25 ก.พ. 2023 เวลา 11:34 • ครอบครัว & เด็ก

สมองเราไม่ควรเก็บเรื่องที่งี่เง่าในชีวิต

ขยะในสมองในที่นี้ก็คือคำพูดที่ทำให้เรารู้สึกเฟลหรือรู้สึก
อีหยังวะมันบางทีก็เป็นเหตุการณ์ในวันหนึ่งวันที่เราเจอเรื่องแย่ๆที่กระทบต่อความรู้สึก แต่เป็นเรื่องที่ไม่ใหญ่มาก
วันนี้เรามาหาวิธีลบมันออกไปกัน
1.ออกไปวิ่งชิวๆยามเย็น
มีรองเท้ามีพื้นที่ก็ออกไปวิ่งครับวิ่งได้นอนได้เยอะก็วิ่งไปก่อนในตอนเย็นๆ ช่วยได้เยอะระหว่างที่เราก้าวไปทีละก้าวความเหนื่อยล้าค่อยๆเข้ามา ทีละนิดๆ จากที่เราฟุ้งซ่านกับอารมณ์
เราจะค่อยๆกลับมาที่ปัจจุบันเราจะหยุดคิดอะไรที่เป็นขยะสมองแล้วค่อยๆวิ่งและพาตัวเองไปถึงจุดหมาย บางคนอาจ2-4 กิโลเมตร วิ่งไปก่อนอย่างมีจุดหมายมันช่วยได้ดีมากๆกับการหยุดคิดเรื่องไม่เป็นเรื่องและทำให้เราอยู่กับตัวเองและรู้สึกดีกับตัวเองเมื่อวิ่งสำเร็จ
2.ไม่ต้องแคร์ทุกๆคนและทุกๆเรื่องจนมันล้นสมอง
หากเราทำงานเจอเพื่อนร่วมงานหรือเจอเจ้านายพูดในสิ่งที่เราไม่อยากจะฟังซะเท่าไหร่อาจเป็นคำดูถูกหรือติเราทั้งที่เรากำลังเต็มที่หรือไม่ได้ทำอะไรผิดเราก็ฟังเฉยๆก็ได้นะ หากมันเป็นเรื่องที่แก้แล้วปรับให้แล้วก็ยังโดนเหมือนเดิม
เราก็คงแค่ฟังแล้วช่างแม่ง เก็บเรื่องดีๆต่อตัวเองมาคิดบ้าง
เรื่องง่ายเช่นกินไรดีเย็นนี้ ดูไรดีหลังเลิกงานสิ่งเหล่านี้เหมือนเรื่องธรรมดาแต่มันก็ช่วยให้ต่อบทหนังชีวิตเราในวันนั้นผ่านไปได้แบบลื่นไหลไม่ติดขัด
3. เวลาทำงานให้ทำสิ่งที่เราทำเท่าที่จะทำได้ไม่ใช่ทำในสิ่งที่คนอื่นต้องการ
สำหรับงานในองค์กรต่างๆมักมีลูกจ้างเหมือนกับเราหรือคนตำแหน่งสูงกว่าเรานิดหน่อยแต่ไม่ได้มีส่วนสำคัญกับงานเรา คนพวกนี้ชอบมาพูดคอมเมนท์ในงานเราอารมณ์ทำไมไม่เพิ่มตรงนั้นตรงนี้แบบนี้จะดีหรอ คนเขาไม่ทำกันแบบนี้
หากเป็นคอมเมนท์ควรค่าแก่การปรับปรุงเราก็ไม่ควรทำตัวน้ำเต็มแก้ว แต่หากเป็นคอมเมนท์ที่สนองแค่ความต้องการของตนเองซึ่งไม่ส่วนได้ส่วนเสียกับงานเราเลยแค่อยากให้เราทำให้ตามที่เขาอยากให้ไป แบบนี้ช่างแม่งครับ
ต่อ..
เรามีคุณค่ามากพอหากเราตามทุกคนงานเราหนึ่งชิ้นจะต้องถูกใจทุกคนนั้นหมายความว่ามันจะไม่มีวันเสร็จและไม่เป็นตนเองเลย คนที่เราควรฟังคือหัวหน้าที่ดี หรือคนที่จะจ่ายเงินให้เราเพียงเท่านั้น ในการทำงานมีคนหลายรูปแบบทั้งดีและแย่ และสุดท้ายแล้วทำงานก็คือทำงานจบกลับบ้านก็อย่าคิดถึงอะไรที่หนักสมองนะครับ ปล่อยวางๆ สนุกกับการทำงานนะครับ ❤️
โฆษณา