28 เม.ย. 2023 เวลา 08:47 • ประวัติศาสตร์

หรือ “พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช (Alexander the Great)” จะไม่ได้สวรรคตแต่แรก?

“ศพ” ที่ไม่เน่าสลายเป็นเวลานานกว่าหกวัน ถือว่าเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ยาก
หากแต่สำหรับบุคคลอย่าง “พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช (Alexander the Great)” อาจจะไม่ใช่เรื่องน่าแปลก เนื่องจากพระองค์ก็ไม่ใช่คนธรรมดา
วีรกรรมของพระองค์นั้นสั่นสะเทือนประวัติศาสตร์โลก และสำหรับประชาชนของพระองค์ พระองค์นั้นไม่ต่างจากพระเจ้า
ถึงแม้พระองค์จะสวรรคตขณะมีพระชนมายุเพียง 32 พรรษา แต่หลังจากพระองค์สวรรคต พระบรมศพของพระองค์กลับไม่เน่าสลายเป็นเวลากว่าหกวัน ถึงแม้ว่าในเวลานั้นจะเป็นฤดูร้อนก็ตาม
เรื่องนี้สร้างความพิศวงให้เหล่านักประวัติศาสตร์
หรือพระองค์จะทรงเป็นอมตะจริงๆ?
แต่ได้มีนักวิทยาศาสตร์บางรายก็หาเหตุผลมาอธิบายได้ว่าทำไมพระบรมศพของพระองค์จึงไม่เน่าสลาย นั่นก็คือพระองค์อาจจะยังไม่ได้สวรรคตจริงๆ ทำให้พระวรกายของพระองค์ยังคงสมบูรณ์ ถึงแม้แพทย์จะประกาศว่าพระองค์สวรรคตแล้วก็ตาม
พระวรกายของพระองค์ถูกนำไปดองไว้ และเหล่าแม่ทัพของพระองค์ต่างก็พยายามจะชิงร่างของพระองค์ โดยผู้ที่ชนะและได้สิทธินำพระวรกายของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชไปเก็บรักษาไว้ยังอเล็กซานเดรีย ก็คือ “ปโตเลมีที่ 1 ซอเตอร์ (Ptolemy I Soter)” ผู้ซึ่งต่อมาได้เป็นพระประมุขแห่งอียิปต์
นั่นหมายความว่าเป็นไปได้ที่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชอาจจะถูกคว้านไส้ ควักเครื่องในออกจากพระวรกายทั้งๆ ที่พระองค์ยังไม่สวรรคต
ปโตเลมีที่ 1 ซอเตอร์ (Ptolemy I Soter)
แต่ทำไมแพทย์ถึงคิดว่าพระองค์สวรรคตล่ะ?
คำตอบนั้น อาจจะเป็นโรคที่เรียกว่า “กล้ามเนื้ออ่อนแรงกิลแลง-บาร์เร (Guillain-Barre syndrome: GBS)”
“พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช (Alexander the Great)” คือหนึ่งในแม่ทัพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดองค์หนึ่งในประวัติศาสตร์ โดยพระองค์ทรงแผ่อำนาจออกไปกว้างไกล ขอบเขตอำนาจของพระองค์นั้นไปไกลกว่าสามทวีป และแม้จะผ่านมานานนับพันปี เรื่องราวของพระองค์ก็ยังเป็นที่เล่าขานอยู่จนถึงปัจจุบัน
แต่ความเกรียงไกรของพระองค์ก็ได้มาถึงจุดสิ้นสุดเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 323 ปีก่อนคริสตกาล เมื่อพระองค์ได้สวรรคตที่บาบิโลนขณะมีพระชนมายุ 32 พรรษา
1
คืนก่อนหน้าจะสวรรคต พระองค์ได้เสวยสุรา เมามายกับแม่ทัพของพระองค์ ก่อนที่วันต่อมา พระองค์ก็ยังทรงดื่มอย่างหนัก
จากนั้น พระองค์ได้ทรงพระประชวรด้วยพิษไข้ และมีพระอาการปวดพระขนอง (หลัง) เฉียบพลัน เจ็บปวดราวกับถูกหอกทิ่มแทง
พระอาการไข้นั้นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้พระองค์ไม่สามารถขยับพระวรกายได้ ก่อนที่ในเวลาต่อมา ไม่สามารถแม้แต่จะตรัส
พระองค์ได้เสวยไวน์โดยหวังว่าจะทำให้พระอาการดีขึ้น หากแต่ยิ่งแย่ลง
ในไม่ช้า พระองค์ไม่สามารถจะขยับพระเศียรได้ และสวรรคตในเวลาต่อมา
สาเหตุการสวรรคตของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชยังคงเป็นที่ถกเถียงในหมู่นักประวัติศาสตร์มานานนับร้อยปี มีการคาดเดาถึงสาเหตุไปต่างๆ นาๆ
สาเหตุที่หลายคนคาดเดามากที่สุด ก็คือการถูกลอบปลงพระชนม์ด้วยยาพิษ กับทรงพระประชวร
แต่ใจความสำคัญของบทความนี้ จะมุ่งไปยังสาเหตุที่ว่าทำไมพระบรมศพของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชไม่เน่าสลายแม้เวลาจะผ่านไปกว่าหกวัน โดยจากการค้นคว้าของกลุ่มคณะแพทย์ในปีค.ศ.2018 (พ.ศ.2561) ทำให้พอจะเห็นความเป็นไปได้บางอย่าง
1
“ดร.แคทเทอรีน ฮอลล์ (Katherine Hall)” วิทยากรประจำโรงเรียนแพทย์แห่งหนึ่งในนิวซีแลนด์ ได้เสนอแนวคิดว่าบางที พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชจะทรงเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงกิลแลง-บาร์เร ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบประสาทนอกส่วนกลาง และอาจทำให้กล้ามเนื้อเป็นอัมพาต
1
ฮอลล์กล่าวว่าพระอาการของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชนั้นมีความใกล้เคียงกับอาการโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงกิลแลง-บาร์เร และเป็นไปได้สูงที่พระองค์จะทรงเป็นโรคนี้
ดร.แคทเทอรีน ฮอลล์ (Katherine Hall)
จากบันทึกโบราณ พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชทรงพระประชวรหลังจากที่พระองค์ทรงดื่มอย่างเมามายในบาบิโลน ก่อนที่พระอาการของพระองค์จะทรุดหนัก ตามมาด้วยอาการอัมพาตที่ส่งผลไปทั่วพระวรกาย
จากนั้น พระองค์ไม่สามารถตรัสได้ หากแต่ยังคงมีพระสติ จนกระทั่งสวรรคต
1
อาการเหล่านี้ล้วนแต่ใกล้เคียงกับโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงกิลแลง-บาร์เร
1
ฮอลล์ยังกล่าวอีกว่าการที่พระบรมศพไม่เน่าเป็นเวลาหลายวัน ยังเป็นอาการเฉพาะของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงกิลแลง-บาร์เรอีกด้วย
โรคนี้อาจจะทำให้อาการแข็งตัวของศพนั้นช้าลงได้ และทำให้พระบรมศพยังคงมีสภาพสมบูรณ์ และฮอลล์ยังกล่าวว่าขณะที่แพทย์ประกาศว่าพระองค์สวรรคตแล้วนั้น บางที พระองค์อาจจะยังไม่ได้สวรรคตจริงๆ ก็เป็นได้
1
ในทุกวันนี้ การแพทย์สมัยใหม่ทำให้ทราบถึงเรื่องราวของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงกิลแลง-บาร์เร หากแต่บางเรื่องก็ยังมีจำกัด
1
โรคนี้เป็นโรคที่หาได้ยาก และก็ยังมีความเป็นไปได้อื่นๆ อีกที่อาจจะเป็นสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชสวรรตต และเรื่องของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงกิลแลง-บาร์เร ก็เป็นเพียงสมมติฐานหนึ่งเท่านั้น
สุดท้ายแล้วเรื่องนี้จะเป็นจริงหรือไม่ เราคงไม่มีวันทราบแน่ชัด
แล้วคุณล่ะครับ? เชื่อในทฤษฎีนี้หรือไม่?
โฆษณา