18 เม.ย. 2023 เวลา 13:56 • ความคิดเห็น
เรื่องการระลึกชาติ มันพัวพันอยู่กับเรื่องราวของกรรม ..เมื่อเรามีการสร้างบุญสร้างกุศล มีการประพฤติปฏิบัติ อยู่เป็นนิจสิน แม้ยามเจ็บป่วยขึ้นมา เราก็นำกายนี้ มาสร้างบุญสร้างกุศล ปฏิบัติธรรม เพื่อให้เกิดเป็นการอโหสิกรรม ..ก็อาจจะมีภาพเกิดขึ้น ที่จะเป็นเหมือนข้อมูล ที่ประจุอยู่กับธาตุทั้งสี
เมื่อปฏิบัติธรรมมีความเจ็บปวด..อะไรเกิดเรื่อง ..ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นมันก็คือตัวทุกข์ ก็เย่าเอาจิตไปยึด..ตัวทุกข์ตัวเจ็บปวด ..ก็ต้องทำจิตเฉย ..ให้เกิดเป็นขันติ สิ่งที่เราเคยกระทำ เคยเป็นอะไรในอดีตชาติ ก็ไหลออกมา ..เป็นภาพให้ดู..ที่เราจะรู้จักด้วยจิตตัวเราเอง ประกอบกับอาการที่กายเจ็บป่วยเกิดขึ้น ก็แสดงให้ดู …
แต่ก็อย่าเชื่อ ต้องหาผู้ที่เราเคารพ แล้วท่านก็สามารถอธิบาย เหตุผล ให้เข้าใจ จะได้ไม่ไปหลงยึด หลงว่าตนเองดีแล้ว ..สิ่งที่ปรากฏขึ้นมา ให้ดู..ให้เห็น เราก็ต้องสังเกตตัวเองเป็น ..ขณะที่เห็นภาพเหล่านี้ กายมันก็นิ่ง นั่งนิ่ง จิตก็เฉยๆ เหมือนดูภาพนั้นเฉย ..ไม่มีอารมณ์นึกคิดอะไร
..เมื่อออกจากปฏิบัติธรรม เสร็จแล้วก็ต้องมานั่งสงบๆ ทบทวนตัวเอง เรียบเรียงเหตุผล (เรื่องเหตุผลนั่น เป็นเรื่องราวที่ว่าอะไรเกิดขึ้น .ในขณะปฏิบัติธรรม เรื่องภาพแสงสีเสียงเหตผล) ทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้น เรื่องนิสัยที่เคยเกิดเป็นสัตว์ ..เป็นเสือ เป็นหมา แมว บ้างก็ออกมาเป็นเสียง
(หมายเหตุ จิตเราไม่ใช่ จิตที่จะเข้าใกล้อรหันตผล ไม่สามารถ ที่เข้าไปถึง กระทำให้ธาตุทั้งสี่นั้น เป็นอโหสิกรรมทั้งหมด บริสุทธิ์ผุดผ่องได้ จึงไม่สามารถที่จะไปคลี่คลายกรรมทั้งหมดที่อยู่กับธาตุทั้งสี่ จึงต้องมาเกิดๆตายๆ ที่อุปมาเหมือนภูเขาลูกใหญ่ ที่มีกรรมกองอยู่เป็นภูเขาเลากา เพราะเกิดมาทุกชาติเคยสร้างแต่กรรม มันถึงมีมากมาย เรื่องกายวาจาใจ ที่เป็นกรรม)
แต่เรื่องไปตกนรก.มันมีแต่ความแสบร้อน ทุกข์ทรมาน ทนไม่ค่อยไหว .. เรื่องจะหาหลักฐานพิสูจน์ ก็ตัวเราเองมีกายพ่่อแม่ อาศัยกายพ่อแม่อยู่ หลักฐานก็อยู่ในธาตุทั้งสี่ ที่ประกอบขึ้นมาผสมอยู่กับธาตุนะโมธาตุพ่อแม่ที่เราอาศัย เราก็ทำจิตปฏิบัติธรรมขึ้นมา ให้เข้าไปถึงหลักฐานนั้น แล้วมันก็เป็นของใครของมัน ต้องทำเอง . ทำไปเรื่อยๆ จะเจ็บจะป่วยก็ปฏิบัติธรรมเป็นนิจสิน .ก็อาจจะจะได้รับรู้บ้าง ว่าไปเกิดเป็นอะไรมาบ้าง ที่ไม่ใช่มีกายเป็นมนุษย์ หรือ เกิดเป็นมนุษย์ ..ไปเข่นฆ่า ทำร้ายทำลายชีวิตใครมาบ้าง..
โฆษณา