23 ก.พ. 2023 เวลา 05:09 • ท่องเที่ยว
ตุรกี

ตะลุย Turkey🇹🇷 ประเทศเดียวเที่ยวได้ถึง 2 ทวีป (ยุโรป + เอเชีย)✈️

วันนี้เราจะมารีวิวววว ประเทศสองทวีป “TURKEY” นั่นเองง

ถ้าเพื่อนๆ หาประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่าท่องเที่ยว อยู่ได้เต็มๆ 30 จองตั๋วแล้วบินได้เลยย ตุรกีตอบโจทยมากๆ ได้เที่ยวทั้งโซนเอเชียและยุโรป ถ้าเพื่อนๆอยากรู้ว่า ไปเที่ยวตุรกีด้วยตัวเองยากไหม ? มีอะไรต้องรู้ไว้บ้าง ? ที่เที่ยวตุรกีและอิสตันบูลที่ห้ามพลาดมีที่ไหนบ้าง ? อาหารการกินเป็นอย่างไร ซื้อของฝากตุรกีอะไรดี? เรามีคำตอบมาแชร์เพื่อนๆๆ🥰
✨แพลนทั้งทริป 7 วัน 6 คืนของเฮาา✨

Day 1 : ออกเดินทางจากสุวรรณภูมิ >> ไปลงที่สนามบิน Istanbul New Airport (IST) ใช้บินประมาณ 11 ชั่วโมง เวลาที่ประเทศตุรกีจะห่างจากไทยประมาณ 5 ชั่วโมง
🚃 วิธีเดินทางจากสนามบินเข้าตัวเมืองของประเทศตุรกี ก็มีให้เลือกหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น Taxi/ Private Bus/ Havaist Bus/ IETT Bus หรือรถไฟฟ้าใต้ดิน
เราเลือกใช้ รถไฟใต้ดินสาย M11 ที่จะวิ่งจากสนามบินผ่าน İhsaniye, Işıklar Otogar, Göktürk, Kemerburgaz และ Kağıthane ไปยังสถานีรถไฟใต้ดิน Gayrettepe ในเขต Şişli โดยเราจะนั่งไปเปลี่ยนสายรถไฟใต้ดินเป็นสาย M2 ที่สถานี Gayrettepe และเดินทางไปยังใจกลางเมืองนะคะ
Day 2 : วันแรกของการออกมาตะลุยเที่ยว👀 หลังจากเมื่อวานมาถึงดึกเราก็ตรงเข้าที่พักเลย
ื วันนี้เรามีเวลาเที่ยวในตัวเมืองวันเดียว เลยจะเก็บ highlight ในให้ครบก่อนน เพราะเมืองอิสตัลบูล เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของตุรกี ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในอิสตันบูลนั้นมีทั้งมัสยิด พระราชวัง รวมถึงอาคารทางประวัติศาสตร์ที่เป็นสถานที่สำคัญของอาณาจักรต่างๆในสมัยโบราณ ซึ่งที่ต้องไป คือ ล่องเรือที่ช่องแคบบอสฟอรัสเป็นจุดยุทศาสตร์ สวย อากาศดี พอเราไปถึงจะมีเรือบริการนักท่องเที่ยวหลายเจ้าเลย เข้าไปติดต่อได้เลยน้า
🕌 ถ้าใครมองหาที่เที่ยวในตัวเมือง แนะนำเลย ที่ highlight และเป็นสถานที่ที่ควรไปเยื่อนสักครั้ง ไม่ง่าจะเป็น Hagia Sophia, Topkapı Palace, Sultan Ahmed Mosque, Basilica Cistern, Hippodrome of Constantinople, Grand Bazaar, Suleymaniye Mosque, Museum of Turkish and Islamic Arts, Little Hagia Sophia Mosque, Yedikule Fortress และ Uskudar
🚃 การเดินทางในอิสตันบูลแนะนำให้ลองนั่งรถรางไฟฟ้า (Tram) ดูค่ะ บรรยากาศเหมือนยุโรปเลยค่ะ สะดวกสบายดหมือนนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินเลย

🎒ถ้าใครอยากซื้อของฝาก ไปเดินที่ตลาด Spice Market
ของเยอะมาก ทั้งชา กาแฟเมล็ด และที่เราไปชิมมาละแปลกคือขนมพื้นเมืองตุรกี (Turkish Delight) จะออกเยลลี่แบบเหนียวๆ รสชาติมีให้เลือกเยอะเลย ห่อกล่องสวยเหมาะซื้อฝากมากๆ
ออกเดินทางจาก Istanbul >> Canakkale
Day 3 : เราออกเดินทางไปเมืองชานัคคาเล่ ทรอยกัน หรือที่คนส่วนใหญ่มักรู้จักกันน เรียกกันว่า “ม้าเมืองทรอย” นั่นเองงง ใช้เวลานั่งรถไปไกลพอตัวเลย ประมาณ 4 ชั่วโมง แทบจะหมดวัน 😂
ชานัคคาเล่ (Canakkale) เมืองนี้เป็นเมืองท่าที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของตุรกี เพราพมีดินแดนอยู่ในยุโรปและเอเชีย เช่นเดียวกับอิสตันบูล เมืองนี้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ของสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อเข้าไปในเมืองชานัคคาเล่ เราก็จะเจอม้าไม้จำลองเมืองทรอย ซึ่งอยู่ใจกลางเมืองชานัคคาเล่ ติดริมทะเล เป็นวิวที่สวยและบรรยากาศดีมากๆ
ชานัคคาเล่ (Canakkale) >> คุซาดาสึ (Kusadasi)
Day 4 : คุซาดาสึ (Kusadasi) (ระยะทาง 230ก.ม/ใช้เวลา3ช.ม) เป็นเมืองท่าเรือธรรมชาติที่ใช้มา ตั้งแต่ก่อนคริสตกาลหลังจากที่ตกเป็นอาณาจักรออตโตมัน
⭐️ที่เที่ยว Highlight คือ เมืองโบราณเอฟฟิซุส City of Ephesus อาคารที่เป็น สัญลักษณ์ของนครเอฟฟิซุส คือ ห้องสมุดของเซลซุส Library of Celsus เป็นสถาปัตยกรรมชั้นเลิศของยุคกรีก และเป็นห้องสมุดที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสามในยุคโบราณโดย มีอายุร่วม 2,000 ปี
แลเมีอาคารสำคัญอีกแห่ง คือวิหารแห่งจักรพรรดิเฮเดรียน Temple of Hadrian เราสามารถเดินชม ตามถนนเส้นหลักทอดยาวไปถึงห้องสมุดแห่งเซลซุส ทั้งสอง ข้างทางมีโรงอาบน้าโรมัน ห้องน้า และร้านค้าในอดีต
• บ้านพระแม่มารี House of Virgin Mary ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่สุดท้ายที่ พระแม่มารีมาอาศัยอยู่และสิ้นพระชนม์ในบ้านหลังนี้
วันนี้ท่องเที่ยวสไตล์ซากๆ จริงแต่ละสถานที่สวยมากมันให้เส่นห์ที่ไม่เหมือนประเทศไหนๆ ยังไงมาตรุกีแล้วควรเก็บให้ครบ…
-นอกจากนี้ยังมี ซากปรักหักพัง (Priene) เป็นซากปรักหักพังของวิหารอธีนา ห่างจากตัวเมืองไป 35 กิโลเมตร ถือว่าเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่ย้อนกลับไปกว่า 2,000 ปี
- โรงงานเครื่องหนัง ทอพรม ✨ที่นี่พรมมเยอะะะมากก งาน
พรมสวยๆใครอยากหิ้วกลับต้องไม่พลาดด
Day 5 : เมืองปามุคคาเล่ (Pamuk kale) (ระยะทาง 186 ก.ม /ใช้เวลา 2.40 ช.ม )
“ปามุคคาเล่” ในภาษาตุรกี หมายถึง “ปราสาทปุยฝ้าย”เป็นดินแดนแห่งบ่อน้ำร้อนศักดิ์สิทธิ์ของตุรกี
ดังนั้นที่ต้องไปคือปราสาทปุยฝ้ายยนั่นเอง! สถานที่นี้เกิดจากปรากฏการณ์ของตะกอนหินปูนทำปฏิกิริยากับอากาศ จับตัวแข็งกลายเป็นแอ่ง และมีธารน้ำแร่ใต้ดินไหลเอ่อล้นผุดขึ้นมาบนพื้นผิว หินปูนที่ลดหลั่นกันก่อนไหลลงจากผาสูง เป็นรูปร่างคล้ายหอยแครง ถ้ามองดูจะดูเหมือนสร้าง จากหิมะ เมฆ
หรือปุยฝ้าย ส่วนน้ำแร่ที่ไหลลงมาแต่ละชั้นจะแข็งเป็นหินปูน ห้อยย้อยเป็นรูปร่างต่าง ๆ นักท่องเที่ยวเลยนิยมไปนอนแช่/อาบ เพราะในอดีตชาวโรมันเชื่อว่าน้ำพุร้อนสามารถรักษาโรคได้
หลังจากนั้นเราก็เดินขึ้นไปที่ เมืองโบราณเฮียราโพลิส(Hierapolis) ไม่ไกลจากปราสาทปุยฝ้ายเลย ที่นี้เหมือนเป็นโรงละครครึ่งวงกลม ที่โดดเด่นอยู่บนหุบเขา แถมตอนนี้สภาพค่อนข้างสมบูรณ์ เลยเป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวที่ต้องไปถ่ายรูป
เมืองปามุคคาเล่ (Pamuk kale) >> คัปปาโดเกีย (Cappadocia)
Day 6 : คัปปาโดเกีย (Cappadocia) มีภูมิประเทศที่แปลกตา เต็มไปด้วยหินยักษ์สารพัดรูปทรง ที่เกิดจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติมานับล้านปี ทำให้ทั่วทั้งเมืองดูเหมือนอยู่ในเทพนิยาย อีกทั้งตัวอาคารบ้านเมืองที่สวยคลาสสิค และเมืองนี้มีประวัติความเป็นมาหลายพันปีเลยค่ะ
ถือเมือง highlight ของตุรกีเลยก็ว่าได้ เพราะ ทุกคนทั่วมุมโลกอยากมาขึ้นบอลลลูนที่นี่ สวยที่สุดแล้ววววว!🎈
อันนี้ราคาขึ้นบอลลูนตกคนละ 12,000฿ ประมาณน้า เมื่อคิดเป็นเงินไทย (แต่ก็แล้วแต่เรทค่าเงินช่วงนั้น) สวยอ้ะ เชื่อแล้วที่เค้าบอกว่าต้องมาสักครั้งในชีวิต อันนี้เราซื้อแพคทัวร์ท้องถิ่น รถเค้าก็จะมารับที่พักตอน 5:00 เลย เพื่อไปที่จุดขึ้นบอลลูนน้า เราจะอยู่บนบอลลูนกัน 30-1 ชม และเค้าก็จะให้เวลาเราลงมาถ่ายรูปก่อนจะพาไปส่งที่โรงแรม…
🛻หรือใครจะเลือกไม่ขึ้นบอลลูน แต่อยากนั่งรถจี๊ปทัวร์ รถคลาสิกถ่ายรูปตอนบอลลูนเต็มฟ้าก็เริ่ดน้า ราคาตกคนละ 3,000 บาทค่ะ
หลังจากกินอาหารเช้าที่โรงแรม เราก็ออกตะลุยต่อสิจ๊ะรออะไร • เรานั่งรถไป Fairy Chimneys หรือ Pasabag (Monk Valley) เป็นหินรูปกรวย ที่มีลักษณะคล้ายเห็ดยักษ์ และยังมีรูปร่างต่างๆ เป็นปล่องไฟ กระโจม โดม จนได้รับการขนานนามว่า เป็น "ปล่องไฟนางฟ้า" หรือ "หุบเขาพระ" เหมือนได้หลุดมาอยู่เมืองประหลาดอีกโลก และยังเป็นสถานที่สำคัญ ที่ยูเนสโก ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้ว
• พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ (Goreme Open Air Museum) หินที่ถูกสลัก โดยอิทธิพลทางจิตวิญญาณ ของศาสนาคริสต์ในสมัยโบราณ
ตกตอนกลางคืนที่ห้ามพลาดของเมืองนี้เลยคือ ไปดูโชว์เต้นระบำหน้าท้อง Belly dance เป็นร้านในถ้ำฟิลเต้นมั่วสุดๆ55555555แต่ทุกคนเอนจอยมาก
Last day here🫶🏻 คัปปาโดเกีย (Cappadocia) เมืองแห่งที่เที่ยวจริงๆ วันสุดท้ายแล้วเราก็พยายามจะเก็บที่ใกล้ๆ ทำเวลาก่อนไปสนามบินกัน !!! ที่
Day 7 : แรกที่เราไปคือ “นครใต้ดินเดอรินคุยู” (Underground City of Derinkuyu) เป็นพิพิธภัณฑ์ถ้ำธรรมชาติใต้ดิน โดยมีความลึกเทียบเท่าตึก 10 ชั้น
• หุบเขาเขาพาซาแบค (PASABAG VALLEY) หรือหุบเขาพระ (MONKS VALLEY) เป็นหินสูงทรงงูใหญ่
• หุบเขานกพิราบ (PIGEON VALLEY) เป็นหน้าผเมืองโบราณที่เค้าเจาะไว้ในนกพิราบบินผ่าน
• หุบเขาอุซิซาร์ (UCHISAR VALLEY) เป็นหุบเขาคล้ายจอมปลวกขนาดใหญ่
3 หุบเขานี้จะมีชื่อเสียง ถ้าใครยังมีเวลาเหลือแนะนำไปให้หมดเลยน้าเพราะแต่ละที่รูปร่างหน้าตาอาจจะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันเลยยยยย~
Day 8 : จบทริปแล้ววววเดินทางกลับประเทศไทยกันน~
เราบินสายการบิน turkish airlines ค่ะ ทั้งไป-กลับ โหลดสัมภาระได้ 30 kg.

💸 สรุป Budget อันนี้ราคาทุกอย่างรวมตั๋ว ที่พัก ที่เที่ยวต่างๆแล้ว (ยกเว้นซื้อของ) ประมาณ 42,000฿ ปล. แต่ไม่รวมค่าขึ้นบอลลูนน้า
💥ข้อควรรู้ก่อนไปเที่ยวตุรกี💥

1. 🧲 ไฟฟ้าที่ตุรกีจะประมาณ 220-240 โวลต์ ต้องเตรียมเต้ารับ Adaptor ที่ชาตไปด้วยน้าา เพราะเค้าใช้กันแบบ 2 ช่องหัวกลมเท่านั้น

2. 🍽️ ตุรกีเป็นประเทศมุสลิม จึงไม่มีหมูให้ทานเลยน้า อาหารค่อนข้างกินยาก แต่ก็กินได้ แต่ถ้าใครติดรสจัดควรเตรียมมาม่าไปเยอะๆเลยย แต่ที่นู้นเค้าก็มีมาม่าขายยนะแต่ราคาตก 50฿ ต่อป๋อง

3. 💵 สกุลเงินตุรกี คือ ลีร่า (TRY) 
เรทเงินประมาณ ~ 2.25 BAHT = 1 TRY
4. 📲 แนะนำให้ทุกคนซื้อซิม2FLY ราคา 799 บาทจากไทยไปเลยน้าเพราะเปิดใช้งานได้ทันทีเมื่อเครื่องแลนด์สะดวกกว่าเยอะ

5. 🕌 ถ้าใครมีแพลนจะไปมัสยิด ผู้หญิงต้องมีผ้าคลุมศีรษะไปด้วยน้าา 

6. 🌥️ ฤดูหนาว (ประมาณเดือนพฤศจิกายน-มีนาคม) จะช้ากว่าเมืองไทย 5 ชั่วโมง แต่ถ้าหน้าร้อน/ฤดูใบไม้ผลิ/ใบไม้ร่วง (เดือนพฤษภาคม-ตุลาคม) จะช้ากว่าเมืองไทย 4 ชั่วโมง
โฆษณา