30 มี.ค. 2023 เวลา 08:21 • ประวัติศาสตร์

เกิดอะไรขึ้นหลังจาก “พระเยซู (Jesus)” ถูก “ตรึงกางเขน”

เหตุการณ์ “การตรึงกางเขนพระเยซู (Crucifixion of Jesus)” คือหนึ่งในเหตุการณ์ที่สำคัญที่สุดเหตุการณ์หนึ่งในประวัติศาสตร์โลก
เหตุการณ์นี้ส่งผลต่อหลายๆ ด้าน ทั้งด้านวัฒนธรรม ศาสนา ประวัติศาสตร์ และปรัชญา
จาก “พระวรสารนักบุญมัทธิว (Gospel of Matthew)” ซึ่งเป็นหนังสือพระวรสารในคัมภีร์ไบเบิลภาคพันธสัญญาใหม่ ได้บอกเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังการตรึงกางเขนพระเยซู
หนึ่งในรายละเอียดนั้น คือปรากฎการณ์สี่อย่าง ซึ่งพิสูจน์ถึงความศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซู
1
1.ความมืดมิดทั่วปฐพี
เมื่อพระเยซูถูกนำขึ้นตรึงกางเขน ก็ได้เกิดความมืดมิดปกคลุมทั่วผืนดิน เป็นการแสดงให้เห็นถึงการพิพากษาของพระเจ้า รวมถึงแสดงถึงความเศร้าโศกของพระเจ้าต่อการสิ้นพระชนม์ของพระบุตร
1
ว่ากันว่าความมืดมิดนั้นปกคลุมตั้งแต่เวลาเที่ยงจนถึงเวลาบ่ายสามโมง ปกคลุมไปทั่วดินแดน และบดบังดวงอาทิตย์
บางคนก็ตีความว่าความมืดมิดนี้คือสัญลักษณ์ของความมืดมิดแห่งจิตวิญญาณที่ปกคลุมเหล่ามวลมนุษย์ ซึ่งนี่ก็เป็นผลมาจากบาปของมนุษย์
เมื่อแสงแห่งพระคริสต์ดับสูญ ความมืดมิดก็เข้ามาแทนที่
ความมืดมิดนี้ยังมีความหมายอีก เนื่องจากเป็นเหมือนจุดเปลี่ยนของเรื่องราวการตรึงกางเขน และในช่วงเวลานี้ก็เป็นช่วงเวลาที่พระเยซูทรงร่ำร้องด้วยความเจ็บปวด
“พระเจ้า พระเจ้า เหตุใดท่านจึงทอดทิ้งข้า?”
การ่ำร้องด้วยความสิ้นหวังของพระองค์ เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงการเสียสละของพระเยซู เมื่อพระองค์ต้องทรงแบกรับบาปของมนุษย์ และต้องทุกข์ทรมาน
การที่เกิดความมืดมิดปกคลุมไปทั่วในช่วงเวลาที่พระเยซูถูกตรึงกางเขน คือเหตุการณ์ลึกลับที่ยังสร้างความพิศวงและถกเถียงในหมู่นักประวัติศาสตร์และชาวคริสต์
2.แผ่นดินไหว
จากพระวรสารนักบุญมัทธิว ได้กล่าวว่าเมื่อพระเยซูสิ้นพระชนม์ ก็ได้เกิดแผ่นดินไหว
นี่เป็นเหมือนสิ่งที่แสดงถึงอำนาจของพระเจ้า และปฏิกิริยาของพระเจ้าที่มีต่อความเสียสละของพระบุตร และการที่เกิดแผ่นดินไหวได้เวลาพอดิบพอดี ก็ทำให้ชาวคริสต์เชื่อว่านี่คือฝีมือของพระเจ้า
แผ่นดินไหวนี้เปรียบเหมือนพลังของพระเจ้า ผู้ซึ่งชาวคริสต์เชื่อว่าเป็นผู้ควบคุมสรรพสิ่ง
แผ่นดินไหวนี้ยังเป็นเหมือนสิ่งที่สื่อถึงผลกระทบจากการสิ้นพระชนม์ของพระเยซู และแสดงให้เห็นว่าการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูนั้น ส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อมวลมนุษย์
แผ่นดินไหวยังทำให้สุสานได้รับความเสียหาย ประตูสุสานแตกออก ซึ่งนี่ก็เป็นเหมือนสัญญาณบ่งบอกถึงการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซู ซึ่งจะเกิดขึ้นภายหลังในอีกสามวันต่อมา
การที่สุสานถูกเปิดออกก็เป็นเหมือนสัญญาณที่แสดงให้เห็นถึงพลังแห่งการเสียสละของพระเยซู แสดงถึงการเอาชนะความตายและการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซู
3.การฟื้นคืนชีพของคนตาย
อีกหนึ่งปรากฎการณ์ที่ถูกบันทึกไว้ในพระวรสารนักบุญมัทธิว ก็คือการฟื้นคืนชีพของคนตาย โดยมีบันทึกว่า
“ร่างของผู้ศักดิ์สิทธิ์หลายรายได้ฟื้นคืนชีพ พวกเขาออกมาจากสุสานหลังการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซู และพวกเขาก็ได้เข้าไปยังนครศักดิ์สิทธิ์ และปรากฎตนต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก”
เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงการเอาชนะความตาย และยังแสดงให้เห็นถึงอำนาจของพระเจ้าที่มีเหนือชีวิตและความตาย
ผู้คนที่ฟื้นจากความตายถูกเรียกว่าเป็น “ผู้ศักดิ์สิทธิ์” และการฟื้นคืนชีพของพวกเขาก็เป็นเหมือนสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความพึงพอใจของพระเจ้า และการรักษาสัญญาของพระองค์
4.ม่านที่ถูกเปิดออก
ในพระวรสารนักบุญมัทธิว ได้มีบทหนึ่งระบุว่า
“ม่านแห่งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ได้ขาดออกเป็นสอง ตั้งแต่ด้านบนจนถึงด้านล่าง ผ้าม่านที่ถูกฉีกขาดคือผ้าม่านหนาที่แบ่งบริเวณ “คริสตจักรอภิสุทธิสถาน (Holy of Holies)” ออกจากส่วนอื่นของวิหาร”
“คริสตจักรอภิสุทธิสถาน (Holy of Holies)” คือสถานที่ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่ประทับของพระเจ้า และมีเพียงนักบวชระดับสูงเท่านั้นจึงจะได้รับอนุญาตให้เข้ามาในบริเวณนี้ได้ปีละหนึ่งครั้ง
2
ชาวคริสต์เชื่อว่าการที่ม่านฉีดขาดนี้เป็นฝีมือของพระเจ้า ไม่ใช่ฝีมือมนุษย์ สื่อว่าพระเจ้าต้องการจะสื่อสารอะไรบางอย่างกับมนุษย์
1
แบบจำลองคริสตจักรอภิสุทธิสถาน (Holy of Holies)
อาจจะเรียกได้ว่าตามตำนานนั้น หลังจากที่พระเยซูถูกตรึงกางเขน ก็มีปรากฎการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งชาวคริสต์ก็เชื่อว่านี่คือสิ่งที่สื่อถึงความรักของพระเจ้า และพลังแห่งความเสียสละของพระเยซู
โฆษณา