ด้วยความที่ออกแบบมาอย่างดีต่อการทำธุรกิจการบินนี้เอง สายการบินต่างๆ จึงเร่งหาซื้อ Boeing 747 มาใช้ จนเครื่องบินรุ่นนี้กลายเป็นเครื่องบินพาณิชย์รุ่นเรือธงสำหรับสายการบินใหญ่ และสายการบินประจำชาติของหลายๆ ประเทศไป ไม่ว่าจะเป็น British Airways, Air France, Lufthansa (เยอรมนี), Qantas (ออสเตรเลีย), Air China, Singapore Airlines รวมไปถึง ‘การบินไทย’ ที่ปัจจุบันใช้ Boeing 747-400 อยู่
แต่นอกจากจะเป็นเครื่องบินขวัญใจของนักเดินทางทั่วไปแล้ว Boeing 747-200 ยังเป็นเครื่องบินคู่กายของประธานาธิบดีสหรัฐฯ หรือที่เรียกกันว่า Air Force One มาตั้งแต่ปี 1990 มาถึงปัจจุบันหลัง 707 ถูกปลดประจำการ
Air Force One
โดย 747-200 ได้รับการดัดแปลงภายในมีให้มีเครื่องอำนวยความสะดวก อุปกรณ์สั่งการและทำงาน และมีระบบรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐานของรัฐบาลสหรัฐฯ และได้ทำงานรับใช้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มาแล้ว 6 คน ได้แก่ George H W Bush, William J Clinton, George W Bush, Barack H Obama, Donald J Trump และ Joseph R Biden
จากการรายงานของ CNN รัฐบาลสหรัฐฯ วางแผนที่จะปลดประจำการ 747-200 ที่กำลังใช้อยู่ในเร็วๆ นี้ และจะใช้ 747-8i เป็นโครงสร้างสำหรับ Air Force One รุ่นต่อไป
ในปัจจุบัน หน้าที่หลักของ 747 คือการขนส่งสินค้าทางอากาศ เพราะมีฟังก์ชั่นโหลดสินค้าทางหัวเครื่องบินที่ยังเป็นที่นิยมของผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์อยู่ โดยในขณะนี้มีสายการบินพาณิชย์ไม่กี่แห่งเท่านั้นที่ยังมี 747 ไว้ใช้งานอยู่ ซึ่งส่วนมากเป็นสายการบินเอเชีย เช่น การบินไทย, Korean Air และ Air China
ซึ่งแน่นอนว่าในเมื่อ Boeing เลิกผลิต 747 ไปแล้ว เมื่อเวลาผ่านไปจน 747 ทุกลำที่ยังอยู่บนรันเวย์อยู่สิ้นอายุการใช้งาน จุดสิ้นสุดของราชินีแห่งท้องฟ้ารายนี้ย่อมมาถึงในวันใดวันหนึ่ง
แต่ถึงแม้ในอนาคต Boeing 747 จะไม่มีโอกาสได้ขึ้นไปทำหน้าที่อีกแล้ว เครื่องบินรุ่นนี้จะยังคงเป็นตำนาน และเป็นที่จดจำในฐานะเครื่องบินที่ปฏิวัติประสบการณ์การเดินทาง เชื่อมโยงคนจากทุกมุมโลก และเปิดโอกาสให้คนจากทุกระดับฐานะมีโอกาสท่องเที่ยว และเติมเต็มประสบการณ์ชีวิตตัวเองได้อย่างเท่าเทียมแน่นอน