Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Whyhistory
•
ติดตาม
15 พ.ค. 2023 เวลา 14:53 • ประวัติศาสตร์
1. จากลินคอร์นถึงปิยราชการุณย์(part 1)
เรียบเรียง นาย ณัฐพล มรรครมย์
: ว่าด้วยประวัติศาสตร์และแนวคิดของการเลิกทาสจากอเมริกาสู่สยาม
วันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมานั้น เป็นวันคล้ายวันมรณกรรมของประธานาธิบดีอับบราฮัม ลินคอร์น ประธานาธิบดีคนที่ 16 ของสหรัฐอเมริกา บุรุษเรืองนามผู้นำพาประเทศสหรัฐเข้าสู่สงครามกลางเมือง ด้วยสาเหตุใหญ่ ๆ อย่างการเลิกทาส นับเป็นผู้มีอุดมการณ์ยิ่ง และมีความเมตาการุณาหาใครจะเปรียบได้ เหมือนดั่งพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือในหลวงรัชกาลที่ 5 อันเป็นที่รักของประชาชนชาวไทยที่นำพาชาวสยาม (ไทย)
ออกจากความเป็นทาสได้ ระดับความขัดแย้งและความรุนแรงของกระบวนการเลิกทาสในสองประเทศต่างกันลิบลับ การเลิกทาสในอเมริกาเป็นไปอย่างหฤโหดและนองเลือดในขณะที่การเลิกทาสของสยามดำนานไปอย่างนุ่มนวลไร้การต่อต้าน ทาสของเขา ทาสของเรา หาได้อยู่ในตรวนอันทุกข์ทรมานอันเดียวกันหรอกหรือ? และโดยเฉพาะในประเทศไทยภายหลังกระบวนการนี้ ประชาชนชาวไทยต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ในหลวงรัชกาลที่ 5 มีต่อไพร่ฟ้าประชาชน
จนพระองค์ถูกยกให้เป็นองค์ในพิธีขอองประชาชนผู้เคารพนับถือท่าน มีสถานะไม่ต่างจากเทพอย่างใด แน่นอนสิ่งนี้มีที่มา และใกล้ตัวเรากว่าที่คิด
2.การเลิกทาสในสยาม นับว่าเป็นอัจฉริยภาพของรัชกาลที่ 5 เป็นหนึ่งในพระราชกรณียกิจที่สำคัญยิ่ง เป็นสิ่งที่เกิดเพื่อพัฒนาประเทศให้ทัดเทียมนานาอารยชาติ นี่คือสิ่งที่ประวัติศาสตร์ไทยกระแสหลักเน้นย้ำอยู่เสมอ ทำให้เกิดภาพที่อาจทำให้คิดได้ว่า “สยาม” เป็นชาติที่อยู่โดด ๆ ที่ตั้งตารอที่จะรับการรุกรานของชาติตะวันตกที่กำลังจะมา แต่ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ ดังพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ทรงประทานไว้ก่อนจะเสด็จสวรรคตว่า
“...การศึกสงครามข้างญวนข้างพม่าก็เห็นจะไม่มีแล้ว จะมีอยู่แต่ข้างพวกฝรั่ง ให้ระวังให้ดี อย่าให้เสียทีแก่เขา การงานสิ่งใดของ เขาที่คิดควรจะเรียนเอาไว้ ก็ให้เอาอย่างเขา แต่อย่าให้นับถือเลื่อมใสไปที เดียว...”
จากพระราชดำรัสนี้เป็นที่สะท้อนถึงความคิดหมู่ชนชั้นปกครองของสยามนั้นได้เข้าสู่โลกสากลแล้ว
3.จากการศึกษาของ ญาณินี ไพทยวัฒน์ (2010) ทำให้เราทราบว่า ความคิดการเลิกทาสในสังคมสยามแรกเริ่มนั้น อยู่ในวงแคบ ๆ ในหมู่ชนชั้นสูง สมัยรัชกาลที่ 4 โดยมีการปะทะระหว่างความคิด “แบบจารีต” ที่สนับสนุนการมีทาสในสังคมสยาม และความคิดแบบ”สมัยใหม่” ที่สนับสนุนให้มีการเลิกทาส ซึ่งฝ่ายความคิดสมัยใหม่ได้รับอิทธิพลจากเหตุการณ์สงครามกลางเมืองและการเลิกทาสในสหรัฐอเมริกาอย่างมาก เห็นได้จากแนวคิดที่สะท้อนออกมาจากชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในสยามและคลุกคลีอยู่กับหมู่ชนชั้นสูง อาทิ แดน บีช
บลัดเลย์ (Dan Beach Bradley)
นายแพทย์ชาวอเมริกันที่เข้ามาเมืองไทยในสมัยรัชกาลที่ 3 ได้เคยเขียนบทความวิจารณ์การใช้ทาสในสหรัฐอเมริกา ลงในหนังสือพิมพ์บางกอกรีคอร์เดอร์ เพื่อชี้ให้เห็นถึงความเลวร้ายของระบบทาส และแอนนา เลียวโนเวนต์ (Anna Leonowens) ผู้ที่จะเข้ามาสอนภาษาอังกฤษในราชสำนักสยาม ซึ่งเคยได้กล่าวต่อรัชกาลที่ 4 ว่า “ทาสจะเป็นมลทินที่ยิ่งใหญ่ของชาติสยาม” เพราะการใช้ทาสขาดมนุษยธรรม ซึ่งแอนนาได้รับความคิดมาจากหนังสือนิยายจากอเมริกาเรื่อง กระท่อมน้อยของลุงท่อม ซึ่งมีแนวคิดต่อต้านการมีทาสอย่างถึงที่สุด
4.แนวคิดการเลิกทาสที่ถ่ายทอดออกสู่สาธารณรัฐชน ผ่านงานวรรณกรรม ปฏิเสธไม่ได้ว่า สงครามกลางเมืองอเมริกา เป็นต้นสายที่สำคัญสายหนึ่งที่มีต่อโลก สงครามนี้เกิดขึ้นจากความขัดแย้งระหว่างรัฐที่สนับสนุนให้มีทาสและรัฐที่ต่อต้านการมีทาส แต่เราอาจสงสัยว่า แนวคิดการเลิกทาสมันผุดขึ้นมาในสังคมอเมริกาได้อย่างไร?
ย้อนกลับไปช่วง ค.ศ 1760 เมื่อแนวคิดทุนนิยม และเศรษฐกิจแบบเสรีพรั่งพลูอยู่ในโลกตะวันตก ผู้คนจึงเริ่มเห็นว่า การใช้ทาสนั้นขัดต่อศีลธรรมและไม่มีความคุ้มค่าเลย บางรัฐได้เริ่มเลิกทาสตั้งแต่ช่วงหลังประกาศอิสรภาพไม่นาน อย่าง เวอร์มอนต์
ใน ค.ศ. 1777 ที่ประกาศสั่งห้ามไม่ให้มีทาสในอาณานิคมเป็นที่แรกในอเมริกา และตามรัฐทางเหนือทั้งต่อๆ มาจนทาสหายไปในที่สุด แต่อย่างไรตามรัฐธรรมนูญของสหรัฐก็ยังถือว่า ทาสเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมายอยู่ ทางภาคใต้จึงยังมีทาสอยู่ ซึ่งสถาบันทาสในภาคใต้มีความสำคัญต่อชาวใต้อย่างมากคือ การเกิดปฏิวัติอุตสาหกรรม การทอผ้าถือเป็นอุตสาหกรรมแรกๆ ที่ได้รับประโยชน์และประสบความสำเร็จจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมระยะแรก ความต้องการฝ้ายจึงมีมากขึ้น ฝ้ายจึงกลายพืชหลักแทนยาสูบและข้าวในภาคใต้
ฝ้ายเป็นพืชที่ต้องใช้เวลาเจริญเติบโตนานและต้องได้รับการดูแลอย่างดี ดังนั้นการปลูกฝ้ายจึงเป็นงานประจำตลอดปี ทาสจึงจำเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ในทางด้านสังคม ทาสยังเป็นสิ่งช่วยค้ำจุนสังคมของชาวใต้นับตั้งแต่ตั้งเริ่มตั้งอาณานิคมอเมริกาใหม่ๆ ผู้คนที่อยู่ในอาณานิคมต่างเต็มไปด้วยผู้เป็นไท แต่ก็เป็นพวกกากเดนที่อังกฤษผลักไสให้มาอยู่โลกใหม่ สิ่งที่คนเหล่านี้เอามาจากแผ่นดินเกิดด้วยคือ “ความเป็นคนอังกฤษ”
อย่างที่รู้กันชาวอังกฤษมีความภาคภูมิใจในเสรีภาพของตนอย่างมาก และเขาก็อาจเชื่ออย่างตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตามว่าสิทธิเสรีภาพผูกอยู่กับ “ผิวสีที่ขาว” (white supremacy) ความทรนงตนในพวกคนขาวเหล่านี้ผลักดันให้เกิดปัญหาขึ้นในอาณานิคม พวกกลายเป็นผู้เกียจคร้านและไม่ฟังคำฟังผู้ที่เป็นนายจ้าง เกิดปัญหาปล้นสะดมและกบฏ ทำให้การหาซื้อทาสนั้นกลายเป็นทางออก
เรื่องเล่า
ความรู้รอบตัว
ประวัติศาสตร์
บันทึก
2
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย