23 พ.ค. 2023 เวลา 04:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

CBDC ไม่ใช่เรื่องใหม่ ย้อนทบทวน 'เงินดิจิทัล' ที่ ธปท. พัฒนามาตั้งแต่ปี 2561

"เงินดิจิทัล" ไม่ใช่เรื่องใหม่ในไทย รู้หรือไม่? ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ศึกษาพัฒนาเงินดิจิทัล CBDC ผ่านโครงการ “อินทนนท์” มาตั้งแต่ปี 2561 ย้อนทำความเข้าใจเงินดิจิทัลคืออะไร? ไทยคืบหน้าถึงไหนแล้ว
จากกรณีบางพรรคการเมืองชูประเด็นมอบ “เงินดิจิทัล” เพื่ออัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น นำมาซึ่งการถกเถียงกันในโลกออนไลน์ โดยชาวเน็ตบางส่วนมองว่า เงินดิจิทัลถือเป็นเทคโนโลยีที่ไทยควรมีอย่างเร่งด่วนเพราะในต่างประเทศหลายประเทศ เริ่มทำอย่างจริงจังแล้ว เช่น เกาหลีใต้ เป็นต้น และไทยอาจช้าเกินไป
1
ขณะที่ชาวเน็ตอีกกลุ่มชี้ว่า ควรใจเย็นๆ ก่อน การที่พรรคเจ้าของนโยบายนี้ไม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ไม่ได้หมายความว่านโยบายดังกล่าวจะไม่ถูกผลักดัน และในความเป็นจริง ประเทศไทยมีการศึกษาพัฒนาระบบเงินดิจิทัลมาสักระยะหนึ่งแล้ว โดยธนาคารแห่งประเทศไทยได้พัฒนาระบบ blockchain เช่น CBDC มาตั้งแต่ปี 2561
ทั้งนี้ ต้นเรื่องเกิดจากประเด็นข่าวจากสำนักข่าว CNBC เมื่อไม่กี่วันก่อนที่รายงานว่า เกาหลีใต้จะเปิดตัว “เงินดิจิทัล CBDC” โดยความร่วมมือระหว่างซัมซุง (Samsung) บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่กับธนาคารกลางเกาหลีใต้ ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อทำการวิจัยเชิงเทคนิคในเรื่องของสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งจะสามารถทำงานในรูปแบบ “ออฟไลน์” ได้
โดยผู้ใช้งานจะสามารถใช้โทรศัพท์สมาร์ตโฟนโอนเงินหากันได้ ผ่านชิปของอุปกรณ์ที่มีความปลอดภัยสูง โดยมีเทคโนโลยีการสื่อสารระยะใกล้ (Near-field communication technology : NCF) เป็นตัวเชื่อมโยงระบบ ทั้งนี้บริษัทซัมซุงจะพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวให้สามารถปรับใช้กับ CBDC ได้ภายในช่วงปลายปี 2566 นี้ ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้งานชำระเงินได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ต ..นี่จึงเป็นอีกหนึ่งข่าวใหญ่ที่หลายๆ ประเทศ รวมถึงไทยต้องจับตามอง
อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทยเองก็มีการศึกษาพัฒนา “เงินดิจิทัล CBDC” มาสักพักแล้วเช่นกัน แต่คนไทยหลายคนอาจจะยังไม่รู้ หรือเคยรู้แต่อาจจะลืมไปบ้าง ลองมาทบทวนและทำความเข้าใจเทคโนโลยีนี้กันอีกครั้ง ดังนี้
  • รู้จักโครงการอินทนนท์ และ CBDC คืออะไร?
โครงการอินทนนท์ ริเริ่มขึ้นในปี 2561 จัดตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาสกุลเงินดิจิทัล (Central Bank Digital Currency : CBDC) ที่ออกโดยธนาคารกลาง พูดง่ายๆ ในกรณีของไทย ก็เหมือนเงินบาทหรือธนบัตรที่ออกโดยแบงก์ชาติ เพียงแต่อยู่ในรูปแบบ “ดิจิทัล” ซึ่ง ธปท. ได้ศึกษาพัฒนา CBDC ทั้งในแง่ของการใช้โอนเงินระหว่างสถาบันการเงิน (Wholesale Central Bank Digital Currency: Wholesale CBDC) และได้ศึกษาในแง่การใช้งานของประชาชนรายย่อยทั่วไปด้วย ซึ่งมีรายละเอียดได้แก่
1
1. ศึกษาพัฒนาเพื่อการโอนเงินระหว่างประเทศ (wholesale CBDC)
ธปท. และ ธนาคารกลางฮ่องกง (HKMA), ธนาคารกลางแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (PBC DCI), ธนาคารกลางสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (CBUAE) และศูนย์พัฒนานวัตกรรมของธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BISIH) ณ เมืองฮ่องกง ได้ร่วมกันศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับ “เงินดิจิทัล” ภายใต้โครงการ “Multiple Currency CBDC Bridge”
2
ซึ่งเป็นการทดลองสร้างระบบที่สถาบันการเงินของแต่ละประเทศ แล้วเชื่อมต่อกับระบบดังกล่าวได้โดยตรงตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ต้องพึ่งพิงตัวกลาง (Corresponding Bank) ช่วยลดความเสี่ยงต่างๆ เช่น settlement risk, credit risk และ operational risk
ทำให้การโอนเงินระหว่างประเทศมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ด้วยต้นทุนที่ถูกลง ซึ่งจากการศึกษาเบื้องต้นพบว่าช่วยลดระยะเวลาการโอนเงินระหว่างประเทศเหลือเพียงหลักวินาที เมื่อเปรียบเทียบกับการโอนเงินในระบบปัจจุบัน ซึ่งใช้เวลาประมาณ 3-5 วัน
1
2. ศึกษาพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลสำหรับประชาชน (retail CBDC)
ธปท. ได้เตรียมความพร้อมการพัฒนา retail CBDC ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกับธนาคารกลางประเทศอื่นๆ เพื่อให้ภาคธุรกิจไทยและประชาชนไทย สามารถเข้าถึงการพัฒนานวัตกรรมทางการเงิน ภายใต้บริบทการเงินอนาคตที่เข้าสู่โลกดิจิทัลเต็มรูปแบบ
อย่างไรก็ดี การพัฒนา retail CBDC อาจส่งผลกระทบต่อผู้ให้บริการ ประชาชน ตลอดจนเสถียรภาพของระบบการเงิน ธปท. จึงดำเนินการอย่างระมัดระวังและรับฟังความคิดเห็นจากภาครัฐและเอกชน เช่น การออกรายงานและเปิดขอความเห็นเมื่อต้นปี 2564 และการทดลองในห้องปฏิบัติการร่วมกับบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกัด ในปี 2563
ปัจจุบัน ธปท. อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบ retail CBDC และทดสอบการใช้งานในภาคประชาชนกลุ่มเล็ก ทั้งนี้ การพัฒนา CBDC ถือเป็นแผนระยะยาวที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และต้องศึกษาให้รอบด้านและทำความเข้าใจถึงรูปแบบ ความเสี่ยง รวมทั้งแนวทางการลดผลกระทบ หากจะออกใช้ retail CBDC เป็นวงกว้างต่อไปในอนาคต
อ่านต่อ:
อ้างอิง : CNBC, ธปท.ความคืบหน้า CBDC, ธปท.โครงการอินทนนท์, ธปท.CBDC, ธปท.Retail CBDC
โฆษณา