27 มี.ค. 2023 เวลา 10:55 • ธุรกิจ
คนหนึ่งลงเงิน ไม่ลงแรง เงินทุนที่ลงจะมีค่าเสียโอกาส เราเรียกสิ่งนี้ว่าดอกเบี้ย อีกคนลงแรง ไม่ลงเงินเลย แรงที่ลงจะมีค่าแรง เราเรียกสิ่งนี้ว่าค่าจ้าง/เงินเดือน
3
เมื่อเกิดรายได้ขึ้น ต้องนำรายได้ ไปจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆเสียก่อน จึงค่อยนำกำไรสุทธิมาแบ่งสันปันส่วน ค่าใช้จ่ายอาทิ ค่าดอกเบี้ยจ่าย (ค่าเสียโอกาสจากเงินทุนที่ลง), ต้นทุนสินค้าขาย, ค่าดำเนินงาน, ค่าจ้าง/เงินเดือน (ค่าจ้างแรงที่ลงมือทำ)
กำไรที่จะแบ่งสันปันส่วน ตรงนี้เองที่ต้องมีการคุยกันแต่แรกว่า เงินทุนที่ลง แต่ละคนถือหุ้นเท่าใด หากคนหนึ่งลงเงิน 100% ไม่ลงแรงเลย ย่อมมีสถานะเป็นเจ้าของ มีอำนาจกระทำการ อีกคนไม่ลงเงินเลย ลงแต่แรง ย่อมอยู่ในสถานะลูกจ้าง ตำแหน่งลูกจ้างที่ว่านี้ ต้องตกลงกันให้เป็นที่ชัดเจนว่านั่งตำแหน่งใด สำคัญต่อสถานะกิจการอย่างใด กำหนดเงินเดือนเท่าใด
จะเห็นได้ว่า
หากเจ้าของเงินทุนฉวยโอกาสคิดดอกเบี้ยแพง
คนลงแรงจะฉวยโอกาสคิดเงินเดือนสูง
(ทั้งสองจะคานผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน)
แต่ไม่ว่าอย่างไร
ทั้งดอกเบี้ยและเงินเดือนเป็นต้นทุนกิจการ
ซึ่งจะส่งผลต่อสถานะการเงินกิจการ
ต้นทุนมากกำไรน้อย ต้นทุนน้อยกำไรมาก
1
โฆษณา