3 พ.ค. 2023 เวลา 05:00 • การศึกษา

วันนี้โรงเรียนคุณมีการสอนเรื่องการเงินแล้วหรือยัง???

ทุกวันนี้ไม่ว่าจะหันไปทางไหน ก็มีแต่คนพูดว่า เป็นหนี้ เงินไม่พอใช้ ใช้เงินเดือนชนเดือน หรือแม้กระทั่งคนแก่ที่ลำบากในบั้นปลายชีวิต จากผลสำรวจ ในทศวรรษที่ผ่านมา ตัวเลขยอดหนี้รวมของครัวเรือนต่อ GDP ของไทยอยู่ในระดับสูง และโตเร็วเป็นลำดับต้น ๆ เมื่อเทียบกับประเทศที่อยู่ในระดับการพัฒนาเดียวกัน จากข้อมูลสินเชื่อในระบบจากเครดิตบูโร คนไทย 25 ล้านคน (1 ใน 3 ของประชากรไทย) มีหนี้ในระบบ มีมูลค่าหนี้เฉลี่ยต่อคนมากถึง 527,000 บาท และ 1 ใน 5 กำลังมีหนี้เสีย
ปัญหาเหล่านั้นมักเกิดจากการขาดวินัยทางการเงิน ขาดความรู้ในการบริหารจัดการเงินและการบริหารจัดการหนี้ ขาดเงินทุนและรายได้ หรือแม้แต่การขาดภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจทำให้ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นทั้งกับรายได้และรายจ่าย ส่งผลให้ครัวเรือนมีปัญหาทางการเงิน ที่ไม่ได้มีการเรียนรู้กันตั้งแต่ในวัยเด็ก เพราะคิดว่าเด็กยังโตไม่พอที่จะบริหารเงิน จึงทำให้เกิดปัญหาดังกล่าว
แล้วเราจะทำอย่างไรให้ไม่เกิดปัญหาได้ นั่นก็คือ การมีความฉลาดทางการเงินนั่นเอง ขอให้คุณเข้าใจก่อนว่า เงิน ไม่ได้ทำให้คุณรวย ความฉลาดทางการเงินนี่แหละที่จะทำให้คุณรวย มีด้วยกันอยู่ 4 ทักษะได้แก่
1.การหารายได้ ข้อนี้ก็ขึ้นอยู่กับความถนัด ส่วนบุคคล ในการหาเงินได้นั่นเอง ซึ่งบนโลกใบนี้ก็แบ่งแหล่งที่มาของเงินได้อีก 2 ประเภท นั่นก็คือ แบบ Active Income คือการเอาเวลาไปแลกเพื่อให้ได้ผลตอบแทน และแบบ Passive Income คือรายได้ที่เกิดจากทรัพย์สิน สร้างกระแสเงินสดให้เรา ทั้งนี้ไม่ได้บอกว่า Active Income ไม่ดีหากคุณมีความชื่นชอบในงานที่ทำ แต่การที่เรามีPassive income ไว้จะทำให้เราตอนหลับสบายมากยิ่งขึ้นนั่นเอง
2.การใช้จ่าย หัวใจของข้อนี้คือต้อง บริหารสภาพคล่อง โดยมีเครื่องมือก็คือการจัดงบการเงิน และตัวชี้วัดการใช้จ่ายของเรานั่นก็คือ เงินคงเหลือต่อเดือน ว่าจะเป็นบวกหรือลบก็ขึ้นอยู่กับการบริหารของเรา
3.การออม ทักษะข้อนี้คนที่อยากรวยจริงๆต้องมี เศรษฐีส่วนใหญ่ก็มีนิสัยการออมเป็นพื้นฐานกันอยู่แล้ว สำหรับเด็กจบใหม่ ควรที่จะออมก่อนใช้ ขั้นต่ำอย่างน้อย 10% ของรายรับ และควรมีตะกร้า 3 ใบ คือ สำรองฉุกเฉิน6เดือน เกษียณรวย และลงทุน ที่จะพูดในข้อถัดไป
4.การลงทุน ข้อนี้จะส่งเสริมกับข้อการออม ยิ่งเราเข้าใจคำว่า “Leverage” หรือพลังทวีจะยิ่งทำให้เงินของเราพอกพูนมากยิ่งขึ้นในอนาคต ทั้งนี้ต้องศึกษาหาความรู้สินทรัพย์ที่สามารถสร้างผลตอบแทนให้มากกว่าเงินเฟ้อในปัจจุบัน และสำหรับมือใหม่ขอแนะนำการลงทุนในกองทุนรวม เพราะมีการกระจายการลงทุนที่ดี ให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับทรัพย์สินนั้นๆ และมีการปรับเปลี่ยนการลงทุนตลอด เพียงแค่เราเลือกลงทุนให้ถูกประเภท ในบั้นปลายชีวิตเราจะสบายอย่างแน่นอน
เมื่อมาถึงขั้นที่เรารู้รายรับ รายจ่ายของตนเองแล้ว ต่อไปเรามาลองวางแผนการเกษียณกันดีกว่า ให้เราลองประเมินก่อนว่าตอนที่เราจะเกษียณจะใช้เงินต่อเดือนกี่บาท ไม่ว่าจะ ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่ารักษาพยาบาล ค่าประกัน ฯลฯ เราก็จะรู้ว่าเราควรเตรียมเงินไว้เท่าไหร่ก่อนถึงวันเกษียณ และที่สำคัญอย่าลืมบวกเงินเฟ้อเข้าไป ซึ่งข้อมูลนี้สามารถศึกษาได้ตามอินเทอร์เน็ต หลังจากที่ได้ค่าใช้จ่ายต่อเดือนแล้ว ก็นำไปคูณ 12 เพื่อรู้เป็นรายปี และนำไปคูณกับจำนวณปีที่จะอยู่บนโลกใบนี้ สุดท้ายเราก็จะรู้ว่าเราจะต้องมีเงินเท่าไหร่
หากเราไม่อยากคำนวณเอง เราสามารถค้นกูเกิล และให้คำนวณเงินเหล่านั้นได้ ซึ่งทางผู้เขียนขอแนะนำแอพพลิเคชั่นที่มีชื่อว่า “Happy Money” ของ SET ที่มีหลายฟังก์ชั่นให้เราได้ใช้งาน ตั้งแต่การบันทึกรายรับรายจ่าย รายการทรัพย์สิน หนี้สิน วิเคราะห์สุขภาพทางการเงิน และอีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีความรู้ทางการเงินที่น่าใจอีกด้วย ใครที่อยากรู้งบการเงินของตัวเองต้องโหลดติดเครื่องไว้เลย
ถ้าโรงเรียนไม่มีการสอนเรื่องการเงิน เราจึงต้องพึ่งพาตนเองในการหาความรู้เพิ่มเติม ไม่ว่าจะจากหนังสือหรือคอร์สสัมนา ที่ตอนนี้มีแพร่หลายทั้งใช้เงินและฟรี หากเรามีความกระตือรือร้น เรื่องการเงินก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านเป็นอย่างมาก และหากบทความนี้เป็นประโยชน์ ขอให้กดติดตามเป็นกำลังใจแก่ผู้เขียน และสำหรับบทความต่อไปเราจะมาพูดถึง ทักษะด้านดิจิทัล ที่สำคัญมากในยุคปัจจุบัน แล้วพบกันใหม่
ขอบคุณ
และหนังสือ คนไทยฉลาดการเงิน ของโค้ชหนุ่ม จักรพงษ์ เมษพันธุ์
#ทักษะชีวิต
#softskill
#softskills
#produvtivegirl
โฆษณา