18 มี.ค. 2023 เวลา 01:30 • ท่องเที่ยว
Dolomite Mountains

ทะเลสาบสีรุ้ง (Lago di carezza).. ทำไมถึงมีชื่อเป็นสีรุ้ง ?

จากภาพนี้ เราจะโฟกัสที่อะไรก่อนดีนะ…
ตึกที่อยู่ตรงกลางระหว่างภูเขากับทะเลสาบ..
หรือจะ เอ้ะ ! ภูเขาหินข้างหลังที่มีความสูงเกือบ 4 เท่าของตึกตรงกลาง…
📍 สถานที่แห่งนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมของผู้มาเที่ยว Lago di carezza อยู่ในอุทยานแห่งชาติ Dolomite ประเทศอิตาลี
ทะเลสาบ Lago di carezza แห่งนี้ มีฉายาที่เรียกเปรียบเปรยว่า เป็นทะเลสาบสีเทอร์ควอยซ์หรือสีเขียวมรกต
(Lago แปลว่า Lake ในภาษาอิตาเลี่ยนนะคร้าบ)
ทำไมถึงเปรียบเปรยว่าเป็นสีเทอร์ควอยซ์ (Turquoise) ?
เพราะเป็นการเปรียบเทียบว่า สีเค้าเหมือนกับ “เทอร์ควอยซ์ (Turquoise)” หรือมรกต เป็นอัญมณีทึบแสง ที่เกิดขึ้นในเฉดสีที่สวยงามของสีฟ้า เขียวฟ้า เขียว และเขียวเหลือง ดั่งสีของมรกต นั่นเองคร้าบ (มีภาพเพิ่มเติมให้อยู่ในคอมเมนต์นะ)
ทะเลสาบแห่งนี้ตั้งอยู่บนความสูง 1,520 เมตรจากระดับน้ำทะเลเลยทีเดียว !
ซึ่งน้ำในทะเลสาบแห่งนี้ ก็เป็นน้ำที่ไหลมาจากเทือกเขาแอลป์ นั่นเองจ้า
นอกจากสีมรกตแล้ว ทะเลสาบแห่งนี้ยังมีอีกหนึ่งฉายาว่า “ทะเลสาบสีรุ้ง”
เพราะว่าชื่อเรียกในภาษาละติน จะเรียกว่า “Lec de Ergobando” ซึ่งมีความหมายตรงตัวว่า “Rainbow Lake” (เท่าที่เราค้นหามา เค้าบอกว่าทะเลสาบสีของมันจะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตามสภาพอากาศและฤดูกาล)
แน่นอนว่าสถานที่ท่องเที่ยวที่พวกเราหยิบมาให้ชม ก็ต้องมีเรื่องราวตำนานกันสักหน่อย
ทะเลสาบสีมรกตแห่งนี้ ว่ากันว่า มีพ่อมดหนุ่มนามว่า “Masaré” จากหุบเขา Latemar (ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับหุบเขาตรงนี้นี่ละ) ได้ตกหลุมรักกับนางเงือกที่มีชื่อว่า “Ondine” ซึ่งเธออาศัยอยู่ในหุบเขาแห่งนี้
พ่อมดหนุ่มคนนี้ต้องการจีบเธอ เขาจึงไปปรึกษากับเพื่อนแม่มดสาว ได้ใจความว่า พ่อมดหนุ่มต้องสร้างสะพานสายรุ้ง (rainbow over the lake) ที่สร้างจากมรกต ซึ่งสามารถช่วยให้นางเงือกสาว สามารถปีนขึ้นมาหาพ่อหมดหนุ่มได้
แต่เหมือนว่า… แผนการจีบของพ่อมดหนุ่มจากหุบเขา Latemar ดันไม่ประสบผลสำเร็จซะงั้น
เพราะทันทีเงือกสาว “Ondine” ได้เผลอไต่ขึ้นสะพานสายรุ้ง เธอก็กลับพบความผิดปกติและเกิดความตกใจพร้อมเกรี้ยวกราด
ฝั่งพ่อมดหนุ่มเองก็ตกใจ เผลอหลุดท่องมนต์ ทำให้สะพานสายรุ้งและมรกต แตกหักพังลงมา กลายเป็นสีของทะเลสาบแห่งนี้ … ตามความเชื่อที่ชาวละตินเรียกว่า “Lec de Ergobando” นี่ละคร้าบ
แล้วเพื่อน ๆ ทราบไหมว่า ?
สถานที่แห่งนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติจากองค์การ UNESCO ตั้งแต่ปี 2009 อีกด้วยนะ
โฆษณา