5 มิ.ย. 2023 เวลา 12:00

อนาคตจะยังมีกันและกันไหม? รับมือกับความกังวลในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านของชีวิต

เคยสงสัยไหมว่าคนที่เรารักจะอยู่กับเราได้อีกนานแค่ไหน?
ในช่วงเวลาที่นั่งทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัว ตรงหน้าเต็มไปด้วยอาหารจานโปรดรสมือแม่ที่เราคุ้นเคย เรามองไปรอบๆ และเห็นว่าทุกอย่างเปลี่ยนไปมาก แต่ในขณะเดียวกันหลายๆ อย่างก็ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย เช่นรอยยิ้มของแม่ที่ยังอบอุ่นเหมือนเดิม มีเพียงแต่รอยย่นข้างดวงตาที่ย้ำเตือนว่าแม่อายุมากขึ้นแค่ไหน
หรือบางครั้งในช่วงเวลาเงียบสงัดของค่ำคืน เรามองคนรักที่นอนหลับสนิทอยู่ข้างๆ ลมหายใจเข้าออกทำให้ผ้าห่มผืนหนาขยับขึ้นลงเป็นจังหวะ ความรู้สึกรักคนที่อยู่ตรงหน้าเอ่อล้นขึ้นมาในใจ เรารู้สึกขอบคุณเป็นอย่างยิ่งที่มีเขาอยู่ในชีวิต
หรือในช่วงเวลาที่เจ้าแมวขนฟูเข้ามาคลอเคลีย ส่งเสียงครางเบาๆ ในลำคอ เจ้าของความรักที่เราให้อย่างไม่หวังอะไรตอบแทน และความสุขเดียวที่ทำให้เราอยากกลับบ้านในทุกๆ วัน
เราอยากหยุดเวลาไว้ตรงนี้ ให้ความสุขเหล่านี้อยู่กับเราไปนานๆ แต่ในขณะเดียวกันเราก็ไม่รู้ว่ามื้อไหนจะเป็นมื้อสุดท้ายของเรากับคนที่บ้าน วันไหนจะเป็นวันที่คนรักเปลี่ยนไป หรือวันไหนสัตว์เลี้ยงสุดรักของเราจะจากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ
และถ้าหากความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มาถึงจริงๆ เราจะรับมือได้อย่างไร
คาร์ลา มารี แมนลี นักจิตวิทยาคลินิก อธิบายว่า “เมื่อชีวิตคาดเดาได้ เราจะเครียดและวิตกกังวลน้อยกว่าเพราะเรารู้ว่าจะเจออะไรบ้าง” แต่ถ้าต้องเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงและเราไม่แน่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อ ความกังวลและความรู้สึกต่อต้านจะถาโถมเข้ามาทันที ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะมนุษย์เราถูกสร้างมาให้กลัวการเปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว
2
แต่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงมากมายในชีวิต หนึ่งในสิ่งที่เรากลัวที่สุดน่าจะเป็น “การสูญเสียคนที่เรารัก”
แม้จะรู้ดีว่าการมีอยู่และดับไปของชีวิตเป็นเรื่องธรรมชาติ และการสูญสิ้นซึ่งความรักที่มีต่อกันบางทีก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ความจริงที่ว่าคนรักของเรามีเวลาอยู่กับเราอย่างจำกัดนั้นน่าเศร้า จนส่วนใหญ่แล้วเราพยายามจะไม่คิดถึงมัน แต่ก็มีอยู่หลายๆ ครั้งที่เรากังวลเรื่องนี้อย่างห้ามไม่ได้ เช่น ตอนที่คนรักของเราป่วย ตอนเกิดภัยธรรมชาติ โรคระบาด
หรือตอนที่เราอยู่ใน “ช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านของชีวิต” อย่างการการเรียนจบ ย้ายเมือง ไปจนถึงย้ายงาน เมื่อเงื่อนไขในชีวิตเราเปลี่ยนไปและอาจส่งผลกระทบกับความสัมพันธ์ ก็ทำให้เกิดความวิตกกังวลและความกลัวขึ้นมาได้ หลายคนอาจถึงขั้นคิดเรื่องนี้แบบหยุดไม่ได้ จนไม่มีความสุขกับช่วงเวลาปัจจุบัน
หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่กำลังตกอยู่ในความกังวลนี้อยู่ มีความจริงของชีวิตหลายข้อที่เราอยากจะย้ำเตือนอีกครั้ง ด้วยความหวังว่าจะช่วยให้คุณคลายจากความรู้สึกนั้นได้
หนึ่ง เราไม่ได้ตัวคนเดียว
เรื่องความสูญเสียเป็นเรื่องที่ทุกคนคิดถึงกันบ้างเป็นบางครั้งบางคราวอยู่แล้ว โดยเฉพาะคืนที่นอนไม่หลับ ความรู้สึกอ่อนไหวนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกและที่สำคัญยิ่งกว่านั้น— มันไม่ใช่เรื่องน่าอายเลย หากอยากลองเอ่ยปากปรึกษาคนรอบๆ ตัวก็ไม่ต้องกังวลไปว่าคนอื่นจะไม่เข้าใจ เพราะคนอื่นก็กลัวไม่ต่างจากเรา
สอง บางสิ่งบางอย่างอยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา
ไม่ว่าจะอยากให้แมวที่บ้านอายุยืนยาวอยู่กับเราตลอดไป หรืออยากให้คนรักรักเราแบบที่ไม่มีวันน้อยลง สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่เราควบคุมไม่ได้ แม้อยากจะให้มันเป็นอย่างที่เราคิดแค่ไหน
ความตาย ธรรมชาติ ความรู้สึกและการกระทำของผู้อื่น สิ่งเหล่านี้อยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา ดังนั้นการกังวลถึงสิ่งเหล่านี้อาจไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก จะดีกว่าไหมหากเราโฟกัสกับสิ่งที่เราทำได้ เช่น ใช้เวลาคุณภาพกับคนสำคัญบ่อยๆ หรือใส่ใจความรู้สึกพวกเขาให้มากในวันที่ยังมีกันอยู่
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น เราอาจจดบันทึกเพื่อจัดระบบความคิดบ้างก็ได้ โดยการลิสต์ว่า มีอะไรบ้างที่เราควบคุมได้ และมีอะไรบ้างที่เราควบคุมไม่ได้
สาม การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
หลายคนอาจเคยปฏิเสธโอกาสดีๆ ที่เข้ามาในชีวิต หรือทนอยู่ในสภาพแวดล้อมเดิมๆ แม้มันจะไม่ค่อยเวิร์ก เพียงเพราะคุ้นชิน ไม่ก็มองว่า ‘ที่เป็นอยู่ก็ดีอยู่แล้ว’ และไม่อยากให้มันเปลี่ยนไป
จริงอยู่ที่เราเลือกที่จะอยู่ที่เดิมได้ แต่วันหนึ่งสถานการณ์ ไม่ก็คนรอบตัวเราก็อาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอยู่ดี ดังนั้นเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเราจะดีกว่า แม้มันจะหมายถึงต้องเผชิญหน้ากับอะไรใหม่ๆ ช่วงแรกๆ เราอาจรู้สึกอึดอัดอยู่บ้าง แต่เมื่อปรับตัวได้เราจะพบว่ามันคุ้มค่า และค้นพบว่ามีโอกาสและสิ่งดีๆ มากมายรอเราอยู่
อย่างที่วิลเลียม ฟอล์กเนอร์ นักเขียนคนดังเคยกล่าวไว้ว่า เราไม่อาจว่ายน้ำไปถึงขอบฟ้าใหม่ได้เลย ถ้าเราไม่กล้าพอที่จะละสายตาจากฝั่งที่จากมา
สี่ เราเคยผ่านมันมาแล้ว
กว่าเราจะเติบโตมาได้ถึงทุกวันนี้ เราก็ต้องผ่านการสูญเสียคนในชีวิตมาไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนวัยมัธยมที่เคยสนิทและวันนี้ไม่สนิทแล้ว การย้ายจากบ้านเกิดที่คุ้นชินมาเรียนในเมืองใหญ่ หรือจะเป็นการสูญเสียลูกหมาตัวแรกที่เลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก แน่นอนว่าช่วงเวลาแห่งการสูญเสียนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เราอาจร้องไห้คร่ำครวญและนึกว่าเราไม่อาจจะผ่านมันมาได้ แต่ก็ผ่านมันมาได้ทุกครั้งจนมาถึงจุดนี้
ลองลิสต์ดูก็ได้ว่าเราเคยสูญเสียอะไรบ้าง และผ่านมันมาได้อย่างไร บางทีคุณอาจจะตระหนักได้ว่าตัวเราก็แข็งแกร่งกว่าที่คิดนะ
1
ห้า ความรักรายล้อมอยู่รอบตัวเราเสมอ
ผู้คนในชีวิตเราล้วนผ่านมาและผ่านไป เราพบเพื่อจาก บางครั้งความสัมพันธ์ยุติลงและความรักในแบบคนรักหมดไป แต่อย่าลืมว่าช่วงเวลาที่เคยมีกันอยู่นั้น เราเคยถูกโอบล้อมด้วยความรักมากขนาดไหน และบางความสัมพันธ์ที่จบลงด้วยการสูญเสีย โปรดรู้เอาไว้ว่าแม้กายของพวกเขาจะไม่ได้อยู่เคียงข้างเราแล้ว แต่ความรักของพวกเขาก็ยังคงอยู่เสมอ
ความจริงทั้ง 5 ข้อนี้ อาจช่วยคลายความกังวลไปได้บ้าง แต่ถ้าหากความกังวลของเรายังมากอยู่และยังคิดวนไปวนมาซ้ำๆ จนกระทบถึงร่างกาย เช่น นอนไม่หลับ หัวใจเต้นเร็ว เหงื่อออก หรือมีอาการแพนิก อาจต้องพูดคุยปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพราะหลายๆ ครั้งเบื้องหลังความกลัวที่มากปกตินั้นมีหลายสาเหตุซ่อนอยู่ เช่น บาดแผลจากในอดีต ภาวะพึ่งพาอีกฝ่ายมากเกินไปในความสัมพันธ์ หรือโรควิตกกังวล
งานวิจัยเรื่องความสุขที่ศึกษามาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี ค.ศ. 1938 ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด พบว่า ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้คนเรามีชีวิตที่ดีและมีความสุขนั้น ไม่ใช่เรื่องงาน เงิน และความสำเร็จ อย่างที่หลายๆ คนคิด แต่เป็น “ความสัมพันธ์” กับคนรอบตัวต่างหาก
ดังนั้นอย่าลืมรักษาความสัมพันธ์ที่เรามีอยู่ในชีวิตให้ดี ใส่ใจ และมองเห็นคุณค่ากันให้มากเข้าไว้ โดยเฉพาะเมื่อชีวิตวัยผู้ใหญ่ของเรานั้นวุ่นวาย เต็มไปด้วยความรับผิดชอบและภาระหน้าที่ จนบางครั้งมองข้ามความสัมพันธ์ดีๆ ในชีวิตไป
2
อนาคตจะยังมีกันและกันไหมเป็นเรื่องที่ตอบไม่ได้และไม่มีใครรู้ แต่ที่เราทำได้วันนี้มีเพียงมีความสุขกับปัจจุบัน และรักให้ดีที่สุด เท่าที่เราจะรักได้
อ้างอิง
- I'm afraid of losing someone - Mental Health America : https://bit.ly/3WvCgpn
- How To Overcome The Fear of Losing Someone You Love : https://bit.ly/43skbKW
- Fear of Losing Loved Ones - Can't Stop Worrying? - Harley Therapy™ Blog : https://bit.ly/3BYe5Xf
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast
#selfdevelopment
#inspiration
โฆษณา