21 ก.พ. 2023 เวลา 03:00 • ความคิดเห็น

โอกาสครั้งที่สอง (second chance)

การที่ได้โอกาสเป็นครั้งที่สองหลังจากที่ทำอะไรผิดพลาดนั้น เป็นความโชคดีอย่างมากเลยนะครับ..
1
ผมเคยได้รับโอกาสครั้งที่สองให้แก้ตัวในชีวิตในเรื่องใหญ่ๆอยู่สามสี่ครั้ง แต่ละครั้งนอกจากจะให้บทเรียนที่บังคับให้เราย้อนไปทบทวนที่เราทำโอกาสครั้งแรกพัง แล้วพอได้มีโอกาสได้เริ่มใหม่ วิธีคิด วิธีปฏิบัติก็จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะด้วยความเจ็บแล้วจำแม่นนี่แหละครับ
2
ผมได้รับมอบหมายงานการตลาดครั้งแรกที่ดีแทคด้าน Mobile Internet แล้วด้วยความไม่ประสีประสา พยายามทำตามตำราบ้าง ลอกเบอร์หนึ่งบ้าง ในที่สุดก็เจ๊งไม่เป็นท่า ทำบริษัทเจ๊งไปเกือบร้อยล้านบาท แต่ผู้ใหญ่ในตอนนั้นก็ให้โอกาสครั้งที่สอง
จึงได้ทำแบรนด์แฮปปี้แล้วก็เรียนรู้จากความผิดพลาดครั้งแรกจนรอดมาได้ ในเรื่องสุขภาพก็เคยละเลยไม่ออกกำลัง กินอาหารไม่ดี จนอ้วนเข้าโรงพยาบาลเมื่อตอนอายุสามสิบเจ็ด นอน CCU ไปคืนนึง ยังดีที่ฟ้าดินให้โอกาสไม่เอาถึงตาย ทำให้ผมตกใจกลัวจนต้องเปลี่ยนนิสัยการกินและการออกกำลังจนมีร่างกายที่ดีในวันนี้
1
แต่โอกาสครั้งที่สองที่เปลี่ยนชีวิตผมมากที่สุดก็คือตอนที่เป็นดาวรุ่งดีแทค อายุน้อยและหลงตัวเองว่าเก่ง อยากได้ใคร่มีไปหมดทั้งรถตำแหน่ง ห้องใหญ่ เบอร์สวย แล้วเกิดอีโก้จัดจนโมโหเจ้านายในตอนนั้นว่าไปโปรโมทคนไม่เก่งมาเป็นนายผม เลยตัดสินใจลาออกเพื่อประชดและคิดว่าดีแทคจะต้องเสียใจที่ไม่พยายามง้อผม คิดเองเออเองว่าตัวเองสำคัญมาก
1
แต่พอออกไปจริง (ไปอยู่คู่แข่งด้วย) ที่ใหม่กลับไม่สวยหรูอย่างที่คิด เจอเจ้านายที่โหด เพื่อนร่วมงานที่จ้องเล่นงานตลอดเวลา ถึงได้รู้ซึ้งและเข้าใจว่าที่เดิมนั้นมีเพื่อนมีนายดีแค่ไหน
1
โชคดีที่ได้โอกาสครั้งที่สองที่หลังจากนั้นสามเดือน คุณบุญชัย เบญจรงคกุล ซึ่งเป็นซีอีโอดีแทคในตอนนั้นโทรตามให้กลับมา ผมไม่มีวันลืมโทรศัพท์สายนั้นที่ให้โอกาสผมแก้ตัวอีกครั้ง พอกลับดีแทค ผมก็ไม่เอาเรื่องที่ไร้สาระ วัตถุสิ่งของใดๆ อีก ตั้งใจทำงานและมองเพื่อนร่วมงานคนเดิมที่เคยละเลยในมุมใหม่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน รู้ได้เลยว่าสนามหญ้าบ้านอื่นที่ดูจะเขียวกว่าบ้านเรานั้นเป็นภาพลวงตาทั้งสิ้น
1
โอกาสครั้งที่สองที่ผมได้รับอีกครั้งก็คือตอนที่ผมลาออกจากงานประจำเพราะอยากอยู่กับลูก คิดว่าตัวเองมีฝีมือ มีชื่อเสียงน่าจะหางานใหม่ไม่ยากเมื่อพร้อม เอาเข้าจริงๆก็คิดไปเองอีก ในตอนที่ตกต่ำสุดๆ ถึงขนาดไปนั่งรอหัวหน้า HR บริษัทใหญ่เล่นโบว์ลิ่งอยู่เป็นชั่วโมงเพื่อสัมภาษณ์งานก่อนที่เขาจะให้คนเดินมาบอกว่าไม่ว่างละ หรือถูกเรียกไปสัมภาษณ์กับผู้บริหารบริษัทซีเมนต์แห่งหนึ่งเพื่อที่จะบอกว่าไม่ได้ตั้งใจจะรับเพราะมีแต่ตำแหน่งเล็ก อยากได้คนอายุน้อยมากกว่า
1
ทำให้เคว้งอยู่พักใหญ่ จนพี่เน่ง อาจารย์รัชนีพรแห่งศรีปทุมชวนทำ ABC และน้องๆที่ SCB ชวนมาเป็นที่ปรึกษาที่ธนาคาร จึงได้มีโอกาสครั้งที่สองในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นตัวเองได้อีกครั้ง พอได้โอกาสผมก็ไม่ปล่อยให้อีโก้ครอบงำตัวเองอีก รู้อย่างเดียวว่าผลงานเท่านั้นถึงจะทำให้เราเดินหน้าต่อ ไม่ใช่ชื่อเสียงในอดีตอีกต่อไป
แต่พอมาพินิจถึงความโชคดีที่ผมได้รับมาหลายครั้งจากโอกาสครั้งที่สอง ผมก็พอจะเห็นถึงการเพิ่ม “ความน่าจะเป็น” ของ Second Chance ได้จากประสบการณ์ที่ผมผ่านมา โชคก็คงมีส่วน แต่การที่จะได้รับโอกาสครั้งที่สองนั้น การเตรียมตัวหรือการกระทำของเราก่อนที่เราจะต้องการ “โชค” นั้นก็มีส่วนไม่น้อยเช่นกัน
1
ในระหว่างที่เรายังอยู่ดีมีสุข ยังไม่ได้ต้องการโอกาสครั้งที่สอง การสร้างผลงานที่ดี มีทัศนคติที่ดี การทำงานอย่างเต็มความรู้ความสามารถ เมื่อเกิดความผิดพลาดก็มีโอกาสที่จะได้รับโอกาสอีกครั้งสูง การที่พยายามช่วยเหลือเกื้อกูลคน มีเครือข่ายเพื่อนฝูงผู้ใหญ่ที่เอ็นดูจากการทำตัวของเราในยามปกติ
1
เวลาลำบากก็จะมีโอกาสที่คนจะนึกถึงมากกว่าในช่วงดีก็เก็บตัว ไม่สุงสิง ไม่เคยช่วยเหลือใคร พอลำบากโอกาสที่คนจะช่วยก็จะลดน้อยถอยลงไปเช่นกัน การเตรียมตัวเพิ่ม “Chance” ในยามสงบจึงน่าจะเป็นสิ่งที่ควรจะคิดกันก่อนที่จะไปลุ้นเอาโชคเมื่อภัยมา เพราะโอกาสครั้งที่สองนั้นไม่ได้เกิดขึ้นง่ายนักในชีวิต
ในมุมของคนได้โอกาสครั้งที่สอง จะรู้ซึ้งถึงความโชคดี รู้ซึ้งถึงบทเรียนที่ได้รับ และทะนุถนอมโอกาสที่ได้เสมือนของมีค่ามากๆ ในทางกลับกัน ถ้ามีโอกาสที่จะให้ Second Chance กับใคร ไม่ว่าจะเป็นลูกน้อง เจ้านาย หรือเพื่อนที่อาจจะทำผิดพลาดมา ก็น่าจะพิจารณานะครับ
ผมเองชอบที่เวลาลูกน้องที่ฝีมือดีแล้วออกจากบริษัทไป พอขอกลับมาก็มักจะรับกลับ เพราะน้องๆที่ไปเห็นที่อื่นเหมือนผมเห็นแล้วกลับมาด้วยความเข้าใจ พอมาแล้วทัศนคติจะเปลี่ยน แถมเป็นผู้นำทางความคิดให้คนที่อยู่เดิมด้วยว่าที่นี่ดีอย่างไร และรู้สึกรักองค์กร รักเพื่อนร่วมงานมากขึ้นแทบทุกคนที่ผมรับกลับ
ในมุมส่วนตัว การให้โอกาสครั้งที่สองกับใคร ก็จะช่วยทำให้ใจเราสูงขึ้น รู้จักการให้อภัย พร้อมความเข้าใจที่มากขึ้นว่าคนเรานั้นเปลี่ยนแปลงและเรียนรู้กันได้ เป็นการเรียนรู้สองด้านไปในตัวเพราะวันนี้เราให้โอกาสคน
1
วันหน้าเราเองก็อาจจะต้องการโอกาสนั้น แถมไม่แน่ว่าคนที่เราให้โอกาสวันนี้จะเป็นคนที่ให้โอกาสเราวันหน้าก็เป็นไปได้เช่นกัน
1
แน่นอนว่า จะมีคำถามถึงกรณีที่ผิดพลาดร้ายแรงจนไม่น่าให้อภัยอยู่หลายกรณี ถามว่าเส้นแบ่งของการให้โอกาสนี่คือตรงไหน คุณบุญคลี ปลั่งศิริ อดีตซีอีโอบริษัทใหญ่หลายเห่งเคยสอนเรื่องนี้ไว้ว่า
ให้แยกระหว่าง “ทำผิดพลาด” กับ “ทำชั่ว” การให้โอกาสครั้งที่สองกับการทำผิดพลาดนั้นควรพิจารณาเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ที่ทำผิดพลาดนั้นสมควรจะได้รับโอกาสครั้งที่สองให้แก้ไข ปรับปรุงหรือไม่
แต่ถ้า “ทำชั่ว” นี่ตัวใครตัวมันนะครับ สุดขอบของการให้โอกาสคงอยู่แถวๆตรงนั้นละครับ …
โฆษณา