20 มิ.ย. 2023 เวลา 13:06 • ประวัติศาสตร์

• ‘ตั้วเหี่ย’ กับ ‘อั้งยี่’ คำเหล่านี้มีที่มาจากไหน?

เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยได้ยินคำว่า ‘อั้งยี่’ ที่หมายถึงกลุ่มสมาคมลับหรือกลุ่มคนที่กระทำการผิดกฎหมาย ควบคู่กับคำว่า ‘อั้งยี่ซ่องโจร’
3
โดยหากอ้างอิงตามพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 ได้ให้ความหมายของอั้งยี่อยู่สองความหมายด้วยกัน ความหมายแรกหมายถึง สมาคมลับของคนจีน
ส่วนความหมายที่สองหมายถึง เป็นฐานความผิดอาญา ที่ผู้กระทำเข้าเป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย
เอาล่ะสงสัยใช่ไหมว่า แล้วคำว่าอั้งยี่มีที่มาจากไหน ดังนั้นเราจะมาสรุปแบบคร่าว ๆ กันครับ
ย้อนกลับไปในยุคราชวงศ์ชิงของจีน ที่เป็นยุคที่ชาวแมนจูปกครองแผ่นดินจีน แน่นอนว่าสำหรับชาวจีนหรือชาวฮั่นนั้น พวกเขาไม่อยากตกอยู่ใต้อำนาจของพวกต่างเผ่าที่ครั้งหนึ่งเคยถูกชาวจีนดูแคลนในฐานะ ‘พวกป่าเถื่อน’
ด้วยเหตุนี้เลยมีกลุ่มชาวจีนที่วางแผนต่อต้านราชวงศ์ชิง เพื่อให้ชาวจีนกลับมาปกครองแผ่นดินอีกครั้ง นำไปสู่การก่อตั้งสมาคมลับต่าง ๆ มากมาย และหนึ่งในนั้น คือสมาคมที่มีชื่อว่า ‘เทียนตี้ฮุ่ย’ (天地會) หรือชื่อตามสำเนียงแต้จิ๋ว ทีตี่หวย
เทียนตี้ฮุ่ยมีความหมายว่าสมาคมฟ้าดิน ว่ากันว่าก่อตั้งขึ้นโดยขุนนางเก่าที่ยังจงรักภักดีต่อราชวงศ์หมิง ราชวงศ์ของชาวจีนที่ถูกชาวแมนจูโค่นล้มไป สมาคมนี้ชูอุดมการณ์หลักคือการ ‘โค่นชิงกู้หมิง’ หรือฟ่านชิงฟู่หมิง (反清復明) โดยเปรียบบิดาเป็นฟ้า มารดาเป็นดิน รวมพลังขับไล่ชาวแมนจูออกไปจากแผ่นดิน
1
นอกจากชื่อเทียนตี้ฮุ่ย สมาคมลับแห่งนี้ยังมีชื่อเรียกอีกหลายชื่อด้วยกัน อย่างเช่นหงเหมิน (洪门) หรือสำเนียงแต้จิ๋ว อั่งมึ้ง ที่ชื่อแปลว่า ประตูน้ำหลาก (หง=น้ำท่วม, น้ำไหลหลาก | เหมิน=ประตู) ตามอุดมการณ์ของกลุ่มที่ว่า น้ำป่าไหลหลากลงใต้ฟ้า หยดเลือดร่วมสาบานร่วมแซ่หง
โดยคำว่าหงนอกจากจะแปลว่าน้ำไหลหลากแล้ว ยังหมายถึงจักรพรรดิจูหยวนจาง ผู้ก่อตั้งราชวงศ์หมิง ที่พระองค์มีชื่อรัชศกว่า หงอู่ เพราะสมาคมมีความเชื่อว่า พวกตนคือลูกหลานของจักรพรรดิหงอู่ ที่มีภารกิจกอบกู้ราชวงศ์หมิง
หรือจะเป็นชื่อซันเหอฮุ่ย (三合会) หรือสำเนียงแต้จิ๋วซาฮะหวย โดยชื่อสมาคมมีความหมายว่า องค์สามหรือสามประสาน ที่หมายถึงการรวมพลังของฟ้า ดิน และมนุษย์
เมื่อชาวจีนอพยพไปยังดินแดนต่าง ๆ พวกเขาก็ได้นำแนวคิดของกลุ่มสมาคมลับไปยังดินแดนเหล่านี้ด้วย ทำให้เกิดสมาคมลับทั้งในและนอกจีน
สำหรับไทยนั้นในสมัยรัชกาลที่ 3 ก็ได้มีกลุ่มสมาคมลับของชาวจีนที่กระทำการผิดกฎหมาย ออกปล้นสะดม รวมถึงลักลอบค้าฝิ่น นำไปสู่การปราบปรามสมาคมลับเหล่านี้
ที่น่าสนใจคือในช่วงเวลานั้น ยังไม่ได้ใช้คำว่าอั้งยี่ในการเรียก แต่จะใช้คำว่า ‘ตั้วเหี่ย’ หรือ ‘ตั้วเฮีย’ ที่มาจากคำว่า ต้าซง (大兄) ที่แปลว่าพี่ใหญ่ ที่เป็นคำใช้เรียกหัวหน้าของสมาคม แต่คำว่าต้าซงนี้ จะเรียกตามสำเนียงแต้จิ๋วที่อ่านว่าตั้วเหี่ยนั่นเอง
ส่วนคำว่าอั้งยี่ ปรากฏครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 5 ในพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการกระทำในลักษณะอั้งยี่ ร.ศ.116 (พ.ศ. 2441)
โดยที่มาของคำว่าอั้งยี่ มาจากคำว่า หงจื้อ (紅字) หรือที่สำเนียงแต้จิ๋วอ่านว่าอั้งยี่ ที่แปลว่าอักษรสีแดง หรือที่กรมพระยาดำรงราชานุภาพเรียกว่า หนังสือแดง เนื่องจากที่แท่นพิธีบูชาของสมาคมจะมีการติดแผ่นกระดาษสีแดงไว้
และนี่เองก็คือที่มาของคำว่าอั้งยี่ ที่คนไทยใช้เรียกสมาคมลับของชาวจีน หรือกลุ่มคนที่ทำผิดกฎหมาย ที่แม้เวลาจะผ่านไปหลายร้อยปี แต่คำว่าอั้งยี่ก็ยังปรากฏอยู่ในกฎหมายของไทยมาจนถึงปัจจุบัน อย่างประมวลกฎหมายอาญามาตรา 209
*** Reference
• วารสารวิชาการภาษาและวัฒนธรรมจีน ปีที่ 8 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2564 ภาควิชาภาษาตะวันออก คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
• ศิลปวัฒนธรรม. “ตั้วเหีย”-“อั้งยี่” ในสยามมาจากไหน? จากพระนิพนธ์กรมพระยาดำรงราชานุภาพ. http://bitly.ws/IZMm
• ศิลปวัฒนธรรม. เทศกาลกินเจ กับ สมาคมลับเพื่อโค่นชิงฟื้นหมิง. http://bitly.ws/IZMB
• CONT. CHINESE SECRET SOCIETY อ่านความหมายของ ‘อั้งยี่’ คำจีนที่คนจีนไม่รู้จัก แต่คนไทยเอามาใส่ในกฎหมาย. http://bitly.ws/IZMR
#HistofunDeluxe
โฆษณา