Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Whyhistory
•
ติดตาม
15 พ.ค. 2023 เวลา 15:04 • ประวัติศาสตร์
จากลินคอร์นถึงปิยราชการุณย์(part 2)
เรียบเรียง นาย ณัฐพล มรรครมย์
5.การซื้อขายทาสในเวอร์จิเนีย ในปี ค.ศ. 1700 พบว่าความต้องการมีมากจนในช่วงหนึ่งพ่อค้าพากันพบว่าตลาดในเวอร์จิเนียดีกว่าที่จาไมก้า หรือบาร์บาเดอสเสียอีก มลรัฐที่มีทาสในภาคใต้และมลรัฐที่ไม่มีทาสในภาคเหนือ เริ่มเกิดความขัดแย้งกันขึ้น เมื่อการบุกเบิกภาคตะวันตกของทวีปเริ่มต้นขึ้น ฝ่ายใต้ต้องที่จะเอาทาสของตนไปในพื้นที่ใหม่ ส่วนฝ่ายเหนือนั้นไม่ยอม
ในสภาผู้แทนราษฎรทั้งสองฝ่ายต่างมีผู้แทนเท่ากัน จึงนำมาซึ่งการประนีประนอม แต่กระนั้นก็ไม่ได้ทำให้สังคมเย็นลงเลย ในมลรัฐทางเหนือ มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างรุนแรง อาทิ การก่อตั้งองค์การปลดปล่อยทาส และขบวนการกลุ่มชนผู้กล้าหาญแห่งมลรัฐโอไฮโอ ทั้งสองกลุ่มนี้ต่างเรียกร้องให้ยกเลิกการมีทาสอย่างสิ้นเชิง ความขัดแย้งดำเนินไปสู่จุดสูงสุดเมื่อนักหนังสือพิมพ์ที่เรียกร้องการเลิกทาส ในมลรัฐอิลลินอยส์ ถูกฆ่า
ความแตกแยกระหว่างภาคมาถึงจุดแตกหักเมื่อพรรครีพับปิคกันซึ่งมี อับบราฮัม ลินคอร์นเป็นผู้นำ ชนะการเลือกตั้งในปี ค.ศ. 1860 หลังจากนั้นไม่นานมลรัฐฝ่ายใต้ 11 มลรัฐได้ประกาศแยกตัวออกจากสหรัฐแล้วประกาศตั้งสมาพันธรัฐแห่งอเมริกา สงครามได้ดำเนินไปนานเกือบ 5 ปี ในที่สุดฝ่ายใต้ก็ปราชัย ด้วยเหตุผลกำลังพลน้อยกว่า ทั้งฝ่ายเหนือยังมีผลิตผลทางอุตสาหกรรมที่มากกว่าอีกด้วย
สงครามนี้ทำให้ชาวอเมริกันบาดเจ็บล้มตายร่วมล้านกว่าคน ภายหลังสงครามกลางเมืองได้เปลี่ยนโครงสร้างและนโยบายทางเมืองของอเมริกาขนานใหญ่ คือ การแยกตัวของมลรัฐจะไม่มีอีกต่อไป การประกาศเลิกทาสในปี ค.ศ. 1863 สู่การเสนอให้แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญข้อที่ 13 ข้อที่ 14 และข้อที่ 15 อันมีเนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับการเลิกทาส การสิทธิแก่ชาวอเมริกันทุกคนในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง และให้สิทธิชาวผิวดำ ซึ่งเป็นทาสมาก่อนมีสิทธิ์ในการเลือกตั้งตามลำดับ
6.สงครามกลางเมืองสร้างความบอบช้ำให้แก่ภาคใต้เป็นอย่างมาก รัฐบาลจึงตั้งโครงการบูรณะประเทศ ประธานาธิบดีลินคอร์นมีความมุ่งหวังที่จะรีบฟื้นฟูให้เร็วที่สุด จึงเสนอต่อสภาให้นำเอามลรัฐทางใต้กลับเข้ามารวมกับสหรัฐให้เร็วที่สุด แต่สภาไม่เห็นด้วย ฝ่ายสภาได้ทำการตอบโต้นโยบายของลินคอร์น โดยเสนอร่างรัฐบัญญัติ เวด-เดวิส (wade – davis bill) โดยมีเป้าหมายที่ให้ภาคใต้รับโทษอย่างสาสม และเลิกทาสอย่างเด็ดขาด ลินคอร์นพยายามใช้สิทธิยับยั้งของประธานาธิบดี แต่ไม่เป็นผล
ในที่สุดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นนั้นคือ มรณกรรมของลินคอร์นนั้นเอง ภายหลังความตายสหรัฐก็ยังเดินหน้าต่อไปในการเลิกทาสอย่างสุดโต่งนำโดย พรรครีพับปิคกันหัวรุนแรง ซึ่งได้เสียงข้างมากในสภา ได้ดำเนินโครงการบูรณะประเทศนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1865-1877 ด้วยท่าทีอันแข็งกร้าวอย่างมาก
แม้แต่ประธานาธิบดีคนถัดมาอย่าง แอนดรูว์ จอห์นสัน (Andrew Johnson)ก็ไม่สามารถใช้สิทธิยับยั้งร่างรัฐบัญญัติใดๆ ที่ทางสภาเสนอขึ้นมา นับว่าเป็นสมัยที่ฝ่ายนิติบัญญัติมีอำนาจยิ่งใหญ่ที่สุดสมัยหนึ่ง ต่อมาในสมัยประธานาธิบดียูลิสซีส ซิมป์สัน แกรนต์ (Ulysses Simpson Grant) ความนิยมของพรรครีพับปิคกันหัวรุนแรงเริ่มเสื่อมความนิยม พรรคอนุรักษ์นิยมในภาคใต้เริ่มมีอำนาจมากขึ้น คนขาวทางใต้ได้พยายามต่อต้าน เกิดสมาคม คู คลักซ์ แคลน (ku kulx klan) พวกนี้ถือความเป็นเลิศของคนขาวเป็นที่สุด
ในค.ศ.1877 รัทเทอร์ฟอร์ด เบอร์ชาร์ด เฮส์ ชนะการเลือกตั้งและได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีคนที่ 19 อำนาจของพรรครีพับปิคกันหัวรุนแรง ได้จบสิ้นลงไป เนื่องด้วยความระอาของผู้คนที่มีต่อท่าทีการสนับสนุนคนผิวดำของพรรครีพับปิคกันหัวรุนแรงที่มาเกินไป ประธานาธิบดีเฮส์ ได้พยายามประสานรอยร้าวภายในให้มากที่สุด นำซึ่งการยกเลิกการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญข้อที่ 14 และข้อที่ 15 ที่ระบุจะให้สิทธิและความเสมอภาคต่อชาวผิวดำ
7.นอกจากยังมีการพิจารณาจากศาลสูงสุดที่ได้พิพากษาว่า กฎหมายว่าด้วยสิทธิของพลเมือง(civil rights act) ขัดต่อธรรมนูญของชาติ กฎหมายฉบับนี้บังคับให้พลเมือง ทุกคน ทุกสีผิว มีสิทธิที่จะได้ความสำราญเสมอภาคกันจากบริการสาธารณะ นำไปสู่การตั้งกฎเกณฑ์ที่ให้คนผิวดำแยกใช้ของจากคนขาว พูดได้ว่าการแบ่งแยกสีผิวได้ขึ้นจากยุคนี้นี่เอง จากเหตุการณ์สงครามกลางเมืองและการเลิกทาสในสหรัฐอเมริกา จะเห็นได้ชัดถึง ปัญหาใหม่ที่เกิดขึ้น และปัญหาเก่าที่เปรียบเสมือนระเบิดเวลาในสังคมอเมริกา
ในสยาม ถึงแม้กระแสการเลิกทาสจะมาถึงแล้ว สมัยรัชกาลที่ 4 ชนชั้นปกครองแสดงท่าทีต่อเรื่องนี้ด้วยความเฉยชา โดยมองว่า ทาสในสยามนั้นต่างจากชาติตะวันตก ทาสสยามมีความเป็นอยู่ก็ดีกว่า ด้วยสถาวการณ์เช่นนี้ สถาบันทาสในสยามจึงต้องยังคงอยู่ อาทิ ข้อเขียนที่ปรากฏในหนังสือพิมพ์บางกอกรีคอร์เดอร์ เล่มที่ 1 ฉบับที่ 10 วันที่ 22 เดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1865
ไม่ปรากฏชื่อผู้เขียน มีเนื้อหาสนับสนุนโต้แย้งหมอบลัดเลย์ที่สนับสนุนการเลิกทาส พร้อมเสนอว่าสถานภาพของทาสในสยามและอเมริกาแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง จะเอามาเทียบกันไม่ได้ อีกการโต้ตอบระหว่างสองแนวคิดที่ร้อนแรงและมีความสำคัญมาก เพราะมาจากกษัตริย์สยามนั้นเอง การโต้ตอบทางจดหมายระหว่างแอนนาและรัชกาลที่ 4 แอนเสนอความคิดเห็นอย่างชัดเจนว่า ทาสไม่ควรมีในสยาม แต่รัชกาลที่ 4 ทรงอธิบายเรื่องการปฏิบัติระหว่างนายทาสกับทาสไม่เลวร้ายอย่างที่คิด
ประวัติศาสตร์
ความรู้รอบตัว
เรื่องเล่า
บันทึก
4
1
4
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย