7 มิ.ย. 2023 เวลา 02:48 • ความคิดเห็น
เคยอยู่องค์กรหนึ่งได้ 15 ปี จากประสบการณ์พบเห็นคนแน่ๆ 2 คนที่แตกต่างขั้นเจ๋งอ่ะไม่ต้อง เรียกว่า ขั้นเทพ หรอก
คนแรก ทำงานตั้งแต่เป็นช่างเทคนิค เริ่มต้นตั้งแต่โรงงานเริ่มสร้างใหม่
จนปัจจุบันมี 4 โรงงาน ช่างเทคนิคคนนี้ระหว่างทำงานพัฒนาตนเองและเรียนรู้งาน
อย่างจริงจังจนได้รับคัดเลือกให้ได้รับ ทุนเครือบริษัทฯ ไปเรียนต่อวิศวกรรมโครงสร้าง/ วิศวกรรมเครื่องกล ที่ญี่ปุ่น
จนเติบโตเป็นผู้จัดการโรงงาน ตำแหน่งก้าวหน้าจนเป็นที่ปรึกษาประธานบริษัทฯทุกสมัย (บิดาคนไทย) ผู้อาวุโสสูงสุด
วันนี้ 78 ปีแล้วยังอยู่และได้รับCommitจากประธานใหญ่เครือบริษัทฯให้ทำหน้าที่จนกว่าจะอยากออกไปพักผ่อนปั้นปลาย
1
ความมุ่งมั่น ตั้งใจในงาน การพัฒนาตนอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดโอกาสหลากหลาย กับทัศนคติที่ดีมากกับทุกคนจนเป็นที่ยอมรับ สรุปว่า รู้ทุกอย่างที่เป็นโรงงาน
ในทุกตารางนิ้ว คน ปัญหา เสาทุกต้น ท่อน้ำระบบ....เหมือนมี Lat out พิมพ์เขียวอยู่ในหัวอาจเรียกว่า"เจได"โรงงาน มีพลัง อำนาจ บารมี
คนที่ 2 ล่ามญี่ปุ่นสาวแก่อายุมาก 50 ปี
แตกต่างตรงใช้ฝีมือเฉพาะทางพัฒนาตนเองลงลึกถึงรากวิทยาการทุกฝ่ายงาน
แปลงานได้ทุกหน่วยงาน ศัพท์แสงศัพท์สูง เชิงวิชาการ วิศวกรรม การผลิต เครื่องกล เครื่องจักร ไฟฟ้า บัญชีการเงิน บริหารทรัพยากรมนุษย์ กฎหมาย
เศรษฐศาตร์ เหนื่อยละ เอาเป็นว่าเธอแปลอธิบายงานเชื่อมโยงได้หมดโรงงาน
ที่ว่าแตกต่างก็คือ ไม่มีเพื่อนสนิท เธอไม่ค่อยมีเพื่อน ไม่มีใครกล้าเข้ามาเป็นเพื่อนเพราะเธอไม่เคยเอาชีวิตผูกกับใคร ตัวเองเป็นตัวตั้ง ไม่เคยง้อ ไม่เคยฮั้ว
ไม่เคยเอนเอียงไปตามกระแสของใครเลยในสังคม จุดยืนกร้าว เพื่องค์กร ซื่อสัตย์ต่องาน กร้าวแบบอาจร้าวถ้าตอแยวุ่นวายกับเธอ
1
แม้จะดูว่าทัศนคติไม่ดีไม่มีมนุษยสัมพันธ์ต่อคนในองค์กร แต่เวลาทำงาน
ในหน้าที่เธอตรงแผลงตรงยิ่งกว่าไม้บันทัดCalibrationตีตราแล้วซะอีก
ถ้าไม่ชัดเจน เตรียมข้อมูลไม่ดีเจ้าของงานก็จะกระจุยกระจายขายหน้าจมดิน
แต่ถ้าเตรียมดีทำการบ้านมาดี ข้อมูลมากแค่ไหน ยากแค่ไหน เธอก็จะส่งเราขึ้น
รับรางวัลได้อย่างชัดเจนและง่ายดายในสายตาของประธานและคณะบริหารฯ
3
อยู่มา15 ปีเธอไม่เคยมีเพื่อนสนิทซ๊ากกะคน มีแต่คนอยากได้เธอเป็นเพื่อน
(พวกนักเกมส์ กลยุทธ์ ใต้ดิน หรือพวกสอ กับ พอ...มากกลุ่ม)แต่เธอไม่เคยสน
ยืนอยู่กลางคนเป็นร้อยเป็นพัน ด้วยความแน่ ความสามารถ จนได้รับฉายาว่า
"เจ้าแม่บนหิ้ง" ทัศนคติไม่ดีไม่ยิ้ม ไม่หือไม่อือง่ายๆ ไม่ยอมก้มหัว ยอมคน
ถ้าไม่ถูกต้อง ไม่ตรงไปตรงมา ใครที่อยากลองของ ร้องเรียนโจมตีจ้องหักล้างที่
เธอไม่ยอมก้มหัวรับไมรตรี เท่าที่ทราบ กระจายเป็นโจ๊กราบเรียบโรงเรียนโจ๊ก
1
ที่ยาวและยืดมา ก็เพราะคำว่าเพื่อน แค่เพื่อนร่วมงานก็ได้ เรามีแต้มต่อมากกว่า
คุณค่าก็จะเกิด ถ้าเราด้อยค่าตนเอง พ่ายแพ้แม้งานตนเอง ไม่วางPositioning
แกร่งกล้าออกของ ในยามที่ใครต่อใครท้าทาย ก็ถือว่าแพ้ตั้งแต่ต้นแล้ว
เปลี่ยนมุมมมองที่มีค่าด้วย ฝีมือ ด้วยความรอบรู้ เติบโตไปในสายตาของผู้บริหารระดับสูงตามลำดับซิ แล้วทุกอย่างที่เราตัดพ้อว่า "ใครชอบไม่ชอบ จะอยู่ยังไง
เพื่อนซักคนก็ไม่มี " วางไว้เถอะครับ ตนพิสูจน์ตนซิถึงจะแน่ กว่าไปแช่แป้ง
เชื่อซิ ทุกคนอยากเข้าใกล้ คนมีบารมีงาน คนมีฝีมือ คนรอบรู้ คนเจ๋งสุด
ที่อยู่ในตาผู้บริหารระดับสูงถึงสูงสุด อย่าลืมว่าประธานผู้บริหารมีวาระก็จริง
แต่ส่วนใหญ่เขาจะส่งไม้ต่อเชื่อมกันเสมอ ความเจ๋งจึงไม่ค่อยมีหมดอายุ วันนี้งานคุณเป็นยังไง มีจุดไหนที่จะทำให้เห็นศักยภาพสูงถึงสุดๆในตาผู้บริหารได้เมื่อไหร่
วางแผนกลยุทธ์พัฒนาตนเองไว้เป็น stepๆได้เลยว่าแต่ละปีเราต้องไปยืน ควรไปยืนที่ตรงไหน และจะไปด้วยอะไรอย่างไร
ต้องเพิ่มต้องเรียนรู้ต้องพัฒนาskill และเชิงคิดการบริหารอะไรเพื่อก้าวขึ้นคว้าโอกาสมีตามแผนคิดอย่างเป็นผู้มีทัศนคตต่อตัวเองที่ดี ต่อคนอื่นๆก็คู่ขนานหรือไว้ที่หลังก็ได้ ไม่ใช่เห็นแก่ตัว น่าเกลียดน่ารังเกียจ งานก็ด้อยฮ่วยอันนั้นต้องคิดใหม่เลยว่า เราคือใครเป็นอย่างไร และเราจะกำหนดจุดยืนตนเองอย่างไร
ไม่ใช่กำหนดด้วยเพื่อน หรือเพื่อนร่วมงานหรือใคร? ด่านแรกคือ นาย/หัวหน้า
ฝ่าด่านชนะใจด้วยงานด้วยฝีมือเสียก่อน ทำอย่างไร?
โฆษณา