Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
HistroTalk
•
ติดตาม
4 เม.ย. 2023 เวลา 07:58 • ประวัติศาสตร์
ไทม์ไลน์ประวัติศาสตร์จังหวัดสุรินทร์ (ฉบับย่อ เข้าใจง่าย)
๒๓๐๐-๑๕๐๐ ปีก่อน มีมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์อยู่อาศัย(ไม่มีอักษรใช้) ค้นพบแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์กว่า ๕๙ แห่ง เช่น
●
แหล่งโบราณคดีโนนยาง อ.ชุมพลบุรี
●
แหล่งโบราณคดีบ้านโนนสวรรค์ อ.ชุมพลบุรี
●
ชุมชนโบราณบ้านสลักได อ.เมือง
●
แหล่งโบราณคดีบ้านปราสาท อ.ปราสาท
ชุมชนมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์บางแห่งมีการอยู่อาศัยต่อเนื่องมาจนสมัยวัฒนธรรมเขมร บางแห่งก็ถูกทิ้งร้างไป
โบราณวัตถุค้บพบที่บ้านโนนสวรรค์ อ.ชุมพลบุรี ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณสถานแห่งชาติสุรินทร์
๑๔๐๐-๑๐๐๐ ปีก่อน เกิดวัฒนธรรมทวารวดี พัฒนามาจากชุมชนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย เข้าสู่สมัยประวัติศาสตร์ มีการจดบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร เป็นยุคที่ศาสนาพุทธเข้ามามีอิทธิพลมาก
ชุมชนสมัยทวารวดีในจังหวัดสุรินทร์ในยุคนี้มักมีคูน้ำคันดินล้อมรอบ มีสิ่งประดิษฐ์เนื่องในพุทธศาสนา เช่น
●
ชุมชนบ้านตรึม อ.ศีขรภูมิ
●
ชุมชนบ้านไพลขลา อ.ชุมพลบุรี
●
ชุมชนบ้านภูมิโปน อ.สังขะ
พระพุทธรูปยืน ศิลปะแบบทวารวดี อายุประมาณ ๑๓๐๐ ปี พบที่บ้านภูมิโปน อ.สังขะ
ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ จดหมายเหตุจีนได้บันทึกการมีอยู่ของอาณาจักรเจนละ(หรือเจินละ)ซึ่งแยกตัวออกมาจากอาณาจักรฟูนัน(หรือฟูหนาน) ทั้งเจนละและฟูนันเป็นชาติพันธุ์เขมรโบราณ
อาณาจักรฟูนัน และต่อมาคือเจนละนี่เองที่เป็นบรรพบุรุษของชาติพันธุ์เขมรสมัยพระนครและต่อมาจากถึงประเทศกัมพูชาในปัจจุบัน
หลักฐานการมีอยู่ที่ชัดเจนที่สุดของอาณาจักรเจนละในจังหวัดสุรินทร์ก็คือชุมชนโบราณบ้านภูมิโปน อำเภอสังขะ ผู้อ่านสามารถศึกษาเพิ่มตามได้ที่คลิปวีดีโอด้านล่างนี้
เรียนรู้เพิ่มเติม
youtube.com
[HistroTalk - On Tour EP.1] ชมปราสาทหินศิลปะขอมอายุ 1400 ปี เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย
๑๐๐๐ ปีก่อน ปรากฏร่องรอยยุครุ่งเรืองของวัฒนธรรมเขมรโบราณ มีการสร้างเมืองและปราสาทมากมาย เช่น
●
ปราสาทบ้านเบง อำเภอกาบเชิง
●
ปราสาทบ้านจารย์ อำเภอสังขะ
●
ปราสาทตาเมืองธม อำเภอพนมดงรัก
●
ปราสาทบ้านทนง อำเภอปราสาท
●
ปราสาทบ้านไพล อำเภอปราสาท
●
ปราสาทบ้านพลวง อำเภอปราสาท
ปราสาทบ้างเบง และปราสาทบ้านจารย์
ปราสาทตาเมืองธม และปราสาทบ้านไพล
ประมาณ ๘๐๐ ปีก่อน เขมรรุ่งเรืองถึงขีดสุด สร้างนครวัด แต่ไม่ได้สร้างปราสาทหรือเมืองเพิ่มในดินแดนจังหวัดสุรินทร์มากนัก เพราะปราสาทที่สร้างก่อนหน้านี้ยังสภาพดีอยู่ พบปราสาทที่ปรากฏว่าสร้างในสมัยนี้เพียง ๒ แห่ง คือ
1.
ปราสาทศีขรภูมิ อำเภอศีขรภูมิ เป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดู ถูกทิ้งร้างไประยะเวลาหนึ่งหลังจากที่อาณาจักรเขมรเสื่อมลง ปรากฏหลักฐานว่ามีการบูรณะในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาในสมัยอยุธยาตอนปลายเพื่อใช้เป็นพุทธสถาน
2.
ปราสาทยายเหงา อำเภอสังขะ
ปราสาศีขรภูมิ และปราสาทยายเหงา
ประมาณ ๘๐๐ ปีก่อน วัฒนธรรมเขมรเสื่อมลง ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่อาณาจักรอยุธยาเริ่มเป็นศูนย์กลางของคนภาคกลางลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา
ว่าง่ายๆคือตอนปลายของวัฒนธรรมเขมรคือตอนต้นของสมัยอยุธยา
ดินแดนภาคอีสานแถบสุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราชสีมา ถูกผนวกเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรอยุธยาในเวลาต่อมา บ้านเมืองเล็กๆมักไม่ค่อยมีบทบาททางประวัติศาสตร์มากนัก มีแต่เมืองพิมายและเมืองนครราชสีมาเท่านั้นที่มีหลักฐานว่าเป็นศูนย์กลางอำนาจของการปกครองบ้านเมืองแถบนี้
ราว ๒๖๐ กว่าปีก่อน เมืองสุรินทร์เริ่มปรากฏในประวัติศาสตร์จากเหตุการณ์ที่มีพระยาช้างเผือกหลุดออกมาจากกรุงศรีอยุธยา มีบันทึกว่าชนชาติกูยเป็นชนชาติที่มีความสามารถในการคล้องช้างป่ามาใช้งาน อาศัยในดินแดนจังหวัดสุรินทร์(คนอยุธยาสมัยนั้นเรียกว่าพวก "เขมรป่าดง" และคนรัตนโกสินทร์ตอนต้นเรียกว่าพวก "ส่วย") มีส่วนช่วยในการจับพระยาช้างเผือกส่งคืนกรุงศรีอยุธยา ด้วยความดีความชอบนี้เองสมเด็จพระที่นั่งสุริยาศน์อมรินทร์จึงโปรดเกล้าฯให้ตั้งชุมชนชาวกูย และให้มีเจ้าเมืองปกครองและขึ้นตรงต่อเมืองพิมายสืบมา
โครงการคชอาณาจักรระดมโขลงช้างกว่า 50 เชือกพร้อมควาญช้างเพื่อถ่ายบันทึกภาพวิถีชีวิตชาวกูยคนเลี้ยงช้างแบบโบราณ เพื่อโปรโมตแหล่งท่องเที่ยว “คชอาณาจักร” จ.สุรินทร์ (ภาพจาก: https://mgronline.com/local/detail/9590000050199)
หลังจากเหตุการณ์นี้เจ้านายและไพร่ชาวเขมรอพยพเข้ามาอาศัยอยู่ในดินแดนนี้จำนวนมาก ทำให้เกิดการผสมผสานทางวัฒนธรรมระหว่างชาวกูยและชาวเขมร เนื่องด้วยจำนวนของคนเขมรที่อพยพเข้ามามีจำนวนมากกว่าคนกูยเดิม ทำให้วัฒนธรรมเขมรมีอิทธิพลเหนือวัฒนธรรมของชาวกูย
ปัจจุบันชาวเมืองสุรินทร์พูดเขมรได้มากกว่ากูยและมีวิถีชีวิตแบบเขมรมากกว่าแบบกูย
ชุมชนเขมรป่าดงส่งสินค้าป่า คือ ช้าง ม้า ปีกนก นอแรด งาช้าง ขี้ผึ้ง เป็นส่วยให้แก่อยุธยาซึ่งเป็นที่พอพระทัยของกษัตริย์อยุธยาเป็นอย่างมาก จึงโปรดเกล้าเลื่อนบรรดาศักดิ์แก่ผู้นำชาวเขมร-ส่วยขึ้นเป็นพระและยกบ้านให้ปกครอง
●
ยก บ้านปราสาทสี่เหลี่ยมดงลำดวน เป็นเมืองขุขันธ์ ให้หลวงแก้วสุวรรณ เจ้าเมือง เป็นพระไกรภักดีศรีนครลำดวน
●
ยก บ้านโคกอัจประ เป็นเมืองสังขะ ให้หลวงเพชร เจ้าเมือง เป็นพระสังขะบุรีนครอัจจะ
●
ยก บ้านกุดหวาย(บ้านเมืองเตา) เป็นเมืองรัตนบุรี ให้หลวงศรีนครเตา เจ้าเมือง เป็นพระศรีนครเตา
●
ยก บ้านคูประทายสมัน เป็นเมืองคูประทายสมัน ให้หลวงสุวรรณภักดี(เชียงปุม) เจ้าเมือง เป็นพระสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง
ทั้ง ๔ เมืองนี้ ขึ้นต่อเมืองพิมาย
๒๔๕ ปีก่อน ในรัชกาลพระเจ้ากรุงธนบุรี ได้ยกทัพไปตีหัวเมืองเขตเขมรและลาว มีการเกณฑ์กำลังพลเมืองประทายสมัน ขุขันธ์ และสังขะเข้าร่วมด้วย สามารถตีเมืองจำปาศักดิ์ และเวียงจันทร์ ฯลฯ ได้สำเร็จ
สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี(พระเจ้าตาก)
๒๔๒ ปีก่อน เมืองเขมรจราจล ได้มีการเกณฑ์กำลังจากเมืองประทายสมัน เมืองขุขันธ์ และเมืองสังขะไปช่วยรบ และได้ชัยชนะเช่นเดิม พระเจ้ากรุงธนบุรี ปูนบำเหน็จให้เจ้าเมืองประทายสมัน เมืองขุขันธ์ และเมืองสังขะ เป็น พระยา ทั้งสามเมือง
●
พระไกรภักดีศรีนครลำดวน เป็นพระยาไกรภักดีศรีนครลำดวน
●
พระสังขะบุรีนครอัจจะ เป็นพระยาสังขะบุรีนครอัจจะ
●
พระสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง เป็นพระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง
๒๓๗ ปีก่อน สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงเปลี่ยนชื่อเมืองประทายสมันเป็น "เมืองสุรินทร์" ให้พ้องกับชื่อเจ้าเมือง
๒๒๙ ปีก่อน พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง(เชียงปุม) เจ้าเมืองคนแรกของสุรินทร์ถึงแก่กรรม
อนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง(เปียงปุม) แลนด์มาร์คสำคัญของจังหวัดสุรินทร์
๒๑๗ ปีก่อน ราชสำนักกรุงเทพฯ ยกเมืองสุรินทร์ เมืองสังขะ และเมืองขุขันธ์ ให้มาขึ้นตรงต่อกรุงเทพฯ ไม่ต้องขึ้นตรงต่อเมืองพิมายเหมือนเมื่อก่อน
๑๙๗ ปีก่อน เกิดกบฎเจ้าอนุวงศ์จากเมืองลาว เข้าโจมตีผู้คนและเมืองต่างๆในการปกครองของกรุงเทพ รวมถึงเมืองสุรินทร์ ขุขันธ์ และสังขะ ทั้งสามเมืองแตกพ่ายต่อเจ้าอนุวงศ์ เจ้าเมืองขุขันธ์ถูกฆ่าตาย ส่วนเจ้าเมืองสุรินทร์และสังขะหนีออกจากเมืองมาได้ก่อน
สมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าให้นำทัพจากกรุงเทพเข้ามาช่วย กองทัพเมืองสุรินทร์และสังขะที่หลบซ่อนอยู่จึงเข้ามาเสริมทัพกับทัพกรุงเทพและร่วมตีทัพเจ้าอนุวงศ์ไปจนถึงเมืองเวียงจันทน์และจำปาศักดิ์
หอพระแก้ว เวียงจันทน์ ที่ทรุดโทรมลงเมื่อคราวศึกเจ้าอนุวงศ์ ภาพลายเส้นวาดโดย เดอ ลาปอร์ท เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๐๙
๑๕๔ ปีก่อน ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เจ้าเมืองสังขะ กราบบังคมทูลขอตั้งบ้านกุดประไทหรือบ้านจารพัตเป็นเมืองศรีขรภูมิ ขึ้นกับเมืองสังขะ
ต่อมาฝ่ายเจ้าเมืองสุรินทร์ในสมัยเดียวกันเห็นว่าเมืองสังขะได้ตั้งเมืองศีขรภูมิก็เกรงว่าเมืองสังขะจะเอาเมืองลำดวนไปด้วย จึงกราบบังคมทูลขอตั้งบ้านลำดวนเป็นเมืองสุรพินทนิคม ขึ้นตรงต่อเมืองสุรินทร์
๑๕๑ ปีก่อน เจ้าเมืองสังขะขอตั้งบ้านลำพุกเป็นเมืองกันทรารมย์
๑๔๑ ปีก่อน ผู้คนจากเมืองสุรินทร์ได้อพยพข้ามแม่น้ำมูลไปทางเหนือมากขึ้น เจ้าเมืองสุรินทร์ในสมัยนั้นจึงทูลขอตั้งบ้านทัพค่ายเป็นเมือง และได้ชื่อว่าเมืองชุมพลบุรี
แผนที่จังหวัดสุรินทร์ในปัจจุบัน
๑๓๑ ปีก่อน มีการเปลี่ยนตำแหน่งเจ้าเมืองเป็นผู้ว่าราชการเมือง พระไชยณรงค์ภักดี(บุญนาก) น้องชายของพระยาสุรินทร์ภักดีศรีไผทัยสมัน(ม่วง) ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการเมืองคนแรก
๑๓๐ ปี จัดตั้งไปรษณีย์ตามหัวเมืองต่างๆ รวมถึงเมืองสุรินทร์
๑๒๓ ปีก่อน มณฑณตะวันออกเฉียงเหนือ เปลี่ยนชื่อเป็น มณฑลอีสาน มี ๕ เมือง ได้แก่ อุบลราชธานี จำปาศักดิ์ ขุขันธ์ สุรินทร์ และร้อยเอ็ด
จำปาศักดิ์ตกไปเป็นของฝรั่งเศสใน พ.ศ.๒๔๔๖(๑๒๐ ปีก่อน)
๑๒๑ ปีก่อน จัดตั้งกองตำรวจภูธรที่เมืองสุรินทร์ หลังจากเหตุการณ์กบฏผีบุญในภาคอีสาน
พวกกบฏ “ผีบุญ” เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๔ ซึ่งทหารควบคุมตัวไว้ ณ ทุ่งศรีเมือง เมืองอุบลราชธานี (ภาพจาก "ประวัติศาสตร์อีสาน" โดย เติม วิภาคย์พจนกิจ)
๑๑๒ ปีก่อน เมืองสังขะถูกยุบกลายเป็นอำเภอในเมืองสุรินทร์
๑๐๗ ปีก่อนในสมัยรัชกาลที่ ๖ มีการใช้คำว่า จังหวัด แทนคำว่าเมือง
๙๗ ปีก่อน ทางรถไฟถูกสร้างมาจนถึงอำเภอเมืองสุรินทร์ ทำให้วิถีชีวิตชาวเมืองเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก รวมถึงมีการอพยพเคลื่อนย้ายประชากรครั้งใหญ่
ชาวบ้านเดินเลียบทางรถไปที่อยู่บนเนินดินสูง (ภาพจาก หนังสือ ๑๐๐ เรื่องเมืองสุรินทร์)
ผู้คนจำนวนมากยืนอยู่หน้าเรือนแถวไม้ที่สร้างเป็นแถวยาวซึ่งเป็นบ้านและร้านค้า สองฟากถนนธนธนสาร ที่ปลายทางเป็นสถานีรถไฟ (ภาพจาก หนังสือ ๑๐๐ เรื่องเมืองสุรินทร์)
การผลิตเพื่อยังชีพสมัยก่อนกลายมาเป็นการผลิตเพื่อการค้า พ่อค้าอพยพชาวจีนที่มีชื่อเสียงในยุคนี้ เช่น ขุนศรีสุรินทร์พาณิชย์ พ่อค้าชาวจีนที่ได้รับคำสั่งจากเจ้าเมืองนครราชสีมาให้มาตั้งรกรากอยู่ที่เมืองสุรินทร์ ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับโรงเหล้า ต่อมาได้ขยายกิจการไปอีกหลานอย่าง เช่น โรงสี โรงภาพยนต์ บ่อนการพนัน และโรงไม้
การมาถึงของรางรถไฟทำให้เศรษฐกิจเมืองสุรินทร์ขยายตัวเป็นอย่างมาก ผู้คนจากที่ต่างๆเข้ามาตั้งรกรากในเมืองสุรินทร์มากขึ้น ใจกลางเมืองสุรินทร์ขยายตัวออกอย่างรวดเร็ว
ขุนศรีสุรินทร์พาณิชย์ พ่อค้าชาวจีน ยังคงไว้ผมแบบแมนจู
๖๘ ปีก่อน มีบันทึกว่าประชากรในเขตจังหวัดสุรินทร์มีประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ คน (ล่าสุด ปี พ.ศ.๒๕๖๑ มีประชากรกว่า ๑.๓ ล้านคน)
ปัจจุบันจังหวัดสุรินทร์เป็นจังหวัดที่มีเอกลักษณ์มากที่สุดจังหวัดหนึ่งของประเทศไทย มีชื่อเสียงด้านการเลี้ยงช้าง การทอผ้าไหม ข้าวหอมมะลิสุรินทร์ มีผู้คนหลายเผ่าพันธุ์และภาษา
และทั้งหมดนี้ก็คือประวัติศาสตร์จังหวัดสุรินทร์ก่อน พ.ศ.๒๕๐๐
เรียนรู้ประวัติศาสตร์ เพื่อเข้าใจปัจจุบัน
HistroTalk
ประวัติศาสตร์
บันทึก
3
3
3
3
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย