23 ก.พ. 2023 เวลา 12:19 • ประวัติศาสตร์

“จักรพรรดิออเรเลียน (Aurelian)” จักรพรรดิผู้กอบกู้จักรวรรดิโรมัน

ภายในเวลาเพียงห้าปี “จักรพรรดิออเรเลียน (Aurelian)” ก็สามารถพลิกฟื้นจักรวรรดิโรมัน ทำให้พระองค์ทรงได้รับสมัญญานามว่า “Restitutor Orbis” ซึ่งเป็นภาษาละติน แปลว่า “ผู้กอบกู้โลก”
ในสมัยศตวรรษที่ 3 “จักรวรรดิโรมัน (Roman Empire)” ซึ่งเคยเป็นดินแดนที่ยิ่งใหญ่และทรงอำนาจ ก็เริ่มจะล่มสลาย
จักรวรรดิโรมันต้องเผชิญกับปัญหาหลายๆ ด้าน ทั้งการรุกรานจากชนเผ่าป่าเถื่อน สงครามกลางเมือง เศรษฐกิจที่ถดถอย อีกทั้งดินแดนต่างๆ ใต้การปกครองของโรมันก็เริ่มจะแยกตัวเป็นอิสระ
และในช่วงเวลาวิกฤตนี้เอง “จักรพรรดิออเรเลียน (Aurelian)” ก็คือผู้ที่เข้ามากอบกู้สถานการณ์ให้กลับมาดี
1
จักรพรรดิออเรเลียน (Aurelian)
พระนามของพระองค์อาจจะไม่เป็นที่กล่าวถึงมากนัก หากแต่เรื่องราวของพระองค์นั้นน่าสนใจและมีความสำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์
“จักรพรรดิออเรเลียน (Aurelian)” เสด็จพระราชสมภพในปีค.ศ.214 (พ.ศ.757) โดยมีบิดาเป็นทหารผ่านศึกในกองทัพโรมัน และมารดาเป็นธิดาของสมาชิกสภา โดยพระองค์นั้นมีเชื้อสายอิลิเรีย
เมื่อมีพระชนมายุได้ 21 พรรษา พระองค์ก็ได้เข้าร่วมกับกองทัพโรมัน และแสดงฝีมือโดดเด่นเหนือทหารคนอื่นๆ
พระองค์ได้เลื่อนยศอย่างรวดเร็ว และขึ้นเป็นแม่ทัพในกองทัพ อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในผู้ติดตาม “จักรพรรดิกาลลิเอนัส (Gallienus)”
จักรพรรดิกาลลิเอนัส (Gallienus)
ในเวลาต่อมา พระองค์ได้เข้าร่วมในการปลงพระชนม์จักรพรรดิกาลลิเอนัสในปีค.ศ.268 (พ.ศ.811) และจักรพรรดิองค์ต่อมา ก็คือ “จักรพรรดิคลอเดียส กอทิคัส (Claudius II Gothicus)”
ในรัชสมัยของจักรพรรดิคลอเดียส พระองค์ก็ได้ขึ้นเป็นแม่ทัพใหญ่ ควบคุมกองทัพโรมันทั้งหมด
1
ต่อมา จักรพรรดิคลอเดียสสวรรคตด้วยโรคระบาดในปีค.ศ.270 (พ.ศ.813) และออเรเลียนก็ได้ขึ้นครองบัลลังก์เอง ขึ้นเป็น “จักรพรรดิออเรเลียน (Aurelian)” โดยรัชสมัยของพระองค์นั้น คือตั้งแต่ค.ศ.270-275 (พ.ศ.813-818)
ภายหลังจากที่ทรงปราบปรามผู้ที่หวังในบัลลังก์รายอื่นๆ เรียบร้อยแล้ว พระองค์ก็ทรงเริ่มภารกิจสำคัญ
จักรพรรดิคลอเดียส กอทิคัส (Claudius II Gothicus)
นั่นคือการฟื้นฟูจักรวรรดิโรมันให้กลับมารุ่งเรือง
จักรพรรดิออเรเลียนทรงเป็นพระประมุขที่มีพระปรีชา พระองค์ทรงกอบกู้จักรวรรดิโรมันให้กลับมารุ่งเรืองดังเดิมด้วยเวลาเพียงห้าปี โดยเมื่อพระองค์สวรรคต จักรวรรดิโรมันก็กลับมายิ่งใหญ่ดังเดิม
1
ลองมาดูถึงสิ่งที่พระองค์ทรงทำหลังจากขึ้นเป็นพระประมุขกันครับ
เริ่มแรก พระองค์ทรงพิชิตชนเผ่าป่าเถื่อนต่างๆ โดยพระองค์ทรงตั้งกองทหารไว้ตามชายแดนแถบแม่น้ำดานูบ และขับไล่ชนเผ่าต่างๆ ออกไปจากโรมัน และพระองค์ยังทรงทำให้ดินแดนแถบชายแดนบริเวณแม่น้ำดานูบมีความมั่นคง
2
จากนั้น พระองค์ก็ทรงมีรับสั่งให้สร้างกำแพงปกป้องเมืองหลวงของกรุงโรม โดยมีการสร้าง “กำแพงออเรเลียน (Aurelian Walls)” โดยการก่อสร้างนั้นอยู่ระหว่างค.ศ.271-275 (พ.ศ.814-818)
กำแพงออเรเลียน (Aurelian Walls)
กำแพงนี้มีความหนา 3.5 เมตร สูง 8 เมตร ยาวกว่า 19 กิโลเมตร และมีหอคอยอยู่ทุกๆ 30 เมตร
กำแพงออเรเลียนได้อยู่ยืนยงมานานถึงศตวรรษที่ 19 และในปัจจุบัน กว่าสองในสามของกำแพงก็ยังคงอยู่
1
พระราชกรณียกิจสุดท้าย คือการยึดคืนอาณาจักรที่แข็งเมืองต่อโรมัน
ในช่วงที่จักรวรรดิโรมันกำลังวิกฤต ก็ได้มีดินแดนสองแห่งได้แข็งเมือง แยกออกจากจักรวรรดิโรมัน นั่นก็คือ “จักรวรรดิแกลลิค (Gallic Empire)” ซึ่งอยู่ทางตะวันตก และ “จักรวรรดิพาลไมรีน (Palmyrene Empire)” ทางตะวันออก
ในปีค.ศ.272 (พ.ศ.815) จักรพรรดิออเรเลียนทรงนำทัพบุกผ่านจักรวรรดิไบแซนไทน์ เข้าไปในอานาโตเลีย และยึดครองจักรวรรดิพาลไมรีน อีกทั้งยังนำองค์ราชินีซีโนเบีย (Zenobia) กลับมายังจักรวรรดิโรมัน
จักรพรรดิออเรเลียนทรงไว้ชีวิตราชินีซีโนเบีย หากแต่ในปีต่อมา คือค.ศ.273 (พ.ศ.816) ราชินีซีโนเบียทรงก่อกบฏอีกครั้ง จักรพรรดิออเรเลียนจึงทรงถล่มจักรวรรดิพาลไมรีน ก่อนที่ในปีค.ศ.274 (พ.ศ.817) พระองค์จะทรงพิชิตจักรวรรรดิแกลลิค และยึดคืนมาเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิโรมัน
และในช่วงรัชสมัยของพระองค์นี้เอง “จักรวรรดิเปอร์เซีย (Persian Empire)” ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจของโรมัน ก็อยู่ใต้การปกครองของกษัตริย์ที่อ่อนแอ จักรพรรดิออเรเลียนจึงตัดสินพระทัยจะยกทัพไปรุกรานจักรวรรดิเปอร์เซีย
1
แต่ในระหว่างทาง พระองค์ก็ทรงถูกทหารของพระองค์เองปลงพระชนม์ เนื่องจากทหารของพระองค์เกรงว่าจะถูกพระองค์ลงโทษในความผิดที่ไม่ได้ทำ
ขณะนั้นพระองค์มีพระชนมายุ 61 พรรษา
ถึงแม้รัชสมัยของพระองค์จะเป็นระยะเวลาเพียงห้าปีเท่านั้น หากแต่พระองค์ก็สามารถฟื้นฟูจักรวรรดิโรมันให้กลับมาเป็นปึกแผ่นและรุ่งเรืองดังเดิมได้
1
โฆษณา