ตั้งใจว่าจะหารูปที่เคยถ่ายไว้ เมื่อนานมาแล้ว ลองค้นๆ หาดูใน External Hard disk ที่เก็บสารพัด ทั้งไฟล์งานเก่าๆ ไฟล์เพลง ไฟล์หนังเรื่องต่างๆ ที่เก็บไว้สมัยที่ยังไม่มี Facebook, Tiktok, Netflix, Joox Platform บรรเทิงๆ ต่างๆ ที่เอาไว้โพสต์รูป เก็บไว้เป็นความทรงจำ ที่เอาไว้ ดูหนัง ฟังเพลง ทั้งเก่าใหม่ จนมาเจอรูปนี้ ไอ้ขาว หมาว๊าบได้ ที่เคยเลี้ยงไว้
คิดแล้วก็นึกขำ ทำไมเรียกว่า หมาว๊าบได้น่ะเหรอ มันไม่ได้มีพลังงวิเศษอะไรหรอก มีแค่พลังขาของมันนี่แหละ ก็ไม่ว่าเราจะเดินไปไหนในบริเวณบ้าน หันไปเมื่อไหร่ก็จะเจอ ไอ้ขาวยืนกระดิกหาง ประหนึ่งว่าถ้าเป็นคนก็คงจะยืนยิ้มรอเราทุกทีที่หันไปเจอ
แทบจะไม่มีรูปถ่ายไอ้ขาวเลย จนมาเจอรูปพวกนี้ แต่ที่น่าเสียดายยิ่งกว่าคือ ไม่มีรูป นังตาล เลย ก็นะตามประสาคนบ้านๆ เราก็ตั้งชื่อหมาแมว ตามลักษณะภายนอกที่เราเห็นนั่นแหละ ไอ้ขาว หมาตัวผู้ ขนสีขาว มีสีน้ำตาลเปรอะตามตัวเป็นหย่อมๆ สลับกับ นังตาล หมาตัวเมียอีกตัว ที่ขนสีน้ำตาลเกือบทั้งตัว ตัวเล็กกว่าไอ้ขาว สองตัวนี้มันคลอกเดียวกัน
แม่เคยพูดว่าสองตัวนี้ทรงเหมือนหมาป่า ตัวเล็ก ปราดเปรียว แต่แม่ไม่ได้เลี้ยงมันมาตั้งแต่แรกนะ มันเป็นหมามือสอง แม่เล่าว่าเจ้าคนเก่าย้ายบ้านไปแต่ ไม่เอาสองตัวนี้ไปด้วย ไม่มีเจ้าของคอยเลี้ยง มันก็อด ผอมโซ ขนาดที่ว่ามันกินได้กระทั่งมะม่วงสุกที่หล่นอยู่ใต้ต้น แม่เวทนา เลยเอามาเลี้ยงที่บ้าน ฟังแม่เล่าก็สงสารแต่ก็อิ่มใจนะ (เล่าไป ใจเต้นไป ยิ่งเล่าภาพเก่าๆ ยิ่งผุดขึ้นในหัว คิดถึง ไอ้ขาว นังตาล ป่านนี้ไปอยู่ไหนแล้วน๊า)
ถ้านับว่าคนที่เลี้ยง คือเจ้าของ คือนายของมัน ก็ต้องเป็นแม่นั่นแหละ เพราะจริงๆ แล้ว เราไม่ได้อยู่บ้าน เราออกจากบ้านไปเรียนต่อจนถึงทำงาน นับตั้งแต่นั้น เราได้แค่กลับมาเยี่ยมบ้านมาหาแม่นานๆครั้ง จนเรียนจบมีงาน มีรถ สะดวกขึ้น มาได้บ่อยขึ้น รู้สึกว่าตัวเองเป็นแขกมากกว่าจะเป็นเจ้าของบ้าน จะเรียกว่าเราเป็นเจ้าของหมาสองตัวนี้ก็คงจะพูดได้ไม่เต็มปากนัก แต่มันก็ดีใจทุกครั้งที่เรากลับบ้าน กระดิกหางกันแทบหลุด ตั้งแต่ยังไม่ลงจากรถ ฮ่า....ขำหมา
อย่างที่เห็นรูปก็คือ นอนเล่นที่เปลหน้าบ้าน ไอ้ขาวก็จะคอยมาอยู่ใกล้ด้วย ส่วน นังตาล ณ เวลานั้นจำไม่ได้เลยว่ามันไปอยู่ที่ไหน แต่คิดว่าไม่น่าจะอยู่แถวๆ ที่เรานอนเล่นหรอก ไอ้ขาว ขี้อ้อน ขี้ประจบกว่า นังตาลอยู่มาก หรือไม่ก็ ณ เวลานั้นนังตาลอาจจะกลับดาวไปแล้วก็ได้ จำไม่ได้จริงๆ
อย่างที่เห็นรูปก็คือ นอนเล่นที่เปลหน้าบ้าน ไอ้ขาวก็จะคอยมาอยู่ใกล้ด้วย ส่วน นังตาล ณ เวลานั้นจำไม่ได้เลยว่ามันไปอยู่ที่ไหน แต่คิดว่าไม่น่าจะอยู่แถวๆ ที่เรานอนเล่นหรอก ไอ้ขาว ขี้อ้อน ขี้ประจบกว่า นังตาลอยู่มาก หรือไม่ก็ ณ เวลานั้นนังตาลอาจจะกลับดาวไปแล้วก็ได้ จำไม่ได้จริงๆ
มีเหตุการณ์นึงที่แม่เล่าให้ฟังเกี่ยวกับเจ้าสองตัวนี้ ที่เรียกได้ว่า เลี้ยงไม่เสียข้าวสุก ก็เพราะโซนหลังบ้านดูจากในรูปสิ ต้นได้เยอะ ถ้าในบริเวณของบ้าน ก็จะเป็นพวกต้นไม้ที่แม่ปลูกไว้ กล้วย มะปราง มะยงชิด มะม่วง บลาๆๆๆ
ถัดออกไปก็สวนยาง มันก็ไม่ใช่ที่เตียนโล่ง บางครั้งมีงูเลื้อยจะเข้ามาในบริเวณบ้าน ก็จะได้สองตัวนี้คอยปกป้องบ้าน แล้วมันเจ๋งมากเลยนะ ตรงที่มีกันสองตัวแต่ทำงานกันเป็นทีมดีทีเดียวเลย งูอยู่ตรงกลาง สองตัวนี้จะยืนเห่าประกบ สองข้าง ไอ้ขาวจะทำหน้าที่เห่าหลอกล่อ เบี่ยงเบนความสนใจ ส่วนนังตาลพอสบโอกาศมันจะจู่โจมเข้าที่คองูทันที
นังตาลจะเป็นหมานักล่าที่เก่ง กล้ามากกว่า ไอ้ขาวออกจะขี้กลัว ถ้าต้องจัดการกับงูโดยไม่มีนังตาล มันคงไม่กล้า ถ้าสังคมของหมาอยู่กันมีลำดับชั้น ก็คงจะเป็นนังตาลที่เป็นจ่าฝูง
หลายครั้งมากที่งูเข้ามาใกล้ๆ บ้านแบบนี้ สองตัวก็จัดการได้ทุกครั้ง บางครั้งก็พลาด โดนงูพ่นพิษใส่ตา จนแม่ต้องได้ไปตัดเอาน้ำจากเถาตำลึงล้างตาให้นังตาลอยู่บ่ายไป
อย่าว่าแต่ฟังที่แม่เล่า ครั้งนึงเราเองก็เคยเห็นเองกับตา วันหนึ่งช่วงกลางวัน มันพากันเห่าอยู่นอกบ้าน เห่าอยู่นานจนต้องไปดูว่าเห่าอะไร เหตุการณก็เป็นอย่างที่แม่เล่าเลย ทีมปราบงูกำลังจัดการกับงูอยู่ คาบคองูได้แล้วเชียว งูมันก็ยังกระดกหัวขึ้นมาพ่นพิษใส่ตา ได้อยู่อีก แต่ครั้งนั้นน่าจะไม่โดน ดูมันก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก
เห็นด้วยตาตัวเองแบบนี้แล้ว รู้สึก โอ้วโหวววว มันเก่งกันจริงไอ้สองตัวนี้
จากที่อยู่กันมาตั้งแต่เกิดจนมาเป็นหมาของแม่ เป็นคู่หูปราบงูประจำบ้าน ถึงวันนึงนังตาลก็จากไปเสียก่อน เหลือให้ไอ้ขาวต้องอยู่ตัวเดียว จากที่ไม่กล้า แต่ไม่มีนังตาลแล้ว ไอ้ขาวก็ต้องทำหน้าที่จัดการกับงู อยู่ตัวเดียวขาดคู่หู
พี่สาวเล่าว่า นังตาลตามออกไปเวลาที่ไปกรีดยางในตอนกลางคืน วันนั้นนังตาลน่าจะเห็นอะไรบางอย่างที่อีกฝั่งถนน ตามประสาหมานักล่า มันเลยข้ามไป พี่สาวจะกลับบ้านเลยตะโกนเรียกนังตาลให้กลับบ้านด้วยกัน ก็หมานี่นะ ในจะไปรู้ได้ยังไงว่าข้ามถนนต้องกลัวรถ ต้องระวังรถ ด้วยความว่าเจ้าของเรียกสื่งเดียวที่มันคิดคือ รีบวิ่งกลับไปหาเจ้าของแล้วกลับบ้านด้วยกัน พี่สาวก็ไม่รู้ นังตาลก็คงไม่รู้ ว่าจะมีรถที่วิ่งมากชนนังตาลตาย
พี่สาวเล่าให้ฟังด้วยความรู้สึกผิด ในวันที่เรากลับไปบ้านแล้วถามหานังตาลเพราะมีแต่ไอ้ขาวออกมาต้อนรับ บอกว่าตอนนั้นไม่น่าเรียกมันเลย ส่วนเราก็ได้แต่ปลอบใจตัวเอง คิดในแง่ที่ดีกว่าว่า ดีที่มันเจ็บแค่ไม่นานแล้วจากไป ไม่ต้องพิการหรือทรมานมากกว่านั้น เราเป็นพี่สาว คงไม่มีทางลืมเหตุการณนี้ได้ง่าย ๆ ขนาดไม่เจอเองกับตัว ยังมาเล่าได้อยู่ในตอนนี้เลย
ส่วนไอ้ข่าวก็อยู่มาอีกหลายปี จนแม่ย้ายออกมาสร้างบ้านอีกหลังตรงที่ติดถนน เส้นที่นังตาลถูกชน แต่ก็ไม่ได้อยู่ตัวเดียวอีกต่อไป มีสมาชิกมาเพิ่มอีกสองตัว หนึ่งคือหลงมา ผอมโซ เดินเข้ามาบริเวณบ้านหลังใหม่ที่ติดถนน ตั้งชื่อให้ว่า มารวย เอาเคล็ดว่างั้น สองก็มีคนมัดมือชกให้มาลูกหมามาเลี้ยง 2 ตัว แต่ก็ตายไปตัว ไม่ทันได้โต เพราะรถชน
ก็บ้านติดถนนอ่ะนะ น่าสงสาร เจ้าหมาน้อย เหลือตัวเดียว ผอมมาก แม่เลยเรียกไอ้จ่อย ฝูงของไอ้ขาวเลยไม่เหงาอีกต่อไป แต่ไอ้ขาวมันก็อายุเยอะมากแล้ว เรียกว่าเป็นรุ่นปู่ ของหมาเด็ก มันเลยไม่ค่อยหยอก ไม่สุงสิง ไม่สนิทกับอีกสองตัวมากนัก จะเรียกว่าถือตัวก็ว่าได้มั้ง
แล้วไอ้อาการว๊าบได้ของไอ้ขาว ก็เกิดขึ้นช่วงนี้แหละ ช่วงที่กลับบ้านครั้งนึง ขาวก็ชอบเดินตาม ไปไหนก็ตาม ซี่งตอนนั้นเราก็ไม่ได้สนใจ ไม่ได้สังเกตเจอขาวอยู่ที่หลังบ้าน แล้วนึกขึ้นได้ว่าลืมของเลยเดินเอาของในรถที่จอดอยู่หน้าบ้าน
ใจเราก็จดจ่ออยู่กับการหาของในรถ ได้ของแล้วก็ปิดประตูรถ หันหลังจะเดินกลับเข้าบ้าน ตกใจ ไอ้ขาวยืนกระดิกหาง เหมือนมันจะยิ้มแล้วถามเราว่าหาไรเหรอ ไอ้ขาวมาตั้งแต่ตอนไหนเนี่ย อยู่ๆ ก็โผล่มา อย่างกับผี หลังจากครั้งนั้นเราก็สังเกต อ๋อ...มันเดินคอยเดินตามเราตลอดเลย แต่เราเองที่ไม่สังเกต แล้วที่มันตามแต่เราก็คงเพราะคิดถึง เพราะกับแม่ก็อยู่บ้านเดียวกัน เจอกันตลอด มีเราที่นานทีจะได้เจอ คิดว่างั้นนะ และคิดว่าคงคิดไม่ผิดหรอก ก็ดูสายตาไอ้ขาวในรูปสิ คิดว่าไอ้ขาวมันรู้สึกนึกคิดอะไรอยู่
กลับบ้านทีไร ก็เริ่มเห็นว่าขาวมันขึ้นเรื่อยๆ เดิมตามตลอด แม่จะเดินไม่คล่องไม่ค่อยไหว จนคิดว่า ครั้งหน้าถ้ากลับบ้านแล้วไม่เจอไอ้ขาว ก็ให้คิดได้ว่ามันคงจะแกตายตามวัย แต่สาเหตุที่ไอ้ขาวจากไปจริงๆ ก็คือ รถชน เหมือนนังตาล ขาวมักจะชอบข้ามถนนไปอึ๊ ฝั่งตรงข้าม รอดรถชนมาได้หลายปี คงเพราะแก่มากเดินข้ามไม่ไหวเหมือนก่อนเลยหลบไม่พ้น หนีไม่รอด เหมือนทุกที
น้ำตารื้นเลย พอคิดถึงการแสดงออกว่ามันรัก มันคิดถึง แบบที่หมาๆ จะสื่อสารให้เรารับรู้ได้ ไปดีนะ ตามนังตาลไป ไปอยู่ในที่ใหม่ที่ดีๆ ขอบใจทั้งสองตัวนะรัก และภักดี อยู่ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดจนวาระสุดท้ายของทั้งสองตัว คิดถึงนะ ไอ้ขาว นังตาล มันจะเป็นไปได้มั๊ยที่ถ้าได้เจอกัน และจะจำกันได้
เป็นเพราะอาการว๊าบได้ของไอ้ขาวเลยนะ ที่ทำให้เราคิดว่าเราควรใส่ใจกับหมาที่เลี้ยงมากขึ้น หมั่นลูบหัวบ่อยขึ้น เล่นกับหมามากขึ้น คุยกับหมาด้วยเสียงสอง เสียงสาม ถึงเสียงที่แปด มากขึ้น แสดงออกให้มากขึ้น ว่าเราก็รักมัน ให้มันได้รู้สึกดีใจที่เจ้านายรักมันเหมือนกัน
มีอย่างนึงที่อยากจะบอกกับเพื่อนกูที่ชอบคิดตัดพ้อ กับชีวิตว่า ไม่มีใครรัก ไม่เคยเจอความรักที่จริงใจ เมิงเลี้ยงหมาเลย ถ้าไม่เคยได้รับความรักจากใคร เมิงจะได้จากหมานี่แหละแน่นอน เชื่อเถอะ เมื่อเมิงเลี้ยงมันแล้ว มันได้จดจำลงในหัวใจของมัน ว่าเมิงคือเจ้านาย เมิงเป็นเจ้าของ ไม่ว่าเมิงงจะเลี้ยงมันแบบไหน หรือทอดทิ้งมัน ละเลย ไม่รับผิดชอบ ไม่สนใจมันยังไง (แต่ก็อย่าทำแบบนั้นเลย) แต่มันจะรอคอย ต้อนรับ และดีใจทุกครั้งที่เรากลับมาบ้าน ไม่มีใครรักเมิง แต่หมารักเมิงแน่ๆ เชื่อกู
แสดงความคิดเห็นของคุณ...
    โฆษณา