📊STOCK - ยุคของหุ้นเทคฯ จะกลับมาหรือยัง ?!?

⚠️ตอนนี้กระแสเทคโนโลยีกำลังร้อนแรงขึ้นอย่างที่หลายคนปฏิเสธไม่ได้เลย ! โดยเฉพาะหลังจากการเปิดตัว ChatGPT ของ OpenAI ที่สร้างความฮือฮาให้กับโลกได้ไม่น้อย พร้อมกับที่ราคาหุ้นบริษัทเทคโนโลยีหลายตัวดีดขึ้นมากกว่า +100% นับตั้งแต่จุด Bottom ล่าสุดของ Cycle
1 ในหุ้นที่ถูกพูดถึงมากขึ้นคือ NVDIA ซึ่งผู้เชี่ยวชาญหลายคนยกให้เป็น 1 ในเสาหลักของโลกอนาคต เนื่องจากตัวชิป Graphic ที่ NVDIA สร้างนั้นถูกใช้เป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาและฝึก AI ในเก่งขึ้นในอนาคต ! และพร้อมกันนี้ หากเราไปดูหุ้น NVDIA พบว่าราคาดีดมาแล้วราว +120% นับตั้งแต่ลงไปทำจุด Bottom ครั้งล่าสุด !
จุดต่ำสุดของ NVDIA ใน Cycle ล่าสุดอยู่ที่ราว 105 ดอลลาร์/หุ้น แต่ปัจจุบันราคาปรับตัวขึ้นมาซื้อขายที่เกือบ 240 ดอลลาร์/หุ้นไปแล้ว แม้ว่าจะยังต่ำกว่าระดับ All Time High อยู่ราว ๆ -30% ซึ่งทำให้หลายคนมองว่านี่คือโอกาสที่จะเข้าสะสมหุ้น Megatrends ในะระยะยาว ?
📌นอกจากนี้ กระแสความร้อนแรงของหุ้นเทคฯ ยังถูกเติมเต็มด้วยการยกระดับเทคโนโลยีของบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่ง ยกตัวอย่างเช่น Microsoft, Google, Amazon และ Meta ที่ประกาศว่ากำลังเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจหลาย ๆ อย่างครั้งใหญ่
โดยเฉพาะ Microsoft ซึ่งพึ่งเชื่อม ChatBot AI ตัวที่ล้ำกว่า ChatGPT เข้ากับ Bing Search และยังประกาศว่าจะเชื่อม ChatGPT กับระบบ Cloud ด้วย นอกจากนี้ยังเริ่มเปิดตัว AI ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเกมซึ่งคล้าย ๆ Bot ที่สามารถทำตามคำสั่งบางอย่างของมนุษย์ได้
ในขณะที่ Amazon ก็พึ่งประกาศเปิดตัว AWS Telco Network Builder ซึ่งจะช่วยให้บริษัทโทรคมนาคมระดับนานาชาติสามารถเชื่อมต่อกับระบบ Cloud ได้ง่ายขึ้น ส่วนทาง Google และ Meta ก็ประกาศว่าจะเปิดตัว AI คู่แข่ง ChatGPT ในเร็ว ๆ นี้
หรือแม้แต่บริษัทยักษ์ใหญ่ของจีนอย่าง Baidu, Alibaba และ Tencent ก็ถูกจับตามองไม่แพ้กัน เพราะรัฐบาลจีนประกาศแล้วว่าจะเคลื่อนทัพ AI ครั้งใหญ่ที่จะใช้แข่งขันกับสหรัฐฯ ในอนาคต ซึ่งแปลว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ที่เทคโนโลยีจะถูกยกระดับไปอีกขั้น
ผู้เชี่ยวชาญหลายคนกำลัง Bullish หุ้นเทคฯ และ Nvdia เป็น 1 ในบริษัทที่ถูกมองว่าคือเสาหลักแห่งโลกอนาคต (ที่มา : Bunsiness Insider)
⚠️ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในระหว่างที่มีนักลงทุนจำนวนไม่น้อยเทเงินเข้าซื้อหุ้นเทค และราคาก็ปรับตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งแตกต่างกับการร่วงลงอย่างรุนแรงตลอดช่วง 2 ปีก่อนหน้านี้
ปฏิเสธไม่ได้ว่าหากมองในระยะยาวหลัก 5-10 ปีขึ้นไป นี่อาจเป็น 1 ในโอกาสที่เราจะซื้อหุ้นเก็บไว้เพื่อสร้างกำไรในอนาคต แต่ประเด็นสำคัญที่เรามองข้ามไม่ได้ก็คือความเสี่ยงในระยะสั้น
เพราะแม้หลายคนจะมองว่าหุ้นได้ผ่านจุด Bottom ไปแล้วและเข้าไปซื้อด้วยความหวังว่า Megatrends ของโลกอนาคตจะสามารถให้ผลตอบแทนกับเราได้มหาศาล แต่จริง ๆ แล้วตลาดก็อาจมีความเสี่ยงในระยะสั้นที่ซ่อนอยู่ ดังนั้นมันอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก หากเราคิดจะทุ่มเงินกับหุ้นมากเกินไป โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีที่กำลังเป็นกระแสอยู่ตอนนี้
อย่าลืมว่าบริษัทเหล่านี้มีการปลดพนักงานจำนวนมากในปีนี้ และแม้ว่าในระยะยาวมันอาจช่วยลดต้นทุนในการดำเนินงานได้ แต่ในระยะสั้นอาจถือเป็นผลกระทบกับการประเมินมูลค่าได้เช่นกัน
📌ยิ่งถ้าใครชอบในหลักของ Contrarian แล้ว เราอาจต้องตั้งคำถามให้มาก ๆ ว่าตอนนี้เสี่ยงหรือไม่เสี่ยงสำหรับการซื้อหุ้นเหล่านี้ ? ถ้ามันพุ่งขึ้นไป ก็แปลว่ามีหลายคนที่กำลังจะได้กำไร แต่ถ้ามันร่วงลงก็แปลว่ามีหลายคนกำลังจะขาดทุน
อย่างไรก็ตาม คนทั่วไปไม่มีทางรู้ได้แน่ชัด 100% เลยว่าตอนนี้คนซื้อกับคนขายอะไรมีมากกว่ากัน แต่ที่พอจะสัมผัสได้คือ
1. ถ้าเราดูทรงกราฟตอนนี้ ดูเหมือนว่าจุด Bottom น่าจะผ่านไปแล้ว
2. กระแสที่มาแรงอาจยั่วยวนให้คนอยากถือหุ้นเทคที่ราคาถูกกว่าเดิมเมื่อเทียบจากในอดีต
3. หลายคนยังมีความหวังว่า Megatrends เหล่านี้จะสร้างกำไรก้อนโตได้ในอนาคต
สื่อบางแห่งมองว่า NVDIA ยังคงร่วงลง -30% จากเทียบจากระดับ All Time High และอาจเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าซื้อ แต่ส่วนใหญ่จะมองในระยะยาวมาก (ที่มา : The Motley Fool)
ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ได้เป็นการการันตีว่าหุ้นเทคฯ จะพุ่งขึ้นหรือร่วงลง แต่เราอาจใช้ความเป็นไปได้ตรงนี้มาบริหารความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนของเราได้ ! เพราะแม้แต่ปู่ Warren Buffet เองก็ยังลดความเสี่ยงในการถือหุ้นเทคบางตัวลงอย่างมากเมื่อเร็ว ๆ นี้ (เทขาย TSMC ไปถึง -86.2% จากที่เคยถือครองอยู่เพียง 3 เดือน)
นี่ไม่ได้เป็นการรับประกันว่าหุ้นเทคกำลังจะร่วงลง และแม้แต่ปู่ Buffett เองก็ไม่ใช่ว่าจะมองตลาดถูกเสียทุกครั้งไป และไม่มีใครปฏิเสธเลยว่าหุ้นเทคอาจจะพุ่งได้อีกหลายเท่าตัวจริง ๆ หากดูตามบริบทที่เราเห็นกันอยู่ หรือหากคิดตามหลัก Demand-Supply ของเศรษฐศาสตร์ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้
⚠️ดังนั้นแล้ว จึงไม่มีใครสามารถให้คำแนะนำกับเราได้ว่าตอนนี้ควรจะซื้อหรือขายหุ้นเทคฯ มากกว่ากัน เพราะบางคนก็เห็นว่าท่ามกลางความกลัวเช่นนี้น่าลองเสี่ยงซื้อ แต่บางคนก็มองว่าท่ามกลางความเสี่ยงเช่นนี้อาจต้องหลีกเลี่ยงการลงทุนในกลุ่มเทค
แต่ถึงกระนั้น สิ่งที่เราควรมีอยู่ตลอดก็คือการคิดอย่างรอบคอบ และการบริหารความเสี่ยงตามหลักของตัวเอง เผื่อในกรณีที่เลวร้ายและหุ้นเทคไม่ได้พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง มันจะได้ทำให้เราไม่สูญเสียมูลค่าในพอร์ตมากเกินกว่าที่เราจะรับไหวจากความโลภ ซึ่งถ้าในกรณีที่ดีคือหุ้นเทคพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง เราก็มีแนวโน้มจะได้กำไรจากส่วนที่ถืออยู่ แม้อาจจะไม่มากเท่ากับการเสี่ยง All in แต่ก็ยังดีกว่าการขาดทุนยับมาก
📌ที่เล่าให้ฟังจากบรรทัดแรกมาจนถึงบรรทัดนี้ อยู่บนพื้นฐานที่ว่า World Maker ไม่ได้ปฏิเสธโอกาสในระยะยาวของหุ้นกลุ่มเทค แต่ World Maker เลือกที่แชร์มุมมองส่วนตัวโดยการชั่งน้ำหนักถึงความเสี่ยงในระยะสั้นด้วย และไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ไม่ใช่คำทำนายหรือการันตีว่าตลาดหุ้นจะพุ่งหรือร่วง แต่เป็นการมองตลาดจากทั้งในแง่ของ VI และ Contrarian รวมกัน
#WorldMaker
References :
1. Nvidia will be dominant in AI and the cloud for the next decade, says portfolio manager; 'How can you not own this?'
2. 1 Super Semiconductor Stock Down 30% You Might Regret Not Buying on the Dip
4. Microsoft Pushes AI-Powered Tools for Telecoms. It’s Targeting Amazon.
🔥สามารถติดตามทุกข่าวสารและสาระสำคัญด้าน #การเงิน #การลงทุน และ #เศรษฐกิจโลก กับทีม World Maker ได้ผ่านช่องทางเลือก Blockdit, Line, Telegram และ Twitter : https://linktr.ee/worldmaker 👍😊
#เศรษฐกิจ #การเงิน #ลงทุน #หุ้น #ข่าวหุ้น #ข่าวเศรษฐกิจ #ข่าวต่างประเทศ #ข่าวรอบโลก #เศรษฐกิจโลก #จีน #ข่าวหุ้น #หุ้นจีน #สหรัฐ #การเมือง #การเมืองโลก #หุ้นสหรัฐ #หุ้นเมกา #รัสเซีย #ยูเครน #ยุโรป #เทคโนโลยี
  • 25
โฆษณา