Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
วินทร์ เลียววาริณ
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
19 ก.พ. 2023 เวลา 00:00 • ปรัชญา
บทความ ช้างพระโพธิสัตว์
จากหนังสือ ลำธารริมลานธรรม
เขียนโดย พระไพศาล วิสาโล
1
หนึ่งในบรรดาเกจิอาจารย์แห่งอยุธยา ที่มีสานุศิษย์ทั่วประเทศเมื่อ ๘๐ ปีที่แล้ว คือหลวงพ่อปาน โสนนฺโท ท่านเกิดและบวชที่หมู่บ้านบางนมโค แต่ออกไปแสวงหาความรู้จากครูบาอาจารย์ตามที่ต่าง ๆ ตั้งแต่หนุ่ม
นอกจากวิปัสสนากรรมฐานแล้ว ท่านยังมีความรู้เรื่องสมุนไพรและวิชาแพทย์แผนโบราณ ช่วยสงเคราะห์ญาติโยมมากมายทั้งทางโลกและทางธรรม แต่ท่านไม่ค่อยอยู่ที่ใดที่หนึ่งนาน ๆ เพราะชอบธุดงค์ ท่านไม่ยอมรับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบางนมโคจนกระทั่งอายุ ๖๐ ปี
คราวหนึ่งท่านพาพระ ๔ รูป ธุดงค์จากอยุธยาไปยังพระพุทธบาทสระบุรี ตลอดทางเป็นป่าทึบ เย็นวันหนึ่งท่านเห็นทุ่งโล่งกว้าง เป็นทำเลเหมาะแก่การพักแรม จึงปักกลดบริเวณใกล้ ๆ หมู่บ้าน ไม่นานชาวบ้านก็พากันนำน้ำปานะมาถวาย พร้อมกับเตือนว่า ทุ่งนี้มีช้างป่าโขลงหนึ่ง มักออกมาอาละวาดเสมอพระที่มาปักกลดในทุ่งนี้ตายมาหลายรูปแล้วเพราะช้างโขลงนี้
หลวงพ่อปานรับฟังด้วยอาการสงบ และยืนยันที่จะพักแรมในที่เดิม ชาวบ้านจึงบอกท่านว่า ถ้าช้างออกมาอาละวาด ให้ท่านเคาะฝาบาตรเป็นสัญญาณ พวกเขาจะรีบออกมาช่วยคืนนั้นหลวงพ่อปานสั่งให้ลูกศิษย์บำเพ็ญกรรมฐาน ตั้งมั่นอยู่ในพรหมวิหาร ๔ แผ่เมตตาให้แก่สรรพสัตว์ทั่วสากลจักรวาล
ประมาณ ๔ ทุ่ม ฝูงช้างป่าก็ออกมา จ่าฝูงเป็นช้างสีดอตัวใหญ่งาสั้น ออกมาก่อนตัวอื่นแล้วยืนคร่อมกลดหลวงพ่อปานเอาไว้เนื่องจากท่านปักกลดตรงทางออกจากป่าพอดี ช้างตัวอื่นเมื่อจะออกมาก็ต้องเบียดช้างสีดอออกมา แล้วเดินข้ามทุ่งโดยไม่สนใจพระรูปอื่นเลย
เหตุการณ์ดูเหมือนจะเป็นปกติ ไม่น่ากลัวอย่างที่ชาวบ้านเตือนไว้ ช้างทั้งโขลงออกมาจากป่าโดยไม่มีท่าทีคุกคามแต่อย่างใด แต่แล้วจู่ ๆ ช้างตัวสุดท้ายที่ออกมาก็เริ่มอาละวาด ช้างตัวนี้ชาวบ้านเรียกว่า “ไอ้เก” เพราะงาของมันบิดเกข้างหนึ่ง อีกทั้งมีพฤติกรรมเกเรด้วย หลังจากที่เดินออกมายังทุ่งกว้างได้สักพัก มันก็หันกลับมาและวิ่งเข้าใส่กลดหลวงพ่อปานทันที
หลวงพ่อปานเห็นไอ้เกพุ่งเข้ามา แต่ท่านนิ่งสงบ ท่านเล่าว่า “ตอนนั้นฉันมีอารมณ์ปกติ ฉันคิดถึงพระโพธิญาณเป็นอารมณ์ คิดว่าตายเมื่อไหร่ ฉันก็จะสบาย คือไปนอนรอเวลาที่สวรรค์ชั้นดุสิต”
ส่วนพระอีก ๔ รูปก็นิ่งสงบเช่นกัน แต่ก่อนที่เจ้าเกจะเข้ามาทำร้ายหลวงพ่อปาน จ่าฝูงคือเจ้าสีดอก็เอางวงฟาดเจ้าเก ๓ ครั้งติดต่อกัน ฟาดแต่ละครั้งเจ้าเกหัวซุนเกือบทิ่มดิน เท่านั้นไม่พอ เจ้าสีดอยังจับงาเจ้าเกบิดจนเจ้าเกเสียหลักล้มลงอย่างแรง หลวงพ่อปานสันนิษฐานว่าที่เจ้าเก มีงาบิดข้างหนึ่งคงเพราะถูกจ่าฝูงกำราบเป็นประจำ
เจ้าเกลุกขึ้นมาอย่างหมดแรง หายพยศ เดินอย่างไร้สง่า ตามฝูงไปยังป่าตรงข้าม ส่วนเจ้าสีดอยังคงเดินวนเวียนแถวนั้นพักใหญ่ เมื่อเห็นพระทุกรูปปลอดภัย ไม่มีใครมารบกวน มันก็หันมาหาท่าน แล้วคุกเข่าลง ชูงวงขึ้น ทำท่าเหมือนจะไหว้ แล้วก็เดินตามโขลงช้างลูกน้องไป
1
หลวงพ่อปานเห็นช้างตัวนี้แล้ว อดชื่นชมไม่ได้ ท่านถึงกับออกปากว่า “สงสัยช้างตัวนี้จะเป็นช้างพระโพธิสัตว์”
วันรุ่งขึ้นชาวบ้านพากันมาหาท่านเพราะได้ยินว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น เมื่อเห็นทุกท่านปลอดภัยก็มีความเลื่อมใสศรัทธามาก และเชื่อว่าท่านต้องมีเวทมนตร์คาถาหรือของขลังอย่างแน่นอน จึงขอของดีจากท่าน
เพื่อปกป้องอันตรายจากเจ้าเก หลวงพ่อปานจึงให้คาถาแก่เขา คาถานั้นมีแค่ “พุทโธ” ข้อสำคัญคือ “ก่อนท่องคาถา ก็ขอให้นึกถึงบารมีของพระพุทธเจ้า แล้วแผ่เมตตาถึงเจ้าเก ประกาศเป็นสัมพันธไมตรีต่อกัน”
ปรากฏว่าคาถาของท่านได้ผล นับแต่นั้นมาเจ้าเกไม่เคยอาละวาดอีกเลย เวลามันมา ก็เดินก้มหน้าก้มตาผ่านไปเฉย ๆ ไม่มองหน้าคนเลย ผิดกับแต่ก่อนที่ชอบทำลายฟ่อนข้าวและทรัพย์สิน อีกทั้งไล่แทงผู้คน
ความสงบได้กลับคืนสู่หมู่บ้านนี้อีกครั้งหนึ่ง คงไม่ใช่เพราะอานุภาพของคาถาของหลวงพ่อปานและเมตตาภาวนาของชาวบ้านเท่านั้น หากยังเป็นเพราะคุณธรรมของช้างสีดอแสนรู้ตัวนั้น ซึ่งให้บทเรียนสำคัญแก่เจ้าเกอย่างไม่มีวันลืม
ปรัชญา
ธรรมะ
หนังสือ
1 บันทึก
36
2
1
36
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย