9 พ.ค. 2023 เวลา 13:00 • ธุรกิจ

5 เหตุผล ทำไม ‘เช่า’ ถึงดีกว่าซื้อบ้าน

หมายเหตุ: แปลและเรียบเรียงจากบทความของ Forbes ที่สะท้อนมุมมองต่อตลาดอสังหาฯ สหรัฐอเมริกา
แม้ว่าการเป็นเจ้าของบ้านสักหลัง อาจเป็นการตัดสินใจทางการเงินที่ชาญฉลาด แต่ถ้าลองมาพิจารณาดูจริงๆ หลายคนอาจคิดเหมือนกันว่า ‘การเช่า’ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ทำให้เราเป็นอิสระทางการเงินได้เป็นอย่างดี
และแม้ว่าทั้งการเช่าและการเป็นเจ้าของบ้านขนาด 3 ห้องนอน จะเป็นภาระทางการเงินก้อนหลักๆ ของครัวเรือนสหรัฐฯ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วค่าใช้จ่ายส่วนนี้มีสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 3 ของรายได้
แต่ถึงอย่างนั้น ตามข้อมูลของ ATTOM ซึ่งเป็นบริษัทข้อมูลด้านอสังหาริมทรัพย์ยืนยันว่า การเช่านั้นมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย น้อยกว่าค่าใช้จ่ายในการเป็นเจ้าของบ้านขนาด 3 ห้องนอนอยู่ดี
ลองมาดู 5 เหตุผลว่าทำไมการเช่าอยู่ถึงดีกว่าการซื้อบ้าน
1.การเช่าไม่เท่ากับการทิ้งเงินไปเปล่าๆ
หลายคนน่าจะเคยได้ยินจากกูรูด้านอสังหาริมทรัพย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน ตัวแทนขายอสังหาฯ หรือแม้แต่ครอบครัวและคนใกล้ตัว พูดว่า “การเช่าทำให้เราเสียเงินไปเปล่าๆ สู้เอาเงินค่าเช่ามาผ่อนดีกว่า เพราะสุดท้ายจะได้มีบ้านเป็นของตัวเองด้วย”
มุมมองเหล่านี้ก็ฟังดูมีเหตุผล ทำให้หลายคนตัดสินใจซื้อบ้านหลังแรกทันที หรือแม้แต่ผู้เขียนบทความนี้ก็ตัดสินใจซื้อบ้านหลังแรกในปี 2556 และรวมแล้วในช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ผู้เขียนบทความนี้ยังซื้อและขายบ้านรวม 3 หลัง แต่ท้ายที่สุดก็ตัดสินใจกลับมาเช่าอยู่ จนทำให้คนรอบตัวประหลาดใจ รวมถึงเธอเองก็ตั้งคำถามกับสามีว่า “จะบ้าเหรอที่จะกลับไปเช่าอยู่ เรากำลังเสียเงินไปเปล่าๆ หรือเปล่า”
ท้ายที่สุดเธอก็ได้คำตอบว่าไม่ได้สูญเงินไปเปล่าๆ เพราะเงินค่าเช่าก็เป็นจ่ายไปเพื่อปัจจัยพื้นฐานของชีวิต นั่นก็คือสถานที่ปลอดภัยสำหรับอยู่อาศัย หลับนอน และเก็บทรัพย์สิน และสำหรับเธอแล้ว บ้านไม่ใช่ส่วนหนึ่งของตัวตน แต่เป็นความต้องการพื้นฐานที่จำเป็นต้องมีโดยไม่ต้องซื้ออสังหาริมทรัพย์
2.หากชอบใช้ชีวิตอยู่ในเมืองใหญ่ – เช่าถูกกว่า
จากการวิเคราะห์โดย Realtor.com พบว่า 45 เมืองที่ใหญ่ที่สุดจาก 50 เมืองของสหรัฐฯ มีค่าเช่าถูกกว่าการซื้อบ้านในราคาเริ่มต้น แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการเช่าบ้านจะสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้าหากคิดเป็นค่าใช้จ่ายปีต่อปี ค่าเช่าก็ยังถูกกว่าการซื้ออยู่ดี
โดยเมือง 5 อันดับแรกที่มีค่าเช่าถูกกว่าเมื่อเทียบกับการซื้อในปี 2566 ได้แก่ ออสติน รัฐเท็กซัส, ซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย, ซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน, บอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ และพอร์ตแลนด์ รัฐออริกอน
ในทางตรงกันข้าม เมือง 5 อันดับแรกที่การซื้อถูกกว่าเมื่อเทียบกับค่าเช่าในปี 2566 ได้แก่ เมมฟิส รัฐเทนเนสซี, พิตส์เบิร์ก รัฐเพนซิลเวเนีย, เบอร์มิงแฮม รัฐแอละแบมา, เซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี และบัลติมอร์ รัฐแมรี่แลนด์
และถึงแม้ว่าบางครั้งค่าผ่อนบ้านอาจถูกกว่าค่าเช่า แต่ความจริงข้อหนึ่งที่ต้องยอมรับคือ บ้านเหล่านี้มักจะอยู่ในทำเลที่ห่างออกไปจากตัวเมืองมาก ในขณะที่การซื้ออสังหาฯ ในเมืองก็แพงเกินเอื้อม
การเช่าอยู่ในเมืองจึงเป็นการตอบโจทย์ในเรื่องของทำเลดีในราคาที่จ่ายไหว ใกล้ร้านอาหาร สถานบันเทิง แหล่งช้อปปิ้งใกล้ๆ ในระยะเดินได้ เรียกง่ายๆ ว่าสะดวกสบายสำหรับไฟล์สไตล์คนเมืองมากกว่า
3.การเช่าช่วยเพิ่มเวลาและเงิน สร้างการเติบโตให้รายได้
มุมมองจากผู้เขียนซึ่งมีอาชีพเป็นเจ้าของธุรกิจ เธอบอกว่าการเช่าช่วยประหยัดเวลาและเงินได้มาก เพราะอะพาร์ตเมนต์ที่เช่าอยู่นั้นมีครบทั้งฟิตเนส ร้านกาแฟ และสระว่ายน้ำ ทำให้ไม่ต้องเสียค่าน้ำมันหรือค่าเดินทางเพื่อไปสถานที่เหล่านี้
อะพาร์ตเมนต์หรือคอนโดมิเนียมบางแห่งยังมีพื้นที่ส่วนกลางที่สามารถใช้นัดพบปะพูดคุยทางธุรกิจหรือประชุม ทำให้ไม่ต้องไปออฟฟิศหรือเสียเงินให้กับ Co-Working Space
ไม่เพียงเท่านั้น การเช่าอยู่นั้นหลักๆ แล้วมีค่าใช้จ่ายแค่ค่าเช่าและค่าน้ำค่าไฟ ขณะที่การเป็นเจ้าของบ้าน นอกจากจะต้องจ่ายค่าส่วนกลางเองหากอยู่ในบ้านหรือคอนโดฯ ยังต้องเก็บเงินสำรองไว้เผื่อกรณีฉุกเฉิน เช่น หลังคารั่ว รีโนเวตครัวหรือห้องน้ำ
ซึ่งการเช่าอยู่ทำให้มีเงินเหลือจากส่วนนั้น (เพราะส่วนใหญ่เจ้าของห้องจะดูแลค่าใช้จ่ายกรณีฉุกเฉินเอง) และสามารถนำไปใช้ทำอย่างอื่น เช่น เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ เพิ่มความสามารถให้ตัวเองที่นำไปสู่การเพิ่มรายได้
4.ซื้อบ้าน อาจไม่ใช่การลงทุนที่ทำให้ไปถึงความมั่งคั่งได้ง่ายๆ
หลายคนที่อยากเกษียณเร็วกว่ากำหนด มักมองหารายได้แบบ Passive Income ซึ่งการซื้ออสังหาฯ เพื่อปล่อยเช่าก็เป็นทางเลือกหนึ่ง
แต่ถึงอย่างนั้นหลายคนก็พบว่า การปล่อยเช่านั้นแม้จะช่วยเพิ่มรายได้ แต่ก็มาพร้อมภาระจำนวนมาก โดยเฉพาะการดูแลห้องหลังจากผู้เช่าย้ายออก ยิ่งถ้าเจอผู้เช่าที่ไม่ดูแล ทำห้องพัง ภาระการรีโนเวตห้องให้กลับมาสวยดังเดิมก็อยู่ที่เจ้าของห้องนั่นเอง
อย่างกรณีผู้เขียนบทความนี้ เธอตัดสินใจขายบ้านทั้ง 2 หลัง แล้วนำเงินที่ได้ไปลงทุนในรูปแบบอื่นๆ เช่น กองทุนรวม, ตราสารหนี้, กอง REIT ซึ่งได้รับผลตอบแทนต่อเดือนพอๆ กัน ทั้งยังเคลื่อนย้ายการลงทุนได้ง่ายกว่า
5.การเช่าทำให้ร่ำรวยทั้งเวลาและเงิน
แม้ว่าคนอเมริกัน 74% ให้ค่ากับการมีบ้านของตัวเองมากกว่าเรื่องอื่นๆ เช่น ความสบายตอนเกษียณ, ประสบความสำเร็จในอาชีพ, มีลูก ไปจนถึงเรียนจบมหาวิทยาลัย
แต่สำหรับผู้เขียนบทความนี้ที่อายุ 38 ปี เธอมีเป้าหมายเกษียณก่อนกำหนดและมีอิสรภาพทางการเงิน ซึ่งการไม่ซื้อบ้านก็ตอบโจทย์กับเธอมาก
เพราะหากเทียบกับพ่อแม่ของเธอที่สุดท้ายก็ผ่อนบ้านจนหมด เป็นเจ้าของบ้านได้ในที่สุด แต่ก็ต้องทำงานบริษัทจนถึงอายุ 70 ปี ไม่ค่อยมีเวลาไปกับงานอดิเรก จนกลายเป็นผู้สูงวัยที่ไม่สามารถไปทำกิจกรรมที่ชอบได้เพราะร่างกายไม่เอื้ออำนวย
การเช่าอยู่ยังทำให้เธอคิดได้อีกว่า เธอไม่ต้องมาคอยทาสีใหม่, ไม่ต้องซื้อเฟอร์นิเจอร์มาเติมในห้องที่แทบไม่ได้ใช้, ไม่ต้องตัดหญ้าทุกสัปดาห์ คือเอาเวลาที่ต้องดูแลรักษาบ้าน ไปใช้กับการทำงานอดิเรกหรือทำในสิ่งที่ชอบอย่างเรียนการแสดงตลก เต้นรำ ทั้งยังมีเงินไปใช้จ่ายกับการดูแลสุขภาพ
อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้วปัจจัยและความต้องการของแต่ละคนก็แตกต่างกัน นี่เป็นเพียงมุมมองหนึ่ง ซึ่งเธอก็ยอมรับว่าการตัดสินใจไม่ซื้อบ้านก็ไม่ได้เป็นการตัดสินใจสำหรับอนาคตอันไกล แต่เป็นสิ่งที่พอใจในตอนนี้และมีความสุขที่ได้มีเวลาทำสิ่งที่ชอบ และมีอิสรภาพทางการเงิน
#TODAYBizview
#MakeTomorrowTODAY
โฆษณา