20 มิ.ย. 2023 เวลา 05:09 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์

คำวิจารณ์ชุดแรก Mission Impossible 7 – ฉากบู๊คลั่ง บางส่วนชมเป็นเรื่องที่จบในตัว

หลังโจนทะยานด้วยการขับเครื่องบินรบ ทอม ครูซ เตรียมกลับมาท้าความตายในภารกิจเป็นไปไม่ได้ภาคที่ 7 อีกครั้งอย่าง Mission: Impossible – Dead Reckoning Part One ที่น่าจะเป็นโครงการหนังแอ็คชั่นภาคต่อฟอร์มยักษ์ประจำปีนี้
โดยล่าสุด ในการฉายรอบปฐมทัศน์ที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมาตามเวลาบ้านเรา สื่อมวลชนและนักวิจารณ์ ก็ต่างทยอยลงบทวิจารณ์และความรู้สึกแรกลงบนทวิตเตอร์
และส่วนมากก็ชื่นชอบจุดแข็งของแฟรนไชส์ อย่างการรังสรรค์ฉากแอ็คชั่นที่ยังอยู่ในระดับน่าประทับใจเช่นเคย โดยเฉพาะฉากไล่ล่ากลางกรุงโรม และฉากรถไฟท้ายเรื่อง อีกทั้ง เรื่องราวเนื้อหายังได้รับคำชมในเรื่องของความทันสมัย นอกเหนือจากนี้ หลายคนก็ชื่นชมการแสดงของ เฮย์ลีย์ แอตเวลล์ และ พอม คลีเมนทีฟ ในฐานะนักแสดงหน้าใหม่ที่มาเสริมทัพ และเป็นหนึ่งในนักแสดงขโมยซีนของภาคนี้
กระนั้นเอง บางส่วนก็ชี้ถึงจุดอ่อนหลัก ๆ คือการเป็น “ภาคที่หนึ่ง” ของเรื่องราวที่ถูกแบ่งเป็นสองภาค แม้บางส่วนก็ชี้ด้วยซ้ำว่า เป็นการแบ่งเนื้อหาที่ทำออกมาดีที่สุด สำหรับภาพยนตร์ที่แบ่งออกเป็นสองภาคในยุคหลัง อีกอย่างนั้น บางส่วนก็รู้สึกว่า ภาคนี้เป็นการเดิมพันที่สูง หลังความสำเร็จอันล้นหลามที่เคยทำไว้ในภาค Fallout
เพอร์รี่ เนอมีรอฟฟ์ จาก Collider : Mission: Impossible – Dead Reckoning Part One เป็นอีกหนึ่งชัยชนะสำหรับแฟรนไชส์ และเป็นอีกครั้ง ที่ระดับงานสร้างทะลุเพดาน มาพร้อมด้วยฉากแอ็คชั่นอันน่าตื่นเต้น ที่ถูกจัดวางไว้อย่างดีเยี่ยม อีกทั้งยังถ่ายทอดออกมาเพื่อให้คุณรู้สึก ราวกับว่าคุณกำลังอยู่ใจกลางของฉากนั้น การให้น้ำหนักของการจับภาพด้วยกล้อง สร้างความแตกต่างอย่างใหญ่หลวง และคุณก็รู้สึกได้ รู้สึกปลื้มภารกิจครั้งนี้มาก รวมถึงการที่เทคโนโลยีที่พวกเขาตามล่า เป็นปัจจัยสำคัญต่อเส้นเรื่องของแต่ละตัวละคร
ทอม ครูซ มอบการแสดงเกรดเอเช่นเคย และ รีเบคก้า เฟอร์กูสัน ก็ยังคงเป็นนักแสดงคนโปรด แต่นักแสดงหน้าใหม่ของแฟรนไชส์อย่าง เฮย์ลีย์ แอตเวลล์ กลายมาเป็นดาวเด่นสุดสำหรับฉัน เพราะเธอทำได้ทุกอย่าง ทั้งบู๊ ทั้งฮา เป็นฮีโร่มากความสำคัญ ขณะที่พยายามดุลตัวเองในสถานการณ์ อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในการแสดงและเส้นเรื่องที่มากด้วยเสน่ห์ และเป็นตัวละครที่ดูสนุกมาก ๆ
เธอมีฉากหนึ่งร่วมกับทอม ที่ต้องขับรถเฟียต 500 ที่ทำให้ชั้นต้องขำแตก จนน้ำตานองหน้า รวมถึงอีกฉากที่ต้องพูดถึง ฉากที่เกี่ยวกับรถไฟ ที่ชั้นดูแล้วต้องอ้าปากค้าง เป็นเวลา 2 ชั่วโมง 43 นาที ที่ชั้นยินดีจะดูมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ไมค์ ไรอัน จาก Uproxx : Mission: Impossible – Dead Reckoning Part One ทำงานในฐานะ การพินิจพิเคราะห์ หรือตรึกตรองถึงปัญญาประดิษฐ์ อันแสนทะเยอทะยานของ คริสโตเฟอร์ แม็คควอรี รวมถึงเส้นทางแสนอันตรายที่เราอาจจะกำลังมุ่งหน้าไป (และเห็นชัดว่า เขาไม่ชอบ) และด้วยเนื้อแท้ของการเป็น “ภาคที่หนึ่ง” (ต้องย้ำหลายหนเลยล่ะ) จึงไม่ได้พึงพอใจมากเท่าภาค Fallout
โจเซฟ เดคเคลไมเออร์ จาก Illuminerdi : Mission: Impossible – Dead Reckoning Part One เป็นภาคที่มหัศจรรย์! เฮย์ลีย์ แอตเวลล์ ขโมยซีนแทบทุกฉากที่เธอปรากฎตัว และถือให้เป็นภาคมิชชั่นที่ผมชอบที่สุดในตอนนี้ ด้วยการให้ปัญญาประดิษฐ์เป็นตัวร้าย ราวกับนี่เป็นเรื่องราวเตือนใจ แถมฉากบู๊ก็ทำให้หัวใจผมเต้นแรง ส่วนฉากรถไฟนั้น ทำเอาสติกระเจิงไปเลย!
อีริค เดวิส จาก Fandango : ผมมีเวลาที่ดีมาก ๆ ขณะชม Mission: Impossible – Dead Reckoning Part One เป็นหนังแอ็คชั่นที่ทำออกมาได้อย่างไร้ที่ติ ที่ไม่หยุดในการสรรค์สร้างความบันเทิง แต่ละฉากแอ็คชั่นนั้น ทั้งยาว, ทั้งบ้าคลั่ง แถมยังเข้มข้น เรื่องราวนั้นทั้งใหญ่และขยายออก แต่ผมก็ชอบที่ตัวหนัง ทำให้คุณรู้สึกสมบูรณ์ แต่ก็ยังปล่อยให้คุณกระเสือกกระสนรอสิ่งที่จะมาในภาคหน้า
ได้ชม Mission: Impossible – Dead Reckoning Part One ในโรงภาพยนตร์ดอลบี้ และให้ตาย! งานเสียงในเรื่องนี้สุดยอดมาก ส่วนที่ผมชอบสุดคือ ฉากไล่ล่าในกรุงโรมและฉากรถไฟ ส่วนขโมยซีนสุดคือ พอล คลีเมนทีฟ ที่รับบทเป็นวายร้ายที่มาพร้อมเส้นเรื่องแสนเท่ ซัมเมอร์นี้ พอมขอนะ!
เจอร์แมน หลุยส์เซียร์ จาก Slashfilm : Mission: Impossible – Dead Reckoning Part One นั้นสนุกมาก ระเบิดระเบ้อ เรื่องราวที่ทันสมัย ตัวละครใหม่ที่ยอดเยี่ยม ฉากแอ็คชั่นที่หลากหลายมาก และฉากบู๊สุดท้ายที่ติดอันดับท็อปตลอดกาลของแฟรนไชส์ มีบางช่วงที่ยุ่งเหยิงไปบ้าง แต่จังหวะการเล่าที่เข้มข้นของมัน ก็กลบข้อเสียนั้นไปได้
เคท เอิร์บแลนด์ จาก IndieWire : หลังจากความเข้มข้นในภาคก่อน ๆ Mission: Impossible – Dead Reckoning Part One จึงมาพร้อมความคาดหวังอันใหญ่หลวง แต่สิ่งหนึ่งที่ชั้นจะพูดแบบไว ๆ ก็คือ มันเป็นหนังที่ทำหน้าที่ของการเป็น “ภาคที่หนึ่งจากหนังแบ่งสองภาค” ได้ดีที่สุดในยุคนี้ ให้ความรู้สึกเป็นหนังของตัวเอง ขณะที่มันยังคงปูทางไปหาอีกครึ่งในภาคหน้า
สตีเว่น ไวน์ทรอบ จาก Collider : Mission: Impossible – Dead Reckoning Part One นั้นสุดยอด เป็นช่วงเวลาสองชั่วโมงครึ่งที่เร็วที่สุด เท่าที่ผมไม่ได้รู้สึกแบบนี้มานาน เป็นหนึ่งในหนังยอดเยี่ยมที่ผมได้ชอบในปีนี้ ทอม ครูซ เอาอีกแล้ว จำเป็นที่จะต้องได้ดูบนจอยักษ์ ไม่อาจจะแนะนำหนังเรื่องนี้ได้มากเกินพอ
ที่ประหลาดใจสุดคือ ผมชอบเฮย์ลีย์ แอตเวลล์ ในหนังมากขนาดไหน แม้จะเป็นแฟนผลงานเธอ แต่เธอก็เป็นส่วนเสริมอันดีงามของแฟรนไชส์ และเป็นส่วนสำคัญอันใหญ่หลวงของหนังเรื่องนี้
ไนเจล สมิธ จาก People : มันจะมีฉากขับรถไล่ล่าใน Mission: Impossible – Dead Reckoning Part One ที่ทำให้ผมสนุกไปกับมันมาก ๆ แถมมันยังมอบพลัง ที่ทำให้ผมกลับมารักในหนังซัมเมอร์บล็อคบัสเตอร์อีก ระดับความสร้างสรรค์ของแฟรนไชส์นี้ไม่มีอะไรเทียบใด แถมฉากรถไฟสุดท้ายก็ยิ่งใหญ่อีกต่างหาก จนผมพบว่าตัวเองกำลังนั่งดูแบบหลังตรง
แบร์รี่ เฮิร์ตซ จาก The Globe and Mail : Mission: Impossible – Dead Reckoning Part One ทอม ครูซ เกลียดสตรีมมิ่งมาก เขาเลยจัดการให้อัลกอริทึ่มเป็นตัวร้าย และต้องชมความบ้าของเขาด้วย เพราะนี่เป็นความตื่นตาอันแสนจะใหญ่โต และฉากแอ็คชั่นโคตรเสี่ยงหลายอัน ยอดเยี่ยมเกือบเท่า Fallout ส่วนแฟน ๆ ของเฮนรี เซอร์นีย์ น่าจะสติแตกไปเลย
โรเบิร์ต พาเทล จาก ComicBookMovie.com : Mission: Impossible – Dead Reckoning Part One เป็นหนังยอดเยี่ยมแห่งปี! ทอม ครูซ ทำได้อีกแล้ว! ฉากแอ็คชั่นชวนอ้าปากค้าง เรื่องราวที่มาพร้อมเดิมพันสูง และองก์สามที่ทำให้ชีพจรเต้น จนคุณต้องนั่งแทบไม่ติดเก้าอี้ ทอม ครูซ ยอดเยี่ยมไม่มีใครเกิน ส่วน เฮย์ลีย์ แอตเวลล์ ก็สุดยอดเช่นกัน
โปรดิวเซอร์ สก็อตต์ แมนซ์ : ในที่สุดก็ได้ดู คุ้มค่าสาแก่ใจ! Mission: Impossible – Dead Reckoning Part One นั้นแสนสุดยอด และเป็นมิชชั่นภาคที่ดีที่สุด! เนื้อเรื่องดีเยี่ยม นักแสดงเยี่ยมยุทธ์ ฉากแอ็คชั่นอันเหลือเชื่อ จนทำให้คุณนั่งไม่ติดเก้าอี้ ทอม ครูซ เพิ่งเอาชนะตัวเอง ด้วยหนังแอ็คชั่นยอดเยี่ยมที่สุดของฤดูร้อน!
ดรูว เทย์เลอร์ จาก The Wrap : Mission: Impossible – Dead Reckoning Part One กลายมาเป็นหนังแอ็คชั่นผจญภัยที่ควรไปดูในซัมเมอร์นี้ ตัวละครใหม่ยอดเยี่ยม ฉากแอ็คชั่นน่าอัศจรรย์ รวมถึงตัวร้ายใหม่ที่น่าประหลาดใจ (รู้น้อยจะดีกว่า) รวมถึงองก์สุดท้าย อาจจะกลายมาเป็นฉากรถไฟที่ยอดเยี่ยมตลอดกาล เอาภาคสองมาซิ!
เจฟฟ์ ไซเดอร์ จาก The Ankler : Mission: Impossible – Dead Reckoning Part One นั้นดีมาก ๆ แม้จะยังขาดซึ่งอารมณ์ร่วม ซึ่งทำให้ Top Gun: Maverick สุดยอด ฉากไคลแมกซ์บนรถไฟก็โคตรสุด แถมชุดนักแสดงก็เจ๋ง ตั้งแต่ ทอม ครูซ จนถึงลูกพี่ ไชอา วิแกรม แม้จะมาพร้อมจุดด้อยเล็ก ๆ 2 ข้ออย่าง ภูมิหลังวายร้าย และการสานสัมพันธ์อันเร่งรีบระหว่างอีธานและเกรซ
อัมเบอร์โต้ กอนซาเลส จาก The Wrap : Mission: Impossible – Dead Reckoning Part One นั้นสุดยอด ด้วยฉากแอ็คชั่นแสนบ้าคลั่ง และวายร้ายที่ทันสมัยมาก ๆ คู่ควรแก่การดูใน IMAX
สก็อตต์ เมนเดลสัน จาก Forbes : Mission: Impossible – Dead Reckoning Part One เป็นความผิดหวังอันใหญ่หลวง บทพูดอ่อนยวบ พ่วงด้วยการแสดงที่แสนธรรมดา และเนื้อหาว่าด้วยสิ่งประดิษฐ์ (ที่มาช่วยทุนแรง) ซึ่งดูเกี่ยวข้องกับโควิด บางส่วนดูหลุด ๆ ความรู้สึกเหมือนกับได้ดู Saw 3-D หลัง Saw VI เลย แต่เห็นแก่อุตสาหกรรม ผมหวังว่า ผมจะเป็นเพียงแค่ส่วนน้อยนะ
Mission: Impossible – Dead Reckoning Part One เล่าเรื่องของสายลับ อีธาน ฮันท์ และลูกทีมเจ้าหน้าที่ไอเอมเอฟ ที่ต้องร่วมมือกันปฏิบัติภารกิจที่อันตรายที่สุดเท่าที่เคยมีมา นั่นคือการติดตามยุทโธปกรณ์อันน่าสะพรึงกลัวชิ้นใหม่ ที่อาจเป็นภัยคุกคามต่อมนุษยชาติ หากมันตกไปในเงื้อมมือผิดคน ขณะที่อำนาจในการควบคุมและชะตาของโลกทั้งใบถูกเดิมพัน และอดีตของอีธานกลับมาหลอกหลอน การไล่ล่าระดับโลกจักเริ่มต้นขึ้น
อีธาน ต้องเผชิญหน้าทั้งศัตรูที่เป็นปริศนาและแสนทรงพลัง เขาถูกบีบให้คิดว่า ไม่มีสิ่งใดสำคัญไปกว่าภารกิจที่เขาต้องเลือกที่จะยอมรับ แม้ว่ามัน อาจจะสำคัญไปกว่าชีวิตของผู้คนที่เขาใส่ใจมากที่สุด
Mission: Impossible – Dead Reckoning Part One กำกับและเขียนบทโดย คริสโตเฟอร์ แม็คควอรี่ นำแสดงโดย ทอม ครูซ, รีเบ็คก้า เฟอร์กูสัน, ไซม่อน เพ็กก์, วิง แรมส์, วาเนสซ่า เคอร์บี้ และ เฮนรี่ เซอร์นีย์ สมทบด้วยนักแสดงชุดใหม่อย่าง เฮย์ลีย์ แอตเวลล์, พอม คลีเมนทีฟ, ไชอา วิแกรม และ เอซ่า มอราเลส
Mission: Impossible – Dead Reckoning Part One มีกำหนดฉาย 12 กรกฎาคม 2023
โฆษณา