Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Timeless History (ประวัติศาสตร์ไร้กาลเวลา)
•
ติดตาม
28 มี.ค. 2023 เวลา 11:27 • ประวัติศาสตร์
“วิกฤตเศรษฐกิจค.ศ.33 (Financial Crisis of 33 AD)”
ในปีค.ศ.33 (พ.ศ.576) “จักรวรรดิโรมัน (Roman Empire)” ก็ต้องเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจ ส่งผลกระทบต่อชีวิตชาวโรมันทั่วอาณาจักร
ผลจากวิกฤตเศรษฐกิจ ทำให้ผู้ปล่อยเงินกู้หรือธนาคาร ต่างล้มละลาย และทำให้อัตราดอกเบี้ยพุ่งสูง อีกทั้งยังทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ล้มครืน
เราลองมาดูเรื่องราวของวิกฤตเศรษฐกิจนี้กันครับ
“จักรวรรดิโรมัน (Roman Empire)” เป็นอาณาจักรที่มีการถือครองทาส โดยประชากรในจักรวรรดิโรมันกว่า 1 ใน 3 มีสถานะเป็นทาส
รายได้ของท้องพระคลังก็มาจากหลายแหล่ง ทั้งการเก็บภาษีและการเข้ายึดครองดินแดนต่างๆ
“จักรพรรดิออกัสตัส (Augustus)” จักรพรรดิองค์แรกแห่งจักรวรรดิโรมัน ทรงเข้าพระทัยดีถึงความสำคัญของการใช้จ่ายของรัฐบาลเพื่อพยุงเศรษฐกิจ
ด้วยเหตุนี้ พระองค์จึงทรงสนับสนุนการลงทุนของรัฐบาลในการก่อสร้างต่างๆ มากมาย และกระจายเงินสู่ประชาชนเพื่อให้ปริมาณเงินในตลาดยังคงอยู่ในอัตราที่สูง
1
จักรพรรดิออกัสตัสได้ทรงลดอัตราดอกเบี้ยจาก 12% เหลือ 4% ซึ่งนโยบายด้านเศรษฐกิจเหล่านี้ทำให้เศรษฐกิจของจักรวรรดิโรมันยังคงมั่นคงและปลอดภัย
จักรพรรดิออกัสตัส (Augustus)
แต่เมื่อมาถึงรัชสมัยของ “จักรพรรดิทิเบเรียส (Tiberius)” นโยบายต่างๆ ก็ได้เปลี่ยนไป
จักรพรรดิทิเบเรียสทรงมีรับสั่งให้ชะลอโครงการก่อสร้างต่างๆ และให้เก็บเงินไว้ในท้องพระคลังให้มากที่สุด
ด้วยความที่แทบจะไม่ใช้จ่ายอะไรเลย อาจจะเรียกว่าถึงขั้นงกก็ได้ ทำให้เงินของจักรพรรดิทิเบเรียสนั้นงอกเงยอย่างมหาศาล
จักรพรรดิทิเบเรียส (Tiberius)
ในปีค.ศ.14 (พ.ศ.557) จักรพรรดิทิเบเรียสทรงได้รับพระราชมรดกจากจักรพรรดิออกัสตัสเป็นจำนวน 100 ล้านเซสเตอร์เซส แต่เมื่อพระองค์สวรรคตในอีก 23 ปีต่อมา คือปีค.ศ.37 (พ.ศ.580) พระราชมรดกที่ส่งต่อสู่จักรพรรดิองค์ต่อมา นั่นคือ “จักรพรรดิคาลิกุลา (Caligula)” ก็มีมากถึง 2,700 ล้านเซสเตอร์เซส
หลายคนอาจจะสงสัยว่าเซสเตอร์เซส ซึ่งเป็นค่าเงินในสมัยโรมันนั้น มีมูลค่าเท่าไร
ก็อาจจะพอคิดได้อย่างคร่าวๆ โดยดูจากค่าตอบแทนของทหารโรมันในสมัยนั้น อยู่ที่ปีละ 1,000 เซสเตอร์เซส และขนมปังหนึ่งแถวก็อยู่ที่ 0.5 เซสเตอร์เซส
ความงกของจักรพรรดิทิเบเรียส ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโรมัน เนื่องจากเมื่อไม่มีการก่อสร้างต่างๆ และไม่มีการบริจาคเงิน ทำให้เศรษฐกิจโรมันขาดสภาพคล่อง ไม่มีเงินหมุนเวียน อีกทั้งภาคอสังหาริมทรัพย์ก็เริ่มจะอยู่ไม่ได้
1
ในปีค.ศ.33 (พ.ศ.576) ราชสำนักโรมันเริ่มนำกฎหมายที่บังคับให้ผู้ปล่อยเงินกู้ต้องซื้อไร่นาในอิตาลี เพื่อให้เป็นสินทรัพย์สำรองและให้เกิดการหมุนเวียนของเงินตราในอิตาลี มาใช้
แต่การนำกฎหมายนี้มาใช้ ก็ทำให้ความต้องการในเงินตราพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากผู้ปล่อยเงินกู้ก็ต้องหาเงินมาเป็นทุนในการซื้อที่ดิน ไร่นา
ผลที่ตามมาก็คือ ผู้ปล่อยเงินกู้หรือเจ้าหนี้ ก็ต้องเร่งรัดให้ลูกหนี้รีบจ่ายหนี้เร็วกว่าปกติ ทำให้ลูกหนี้ก็ต้องขายที่ดินเพื่อเอาเงินมาจ่ายให้เจ้าหนี้
นอกจากนั้น เหล่าผู้ถือครองทาสก็อยู่ในสภาพกลืนไม่เข้า คายไม่ออก
ที่ผ่านมา ผู้ถือครองทาสใช้ทาสของตนในการเป็นแรงงานก่อสร้างและสาธารณะประโยชน์ต่างๆ สร้างรายได้จากเหล่าทาส
แต่ในเมื่อตอนนี้ไม่มีการก่อสร้างหรือสาธารณะประโยชน์ ทำให้เหล่าผู้ถือครองทาสต้องเลี้ยงดูเหล่าทาสโดยที่ไม่สามารถหาประโยชน์จากทาสได้เลย
ผลกระทบจากการที่ตลาดขาดสภาพคล่อง ส่งผลกระทบไปทั่วจักรวรรดิโรมัน
เพื่อที่จะบรรเทาสถานการณ์ จักรพรรดิทิเบเรียสจึงใช้เงินส่วนพระองค์จำนวน 100 ล้านเซสเตอร์เซส ปล่อยกู้โดยไม่คิดดอกเบี้ยเป็นเวลาสามปี และพระองค์ยังยกเลิกกฎหมายที่บังคับให้ผู้ปล่อยเงินกู้ต้องถือครองที่ดินในอิตาลีอีกด้วย
เมื่อถึงรัชสมัยต่อมา ก็มีการเริ่มโครงการก่อสร้างอีกมากมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
นี่ก็อาจจะเรียกได้ว่าเป็นวิกฤตเศรษฐกิจยุคแรกๆ ในประวัติศาสตร์โลกก็ว่าได้
References:
https://short-history.com/financial-crisis-of-33-ad-roman-empire-5a13848519a7
https://epicenter.wcfia.harvard.edu/blog/financial-crisis-then-and-now
https://www.npr.org/2019/12/30/792386687/the-roman-financial-crisis-of-a-d-33
https://tontinecoffeehouse.com/2021/12/06/financial-crisis-of-ad-33/
ประวัติศาสตร์
7 บันทึก
23
5
7
23
5
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย