26 มี.ค. 2023 เวลา 06:10 • สิ่งแวดล้อม

Net Zero คืออะไร ทำไมต้องปักหมุดที่ปี 2050

ในขณะที่นานาชาติและไทยให้ความสำคัญและร่วมมือกันตั้งเป้าหมายบรรลุ Net Zero Emission หรือ Net Zero
2
หลายคนอาจจะพอรู้ว่า Net Zero คือ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
แต่อาจจะสงสัยว่า ทำไม Net Zero ถึงช่วยหยุดยั้งภัยอันตรายของมวลมนุษยชาติ
ที่สำคัญ ทำไมพอพูดถึง Net Zero ใครๆ ก็ต้องปักหมุดที่ปี 2050
ไปหาคำตอบพร้อมกัน
ข้อมูลจาก คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) ระบุว่า การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของมนุษย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปัจจุบันโลกมีอุณหภูมิสูงขึ้น 1.1 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับยุคก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรม และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
เพราะฉะนั้น เพื่อควบคุมอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกให้เพิ่มไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียส ตามที่ 197 ประเทศให้คำมั่นเอาไว้ในข้อตกลงปารีส 2015
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า โลกจะต้องปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลง 45% ภายในปี 2030 และบรรลุ Net zero หรือ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2050
แน่นอนว่า Net zero จะเกิดขึ้นได้ เมื่อปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์มีภาวะสมดุล จากการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่สะสมอยู่ในชั้นบรรยากาศโลก
พูดง่ายๆ ก็คือ หากประเทศไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่ากับ 100 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ ก็จะต้องมีกิจกรรมที่ดูดกลับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เท่ากับ 100 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์
โดยที่ไม่สามารถชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านการซื้อขายคาร์บอนคาร์ดิตได้
เพราะฉะนั้นทุกประเทศจึงต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้เท่ากับศูนย์ ผ่านการลด (Reduction), ดูดกลับและกักเก็บ (Capture and Storage)
สำหรับ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกนั้น หมายความว่า ต้องลดให้มากที่สุด ไปจนถึงระดับไม่ปล่อยออกมาเลย เช่น การใช้พลังงานหมุนเวียนแทนการใช้เชื้อเพลงฟอสซิล
แต่ถ้าหากไม่สามารถเลี่ยงกิจกรรมที่ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ ต้องมีกระบวนการดูดกลับและกักเก็บก๊าซเรือนกระจกจากชั้นบรรยากาศ
เช่น การใช้เทคโนโลนีการดักจับคาร์บอนไดออกไซด์ และกักเก็บไว้ใต้พื้นดินหรือมหาสมุทร เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในอุตสาหรรมอื่นๆ ต่อไปรวมถึงการปลูกป่า เพื่อเพิ่มแหล่งสะสมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตามธรรมชาติ เป็นต้น
ปัจจุบันมีมากกว่า 137 ประเทศที่ให้คำมั่นจะบรรลุ Net Zero
รวมถึงประเทศผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่ อย่างสหรัฐฯ สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และบราซิล ที่ตั้งเป้าบรรลุในปี 2050
-สหราชอาณาจักร ถือเป็นประเทศแรกในกลุ่ม G7 ที่ตั้งเป้าหมายอย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรมในประเด็นการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยการยุติการผลิตและจำหน่าย รวมถึงนำเข้ารถยนต์ที่ใช้น้ำมันตั้งแต่ปี 2040 เป็นต้นไป
พร้อมผลักดันบังคับใช้กฎหมาย ที่จะทำให้สหราชอาณาจักรเป็นประเทศที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ให้ได้ภายในปี 2050
-นิวซีแลนด์ ก็ตั้งเป้าไว้ในปี 2050 เช่นกัน
โดยระยะแรกตั้งเป้าจะผลิตกระแสไฟฟ้าราว 80%ของไฟฟ้าที่ใช้ทั้งประเทศ จากพลังงานหมุนเวียนภายในปี 2035 และ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 10% จากปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ถูกปล่อยในปี 2017 ให้ได้ภายในปี 2030 ก่อนจะค่อยๆ ลดลงอย่างต่อเนื่อง
ส่วนมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ ภายใต้การบริหารของโจ ไบเดน นอกจากให้คำมั่นว่าจะบรรลุ Net Zero ภายในปี 2050 ยังมีเป้าหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
เช่น ทำให้ระบบโครงการไฟฟ้าของประเทศเป็นพลังงานหมุนเวียนทั้งหมดภายในปี 2035 และตั้งเป้าให้ยอดขายรถยนต์ในประเทศจำนวน 40-50% ต้องเป็นรถยนต์ไฟฟ้าภายในปี 2030
ขณะที่สิงคโปร์ ประเทศเพื่อนบ้านเรา ได้จัดทำ Singapore Green Plan 2030 ที่มีนโยบายตั้งแต่ยุติการใช้พลังงานถ่านหินแบบไม่มีการควบคุม การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เพียงพอ ในการผลิตไฟฟ้าภายในปี 2050 และกำหนดให้รถยนต์ใหม่ทุกคันต้องจดทะเบียนเป็นรุ่นพลังงานสะอาดตั้งแต่ปี 2030
สิงค์โปร์ยังเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่ริเริ่มการเก็บภาษีคาร์บอนมาตั้งแต่ปี 2019 และกำลังวางแผนขึ้นอัตราภาษีคาร์บอนอีก เพื่อให้สาามารถบรรลุ Net Zero ได้ในปี 2050
กลับมาที่ประเทศไทย
ในการประชุมสมัชชาประเทศว่าด้วยเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP 26) ณ เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ประกาศเจตนารมย์จะบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050 และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ให้ได้ภายในปี 2065
แนวทางในการบรรลุเป้าหมายนั้นแบ่งเป็น 3 ส่วน
1.การเพิ่มสัดส่วนพื้นที่สีเขียวในประเทศไทย
2.ลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิง
3.ผลักกันการใช้พลังงานสะอาด
ปิดท้ายด้วยข้อมูลน่าสนใจ หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า Carbon Neutrality หรือ ความเป็นกลางทางคาร์บอน และสงสัยว่าต่างจาก Net Zero อย่างไร
ต้องบอกว่า Net Zero มีมิติที่กว้างกว่า เพราะการพิจารณาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดที่ส่งผลให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น ไม่ได้จำกัดเฉพาะคาร์บอนไดออกไซด์เท่านั้น และไม่อนุญาตให้ชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยการซื้อคาร์บอนเครดิตได้ เหมือนกับ Carbon Neutrality นั่นเอง
ที่มา : Net Zero คืออะไร ทำไมไทยต้องไปให้ถึง รายการ GOOD QUESTIONS
โฆษณา