว่า งานอดิเรกส่วนใหญ่อาจจะไม่สร้างรายได้ คุณอาจจะสงสัยว่าจะเสียเวลาทำไปทำไม โดยเฉพาะในยุคที่บางคนบอกว่าต้องมีรายได้หลายทาง ทั้งจากอาชีพหลัก อาชีพรอง อาชีพเสริม แต่กิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้คุณได้สัมผัสโลกใบใหม่ที่ไม่เคยเข้าถึงมาก่อน ทั้งจากเพื่อนร่วมทำกิจกรรม สังคมแบบใหม่ สถานที่ใหม่ ๆ และสร้างความสุข สร้างแรงบันดาลใจที่สามารถนำไปใช้ร่วมกับงานของคุณ
นอกจากนั้น งานอดิเรกยังพาคุณหลีกหนีจากความจำเจ ความน่าเบื่อหน่ายจากกิจกรรมที่ทำอยู่ในชีวิตประจำวันที่ซ้ำไปซ้ำมา ตลอดจนสร้างความมั่นใจและเพิ่มความคุณค่าในตนเองได้อีกด้วย เพราะงานอดิเรกจะทำให้คุณค้นพบความหลงใหลและทักษะใหม่ ๆ ที่ซ่อนอยู่ในตัวคุณ จนคุณอาจแปลกใจเมื่อคุณทำมันออกมาได้ดี ท้ายที่สุดจะนำความภาคภูมิใจมาสู่ตนเองด้วย
โฆษณา